ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจที่มาของอาการปวดหัวหลังจากหักคอตัวเอง

พฤติกรรมการหักคอหรือการบิดคอให้มีเสียงดังกรอบแกรบ มักเป็นกิจวัตรที่หลายคนทำเพื่อคลายความตึงเครียดหรือบรรเทาอาการปวดเกร็งบริเวณต้นคอ โดยเชื่อว่าจะช่วยให้รู้สึกโล่งสบายขึ้นในทันที อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวอาจแฝงมาด้วยอันตรายและผลกระทบต่อสุขภาพโครงสร้างกระดูกและระบบประสาทอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากการหักคอ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าโครงสร้างบริเวณกระดูกต้นคอและข้อต่ออาจเกิดการบาดเจ็บหรืออักเสบขึ้น

ในทางการแพทย์ อาการปวดหัวที่สัมพันธ์กับปัญหาของกระดูกสันหลังส่วนคอ เรียกว่า อาการปวดหัวจากต้นคอ (Cervicogenic Headache) ซึ่งมีกลไกการเกิดโรคที่เชื่อมโยงระหว่างเส้นประสาทไขสันหลังส่วนบนและเส้นประสาทรับความรู้สึกบริเวณศีรษะและใบหน้า เมื่อมีการกระชาก บิด หรือหักคออย่างรุนแรงหรือผิดธรรมชาติ อาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อรอบข้อต่อ เอ็นยึดข้อต่อ หรือแม้แต่เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงสมอง ทำให้เกิดการอักเสบและส่งสัญญาณความเจ็บปวดขึ้นไปแสดงผลที่บริเวณศีรษะ

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการปวดหัวจากข้อต่อคออักเสบ

ข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ (Cervical Facet Joints) เป็นข้อต่อที่มีความสำคัญในการรองรับน้ำหนักของศีรษะและควบคุมการเคลื่อนไหวของคอ ในแต่ละวันข้อต่อเหล่านี้ต้องรับภาระความเครียดจากท่าทางที่ไม่เหมาะสม เช่น การก้มหน้ามองจอโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน จนทำให้กล้ามเนื้อรอบคอเกิดอาการเกร็งตัวและข้อต่อเริ่มมีความผิดปกติ เมื่อผู้ป่วยพยายามแก้ไขด้วยการหักคอเอง แรงกระแทกจากการบิดหมุนอย่างรวดเร็วจะไปสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างภายใน ดังนี้

  • การอักเสบของเยื่อหุ้มข้อต่อกระดูกคอ (Facet Joint Inflammation): แรงบิดที่รุนแรงทำให้ผิวข้อต่อเกิดการเสียียดสีอย่างรุนแรงและฉีกขาดในระดับจุลภาค ส่งผลให้เกิดการอักเสบ บวม และกระตุ้นปลายประสาทรับความเจ็บปวดในบริเวณนั้น
  • การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและพังผืด (Myofascial Strain): กล้ามเนื้อคอที่หดเกร็งอยู่เดิมเมื่อถูกบังคับให้ยืดและหดอย่างฉับพลันจะเกิดการฉีกขาดของเส้นใยกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการปวดร้าวลามขึ้นไปที่ฐานกะโหลกศีรษะและขมับ
  • การระคายเคืองของรากประสาทและเส้นประสาทรับความรู้สึก (Nerve Irritation): โครงสร้างคอมีเส้นประสาทสมองคู่ที่หนึ่ง สอง และสาม (C1, C2, C3 Spinal Nerves) ที่เชื่อมโยงกับเส้นประสาทไตรเจมินัล (Trigeminal Nerve) ซึ่งควบคุมความรู้สึกบริเวณศีรษะและใบหน้า เมื่อข้อต่อคออักเสบ จึงทำให้เกิดอาการปวดหัวตามมาในตำแหน่งต่างๆ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: การหักคอด้วยตนเองหรือการให้ผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดหรือแพทย์เฉพาะทางเป็นผู้ดัดคอ มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะเส้นเลือดแดงใหญ่ที่คอฉีกขาด (Vertebral Artery Dissection) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตกได้

ลักษณะอาการและตำแหน่งของอาการปวดหัวที่ต้องสังเกต

อาการปวดหัวที่เกิดจากข้อต่อคออักเสบหลังการหักคอจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากอาการปวดหัวไมเกร็งหรืออาการปวดหัวจากความเครียดทั่วไป โดยผู้ป่วยมักจะมีอาการแสดงดังต่อไปนี้

  • ตำแหน่งที่ปวด: มักเริ่มต้นจากบริเวณท้ายทอยหรือฐานกะโหลกศีรษะ แล้วมีอาการปวดร้าวลามขึ้นมาที่ขมับ หน้าผาก หรือรอบกระบอกตา มักเป็นที่ด้านใดด้านหนึ่งของศีรษะตามข้างที่มีการหักคอ
  • ลักษณะความเจ็บปวด: เป็นอาการปวดตื้อๆ หน่วงๆ หรือปวดแปล๊บบางครั้งคราว รู้สึกตึงแน่นบริเวณต้นคมาร่วมด้วย
  • ปัจจัยกระตุ้นอาการ: อาการปวดมักจะถูกกระตุ้นหรือมีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อขยับคอ หันหน้าไปข้างใดข้างหนึ่ง หรือเมื่อกดลงบนบริเวณข้อต่อกระดูกคอที่อักเสบ
  • อาการร่วมอื่นๆ: อาจมีอาการข้อต่อคอติดขัด ขยับคอได้ไม่สุด รู้สึกกล้ามเนื้อคอเกร็งแข็ง หรือในบางรายอาจมีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ร่วมด้วย

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการปวดหัวหลังหักคอส่วนใหญ่จะเกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อและข้อต่อทั่วไป แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณของการบาดเจ็บที่รุนแรงในระดับเส้นประสาทหรือหลอดเลือด หากผู้ป่วยมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ขั้นสูง

  • อาการปวดหัวรุนแรงเฉียบพลันแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต
  • มีอาการชา อ่อนแรง หรือสูญเสียการ Co-ordination ของแขนและขา
  • มีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนอย่างรุนแรง มีปัญหาในการทรงตัว การเดินเซ
  • การมองเห็นผิดปกติ เช่น เห็นภาพซ้อน ตามัวชั่วคราว
  • มีไข้ร่วมกับอาการคอแข็งเกร็งอย่างรุนแรง
  • มีอาการพูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว หรือมีความผิดปกติทางระบบประสาทร่วมด้วย
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากคุณมีพฤติกรรมชอบหักคอและเริ่มมีอาการปวดหัวเรื้อรัง ควรหยุดพฤติกรรมดังกล่าวทันที และเข้ามาพบแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อหรือแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อตรวจประเมินโครงสร้างกระดูกสันหลังส่วนคออย่างละเอียด หลีกเลี่ยงการปล่อยทิ้งไว้จนอาการลุกลามเรื้อรัง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดหัวหลังจากหักคอ แพทย์จะดำเนินการประเมินและวินิจฉัยโรคผ่านกระบวนการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ดังนี้

  • การซักประวัติและการตรวจร่างกายทางระบบประสาทและกระดูก: แพทย์จะสอบถามถึงพฤติกรรมในการหักคอ ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ ลักษณะของความเจ็บปวด และทำการตรวจร่างกายเพื่อหาจุดกดเจ็บ (Tenderness) บริเวณข้อต่อกระดูกคอ รวมถึงการทดสอบช่วงการเคลื่อนไหวของคอ (Range of Motion)
  • การถ่ายภาพรังสี (X-ray): เพื่อตรวจสอบโครงสร้างกระดูกสันหลังส่วนคอ ภาวะเสื่อมของข้อต่อ หรือความผิดปกติของแนวกระดูกคอ
  • การตรวจด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): ในกรณีที่แพทย์สงสัยว่ามีการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูก เส้นประสาท หรือหลอดเลือดบริเวณคอ การตรวจด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอจะช่วยให้เห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่ออ่อนได้อย่างชัดเจน

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาอาการปวดหัวจากข้อต่อคออักเสบจะมุ่งเน้นไปที่การลดการอักเสบ คลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และปรับปรุงการทำงานของข้อต่อคอให้อยู่ในภาวะปกติ โดยมีแนวทางดังนี้

  • การใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการ: แพทย์อาจพิจารณาจ่ายยาในกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อลดอาการอักเสบที่ข้อต่อและลดอาการปวดหัว ร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดภาวะเกร็งตัวของกล้ามเนื้อรอบคอ
  • การทำกายภาพบำบัด: เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษา ประกอบด้วยการใช้อุปกรณ์ความร้อนหรือความเย็นเพื่อลดการอักเสบ การนวดคลายกล้ามเนื้อโดยนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญ การดึงคอเบาๆ เพื่อลดแรงกดทับ และการบริหารกล้ามเนื้อคอเพื่อเพิ่มความแข็งแรง
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและท่าทาง: หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการหักคอ บิดคอ หรือสะบัดคออย่างเด็ดขาด ปรับท่านั่งทำงานให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อไม่ให้คอต้องรับภาระหนักเกินไป

การป้องกันและการดูแลสุขภาพคอในระยะยาว

การป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดหัวซ้ำซ้อนและการปกป้องสุขภาพของกระดูกสันหลังส่วนคอในระยะยาว สามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันและการดูแลสุขภาพร่างกาย ดังนี้

  • งดพฤติกรรมการหักคอหรือดัดคอด้วยตนเองอย่างเด็ดขาด หากรู้สึกตึงคอให้ใช้วิธีการยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างนุ่มนวล (Gentle Stretching) แทน
  • จัดระเบียบท่าทางในการทำงาน (Ergonomics) เช่น การปรับระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา เพื่อป้องกันไม่ให้ต้องก้มหน้าเป็นเวลานาน
  • หมั่นออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอและหลังส่วนบน เช่น การรำไทเก็ก โยคะ หรือการบริหารกล้ามเนื้อคอตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด
  • หลีกเลี่ยงการนอนหนุนหมอนที่สูงหรือแข็งจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้กระดูกคออยู่ในท่าที่ไม่เป็นธรรมชาติขณะนอนหลับ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down