ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สาเหตุและกลไกของอาการตึงคอที่ทำให้รู้สึกอยากหักคอ

อาการปวดตึงบริเวณต้นคอ บ่า และไหล่ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน นักเรียน และผู้ที่ต้องใช้งานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน กลไกการเกิดอาการเริ่มจากการที่กล้ามเนื้อคอต้องเกร็งตัวค้างไว้ในท่าเดิมเป็นเวลานาน (Static Contraction) เช่น การก้มหน้ามองจอ หรือการยื่นคอไปข้างหน้า ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวลดลง เกิดการสะสมของกรดแลคติก และเกิดเป็นจุดกดเจ็บ (Myofascial Trigger Points)

เมื่อกล้ามเนื้อมีความตึงตัวสูงมาก เส้นประสาทและข้อต่อบริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอจะส่งสัญญาณเตือนไปยังสมอง ทำให้เรารู้สึกอึดอัด ตึง แน่น และเกิดความต้องการที่จะหักคอหรือบิดคอเพื่อให้เกิดเสียงดังกรอบแกรบ ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ เสียงที่เกิดขึ้นเกิดจากการเข้าที่ของกระดูก แต่ในทางการแพทย์ เสียงนั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของความดันในของเหลวภายในข้อต่อ (Cavitation) หรือการเสียดสีของเอ็นและกระดูก การหักคอด้วยตนเองอย่างรุนแรงและผิดวิธีซ้ำๆ จะส่งผลให้เอ็นยึดข้อต่อคอยืดออก ข้อต่อหลวม และเพิ่มความเสี่ยงต่อการฉีกขาดของหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ไปเลี้ยงสมอง (Vertebral Artery Dissection) ซึ่งเป็นภาวะอันตรายที่อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองได้

กลุ่มเสี่ยงและผลกระทบต่อร่างกาย

อาการตึงคอและพฤติกรรมการหักคอสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ ได้แก่:

  • กลุ่มวัยทำงานและพนักงานสำนักงาน (Office Syndrome): ผู้ที่นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องนานกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน
  • กลุ่มผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนหนัก (Text Neck): ผู้ที่มีพฤติกรรมก้มหน้าตลอดเวลา ทำให้กล้ามเนื้อคอต้องรับน้ำหนักมากกว่าปกติหลายเท่า
  • ผู้สูงอายุ: กลุ่มที่มีความเสื่อมของข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ (Cervical Spondylosis) ซึ่งมีความเปราะบางสูง
  • ผู้ที่มีความเครียดสะสม: ความเครียดส่งผลให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกาย รวมถึงกล้ามเนื้อคอและบ่าหดเกร็งโดยไม่รู้ตัว
ข้อควรระวังทางการแพทย์: การหักคอด้วยตนเองโดยการใช้มือบิดอย่างรวดเร็วและรุนแรง อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอ เส้นประสาทกดทับ และหลอดเลือดสมอง หากทำเป็นประจำอาจทำให้ข้อต่อคอเสื่อมก่อนวัยอันควร

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flags)

แม้อาการปวดคอส่วนใหญ่จะเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง แต่หากมีอาการร่วมดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของโรคทางระบบประสาทหรือความผิดปกติที่รุนแรง:

  • มีอาการชา หรืออ่อนแรงบริเวณแขน มือ หรือนิ้วมือร่วมด้วย
  • อาการปวดร้าวลงไปที่สะบัก แขน หรือปลายนิ้วคล้ายไฟช็อต
  • มีอาการปวดศีรษะรุนแรง เวียนศีรษะ บ้านหมุน หรือคลื่นไส้ร่วมกับการหันหน้า
  • มีปัญหาในการทรงตัว เดินเซ ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้
  • อาการปวดไม่ดีขึ้นเลยแม้จะพักผ่อน หรือมีอาการปวดรุนแรงตอนกลางคืนจนนอนไม่หลับ
  • มีไข้ร่วมกับอาการแข็งตึงของคอ (Stiff Neck) ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในเยื่อหุ้มสมอง

วิธีรักษาและการบริหารกล้ามเนื้อคอที่ถูกต้อง

การรักษาอาการตึงคอเพื่อลดความอยากหักคออย่างยั่งยืน ต้องอาศัยการปรับพฤติกรรม การทำกายภาพบำบัด และการบริหารกล้ามเนื้อคอเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรง ดังนี้:

วิธีบริหารกล้ามเนื้อคอเพื่อลดอาการตึง

การบริหารควรทำอย่างช้าๆ ห้ามฝืนจนเจ็บ และค้างไว้ในแต่ละท่าตามกำหนด

  • ท่าที่ 1 ยืดกล้ามเนื้อคอด้านข้าง (Neck Lateral Flexion Stretch): นั่งหลังตรง ใช้มือข้างหนึ่งอ้อมศีรษะมาแตะที่ใบหูฝั่งตรงข้าม ค่อยๆ เอียงศีรษะลง toward หัวไหล่จนรู้สึกตึงที่คออีกด้าน ค้างไว้ 15 ถึง 30 วินาที ทำซ้ำ 3 ถึง 5 ครั้ง สลับข้าง
  • ท่าที่ 2 ยืดกล้ามเนื้อคอด้านหลังและสะบัก (Upper Trapezius Stretch): นั่งหลังตรง เอียงศีรษะเฉียงไปข้าง 45 องศา ใช้มือข้างเดียวกันกับฝั่งที่เอียงกดศีรษะลงเบาๆ มองลงที่พื้น ค้างไว้ 15 ถึง 30 วินาที ทำซ้ำ 3 ถึง 5 ครั้ง สลับข้าง
  • ท่าที่ 3 เก็บาคาง (Chin Tuck Exercise): นั่งหลังตรง มองตรงไปข้างหน้า ใช้มือดันคางเบาๆ ถอยหลังเข้าหาลำคอโดยไม่ก้มหน้า เพื่อบริหารกล้ามเนื้อคอด้านลึก (Deep Cervical Flexors) ค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง
  • ท่าที่ 4 หมุนหัวไหล่คลายความตึง (Shoulder Roll): นั่งหรือยืนหลังตรง ยกหัวไหล่ขึ้นไปข้างหน้า หมุนขึ้นบน ถอยหลังลงล่าง เป็นวงกลม ทำซ้ำ 10 ครั้ง เพื่อคลายกล้ามเนื้อบ่าที่เชื่อมต่อกับคอ
คำแนะนำจากคุณหมอ: วิธีบริหารกล้ามเนื้อคอเพื่อลดอาการอ... ยากหักคอที่ได้ผลดีที่สุด คือการทำอย่างสม่ำเสมอวันละ 2 ถึง 3 ครั้ง โดยเฉพาะระหว่างวันทำงาน เพื่อตัดวงจรการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ และควรปรับระดับจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาเพื่อป้องกันไม่ให้คอต้องก้มต่ำเกินไป

การป้องกันและการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

การป้องกันไม่ให้เกิดอาการตึงคอซ้ำซ้อน มีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญดังนี้:

  • จัดท่านั่งทำงานให้ถูกต้อง (Ergonomics): หน้าจอคอมพิวเตอร์ต้องอยู่ระดับสายตา ข้อศอกงอ 90 องศา เท้าวางราบกับพื้น และหลังแนบพนักเก้าอี้
  • พักสายตาและขยับร่างกายทุก 1 ชั่วโมง: ลุกขึ้นยืน เดินยืดเส้นยืดสาย หรือบริหารคอเบาๆ เป็นเวลา 2 ถึง 3 นาที
  • เลือกหมอนหนุนนอนที่เหมาะสม: หมอนควรมีความสูงพอดี รองรับส่วนโค้งของกระดูกคอได้อย่างเหมาะสม ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: เน้นการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังส่วนบนและหัวไหล่ เช่น การว่ายน้ำ หรือโยคะ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down