ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ติดนิสัยหักคอตัวเองแก้ปวดเมื่อย อันตรายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเสียงลั่น

อาการปวดตึงบริเวณลำบาก คอ บ่า และไหล่ กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่พบได้บ่อยในคนยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยทำงานที่ต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือกลุ่มคนที่ติดการก้มมองโทรศัพท์มือถือตลอดทั้งวัน จนทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการเกร็งตัวและสร้างความรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว หลายคนจึงหาวิธีคลายความเมื่อยล้าด้วยวิธีที่รวดเร็วและทำได้ด้วยตนเอง นั่นคือ การหักคอ หรือการบิดคอให้เกิดเสียงดังลั่นก๊อบแก๊บ ซึ่งเมื่อทำแล้วมักจะรู้สึกโล่งสบายและคอเบาขึ้นในทันที จนกลายเป็นความคุ้นชินและติดเป็นนิสัยในที่สุด

ในมุมมองทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพกระดูกสันหลังและระบบประสาท พฤติกรรมการหักคอด้วยตนเองเพื่อแก้ปวดเมื่อยนั้นไม่ใช่เรื่องที่ปลอดภัยอย่างที่หลายคนเข้าใจ แม้ว่าเสียงที่เกิดขึ้นจะทำให้รู้สึกโล่งชั่วคราว แต่เบื้องหลังเสียงนั้นกลับมีความเสี่ยงระดับรุนแรงที่อาจส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดแดงและเส้นประสาทไขสันหลังส่วนคอ ซึ่งในทางการแพทย์พบรายงานผู้ป่วยที่ได้รับอันตรายร้ายแรงจากการหักคอจนถึงขั้นเกิดภาวะอัมพฤกษ์อัมพาต หรือโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดมาแล้ว บทความฉบับนี้จึงรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงภัยเงียบของการหักคอ พร้อมทำความเข้าใจกลไกและแนวทางการดูแลรักษาอาการปวดคออย่างถูกวิธี

กลไกและสาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงดังเวลาหักคอ

ก่อนจะทำความเข้าใจถึงอันตราย เราควรทราบถึงกลไกทางกายวิภาคว่าเหตุใดการบิดหรือหักคอจึงทำให้เกิดเสียงดังขึ้นได้ บริเวณข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ (Cervical Facet Joints) จะมีแคปซูลหุ้มข้อต่อซึ่งภายในมีน้ำหล่อลื่นข้อต่อ (Synovial Fluid) ทำหน้าที่ลดแรงเสียดทานและช่วยให้กระดูกขยับเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น ภายในของเหลวนี้จะมีก๊าซไนโตรเจน ก๊าซออกซิเจน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ละลายอยู่

เมื่อเราทำการบิดหรือหักคอ ช่องว่างภายในข้อต่อจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ความดันภายในแคปซูลข้อต่อลดลงอย่างกะทันหัน ก๊าซที่ละลายอยู่จึงรวมตัวกันกลายเป็นฟองอากาศและเกิดการแตกตัวอย่างฉับพลัน ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่าการเกิดฟองอากาศในของเหลวข้อต่อ (Cavitation) และเสียงก๊อบแก๊บที่เราได้ยินก็คือเสียงของการยุบตัวหรือการระเบิดของฟองก๊าซเหล่านี้นั่นเอง เสียงดังกล่าวไม่ได้แปลว่ากระดูกเข้าที่แต่อย่างใด เป็นเพียงปฏิกิริยาทางฟิสิกส์ของของเหลวในข้อต่อเท่านั้น

อันตรายและกลไกการเกิดโรคเมื่อติดนิสัยหักคอ

การหักคอด้วยตนเองบ่อยๆ หรือการใช้วิธีรุนแรง ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดเสียงที่น่าพอใจ แต่ยังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างรอบกระดูกสันหลังส่วนคอในระยะยาว โดยมีกลไกการเกิดอันตรายที่แพทย์มีความกังวลอย่างยิ่ง ดังนี้

  • ภาวะการฉีกขาดของผนังหลอดเลือดแดงคาโรติดหรือเวอร์ทีบรัล (Cervical Artery Dissection): บริเวณคอเป็นจุดผ่านของหลอดเลือดแดงสำคัญที่นำเลือดไปเลี้ยงสมอง ได้แก่ หลอดเลือดแดงคาโรติด (Carotid Artery) และหลอดเลือดแดงเวอร์ทีบรัล (Vertebral Artery) การบิดคออย่างรุนแรงหรือสะบัดคออย่างรวดเร็ว อาจทำให้ผนังหลอดเลือดชั้นในฉีกขาด เกิดลิ่มเลือดอุดตัน และส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ จนนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรืออัมพฤกษ์อัมพาตในที่สุด
  • ความไม่มั่นคงของข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ (Cervical Instability): การหักคอบ่อยครั้งจะทำให้เอ็นและพังผืดที่ยึดตรึงข้อต่อกระดูกสันหลังเกิดความหย่อนยาน สูญเสียความตึงตัวตามธรรมชาติ ส่งผลให้กระดูกคอเคลื่อนไหวผิดปกติ เกิดการเสียดสีกันมากขึ้น และเร่งให้เกิดภาวะกระดูกเสื่อมก่อนวัยอันควร
  • การบาดเจ็บของเส้นประสาท (Nerve Impingement): เมื่อเอ็นและข้อต่อรอบกระดูกคออักเสบและบวมจากการถูกดึงหรือบิดซ้ำๆ อาจไปกดทับรากประสาทที่ออกจากไขสันหลัง ทำให้เกิดอาการชาลามลงแขน ปวดแปล๊บเหมือนไฟช็อต หรือกล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง
  • กล้ามเนื้อหดเกร็งเรื้อรัง (Chronic Muscle Spasm): แม้การหักคอจะช่วยคลายกล้ามเนื้อได้ชั่วครู่ แต่ในระยะยาวร่างกายจะตอบสนองต่อการบาดเจ็บด้วยการสั่งให้กล้ามเนื้อรอบคอหดเกร็งตัวแน่นขึ้นเพื่อปกป้องกระดูกสันหลัง ยิ่งทำให้มีอาการปวดเมื่อยเรื้อรังหนักกว่าเดิม
ข้อควรระวังทางการแพทย์: มีสถิติทางการแพทย์ระบุว่าผู้ป่วยอายุน้อยจำนวนไม่น้อยที่เกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบตันหรืออุดตันเฉียบพลัน มีสาเหตุโดยตรงมาจากการไปนวดแผนไทยหรือการหักคออย่างรุนแรง โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพอยู่แล้ว เช่น โรคความดันโลหิตสูง หลอดเลือดแดงแข็งตัว หรือภาวะผนังหลอดเลือดเปราะบาง

อาการและสัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flags)

หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีพฤติกรรมชอบหักคอ และเริ่มมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นหลังจากการหักคอ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะวิกฤตทางระบบประสาทและหลอดเลือด โดยมีอาการเตือนสำคัญดังต่อไปนี้

  • มีอาการปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  • วิงเวียนศีรษะบ้านหมุนอย่างรุนแรง ทรงตัวไม่ได้ เดินเซ หรือคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
  • มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้า แขน หรือขา ข้างใดข้างหนึ่งอย่างฉับพลัน
  • การมองเห็นผิดปกติ เช่น ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือสูญเสียการมองเห็นชั่วคราว
  • พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง หรือไม่เข้าใจคำพูดของผู้อื่น
  • มีอาการปวดคอรุนแรงร่วมกับมีไข้ หรือมีอาการคอแข็งเกร็งขยับไม่ได้

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดคอรุนแรงหรือมีอาการทางระบบประสาทหลังจากการหักคอ แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีความเสียหายต่อหลอดเลือดและไขสันหลัง โดยขั้นตอนมาตรฐานประกอบด้วย

  • การซักประวัติและตรวจร่างกายทางระบบประสาท: แพทย์จะซักถามพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ประวัติการหักคอ การนวด หรืออุบัติเหตุ พร้อมทั้งทดสอบกำลังกล้ามเนื้อ การรับความรู้สึก และรีเฟล็กซ์ของร่างกาย
  • การเอกซเรย์กระดูกสันหลังส่วนคอ (Cervical Spine X-ray): เพื่อดูแนวโครงสร้างของกระดูกสันหลัง ความเสื่อมของข้อต่อ และภาวะกระดูกเคลื่อน
  • การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI Scan): ใช้ประเมินความเสียหายของเนื้อเยื่ออ่อน หมอนรองกระดูก เส้นประสาท และไขสันหลัง
  • การตรวจหลอดเลือดด้วยรังสีวิทยาขั้นสูง (CTA หรือ MRA): ตรวจหาภาวะการฉีกขาดของหลอดเลือดแดงบริเวณคอหรือความผิดปกติของระบบเลือดไปเลี้ยงสมอง ในกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะหลอดเลือดสมอง

วิธีดูแลรักษาอาการปวดคอที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การแก้ปัญหาอาการปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ ที่ต้นเหตุอย่างปลอดภัยและยั่งยืน ควรทำตามแนวทางทางการแพทย์ดังต่อไปนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาพฤติกรรมการหักคอ

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและท่าทาง (Ergonomics): ปรับระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา หลีกเลี่ยงการก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เป็นเวลานาน และควรหยุดพักเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ สามสิบนาที
  • การทำกายภาพบำบัด: เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงโดยนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญ จะใช้วิธีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การนวดคลายจุดกระตุ้น (Trigger Point Release) การใช้ความร้อนหรือความเย็นบำบัด รวมถึงการออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบคอ
  • การใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร: ในกรณีที่มีอาการปวดอักเสบรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาจ่ายยาแก้ปวด กลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือยาคลายกล้ามเนื้อ เพื่อลดอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
  • การปรับสภาพแวดล้อมและการนอน: เลือกใช้หมอนหนุนนอนที่มีความสูงและรองรับส่วนโค้งของกระดูกคอได้อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้คอต้องอยู่ในท่าที่ผิดธรรมชาติตลอดคืน
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากคุณมีอาการปวดตึงคอเรื้อรังและรู้สึกอยากหักคอตลอดเวลา แนะนำให้เปลี่ยนเป็นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอเบาๆ ด้วยการเอียงคอค้างไว้ข้างละสิบวินาทีสลับกัน หรือใช้วิธีประคบอุ่นบริเวณต้นคอครั้งละสิบห้าถึงยี่สิบนาที จะช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องเสี่ยงอันตรายต่อเส้นประสาทและหลอดเลือด

การป้องกันและแนวทางการดูแลสุขภาพคอในระยะยาว

การป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดตึงคอจนต้องหักคอบ่อยๆ สามารถทำได้โดยการสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อคอ ผ่านการออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น การบริหารคอในทิศทางต้านแรงมือเบาๆ การว่ายน้ำ หรือการเล่นโยคะที่เน้นการยืดหยุ่น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงความเครียดสะสม เนื่องจากความเครียดทางจิตใจสามารถส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณบ่าและคอหดเกร็งโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นชนวนเหตุหลักของอาการปวดเมื่อยที่ทำให้หลายคนเผลอหักคออยู่เสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down