ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เจาะลึกอาการปวดท้องด้านขวาร่วมกับไข้สูงและหนาวสั่น ภัยเงียบจากระบบทางเดินปัสสาวะ

อาการปวดท้องด้านขวาร่วมกับไข้สูงและหนาวสั่น เป็นหนึ่งในกลุ่มอาการทางคลินิกที่แพทย์ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ เนื่องจากการแสดงออกดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงภาวะติดเชื้อรุนแรงในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบน โดยเฉพาะโรคกรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis) ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างทันท่วงทีจากแพทย์เฉพาะทาง บทความฉบับนี้จะพาผู้อ่านทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุ กลไกการเกิดโรค อาการแสดงที่ต้องระวัง และแนวทางการรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพื่อปกป้องตัวคุณเองและคนที่คุณรักจากภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและกรวยไตอักเสบ

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection - UTI) เกิดขึ้นได้เมื่อมีจุลชีพ โดยเฉพาะแบคทีเรีย เข้าไปในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งประกอบด้วยท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ ท่อไต และไต แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุหลักกว่าร้อยแปดสิบคือเชื้อเอสเชอริเชีย โคไล (Escherichia coli) ซึ่งปกติอาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ เมื่อเชื้อโรคเหล่านี้เล็ดลอดเข้าสู่ท่อปัสสาวะและลุกลามขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงไต จะก่อให้เกิดการอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรงที่เนื้อเยื่อไตและกรวยไต กลายเป็นโรคกรวยไตอักเสบในที่สุด

ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้ง่ายขึ้น ได้แก่ การกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน ภาวะนิ่วในทางเดินปัสสาวะที่มีส่วนขัดขวางการไหลของปัสสาวะ โรคเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงซึ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ภาวะตั้งครรภ์ รวมถึงความผิดปกติทางกายวิภาคของระบบทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้ เพศหญิงยังมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าเพศชายเนื่องจากลักษณะทางกายวิภาคที่มีท่อปัสสาวะสั้นและอยู่ใกล้กับทวารหนัก ทำให้แบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น

อาการสำคัญและลำดับการดำเนินของโรค

การดำเนินของโรคกรวยไตอักเสบมักมีความรวดเร็วและแสดงอาการเด่นชัด โดยแบ่งออกเป็นระยะต่าง ๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มแรก: มักมีอาการระคายเคืองขณะปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะมีกลิ่นฉุนหรือขุ่น และอาจมีอาการปวดหน่วงบริเวณท้องน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะที่ยังไม่ได้รับการรักษา
  • ระยะลุกลาม: เชื้อโรคเดินทางขึ้นสู่ไต ทำให้ผู้ป่วยเริ่มมีอาการปวดหลังส่วนล่างหรือปวดท้องด้านขวาร่วมกับไข้สูง หนาวสั่นอย่างรุนแรง ตัวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้ อาเจียน และรู้สึกอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด
  • ระยะที่ต้องระวังเป็นพิเศษ: หากปล่อยไว้ไม่รักษา เชื้ออาจเข้าสู่กระแสเลือดและนำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่อันตรายมาก
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการปวดท้องด้านขวาสามารถทับซ้อนกับโรคไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis) ได้ ดังนั้นการมีไข้สูงร่วมกับอาการปวดบริเวณบั้นเอวหรือหลังร่วมด้วย จึงเป็นจุดสังเกตสำคัญที่แพทย์ใช้ในการแยกระหว่างโรคทางเดินปัสสาวะและโรคในช่องท้องอื่น ๆ แต่ผู้ป่วยไม่ควรวินิจฉัยโรคด้วยตนเองเด็ดขาด

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากคุณหรือคนในครอบครัวมีอาการปวดท้องด้านขวาร่วมกับไข้สูงและหนาวสั่น และมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที:

  • ไข้สูงมากเกินสามส.ิบเก้าองศาเซลเซียสและไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้ทั่วไป
  • มีอาการหนาวสั่นรุนแรงจนตัวสั่นเกร็ง
  • ปวดหลังหรือปวดบั้นเอวรุนแรงจนไม่สามารถขยับตัวได้
  • คลื่นไส้และอาเจียนอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือน้ำได้
  • มีภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ผิวแห้ง ปัสสาวะออกน้อยมากหรือมีสีเข้มจัด
  • ซึมลง สับสน วิงเวียนศีรษะ หรือมีความดันโลหิตต่ำ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของภาวะช็อกจากการติดเชื้อ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการดังกล่าว แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดและการตรวจร่างกาย รวมถึงการเคาะเจ็บที่บริเวณบั้นเอว (Costovertebral Angle Tenderness) เพื่อประเมินความอักเสบของไต นอกจากนี้ยังมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่สำคัญ ได้แก่:

  • การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis): เพื่อหาเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะ
  • การเพาะเชื้อปัสสาวะ (Urine Culture): เพื่อระบุชนิดของแบคทีเรียและเลือกใช้ยาปฏิชีวนะที่ตรงจุดที่สุด
  • การตรวจเลือด (Complete Blood Count): เพื่อประเมินระดับเม็ดเลือดขาวที่สูงขึ้นซึ่งแสดงถึงการติดเชื้อ และตรวจการทำงานของไต (BUN and Creatinine)
  • การอัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Ultrasound or CT Scan): ในกรณีที่แพทย์สงสัยว่ามีนิ่วในไต หรือมีความผิดปกติทางกายวิภาคที่ขัดขวางการขับปัสสาวะ

วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคกรวยไตอักเสบจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยแนวทางการรักษาหลักประกอบด้วย:

  • การใช้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม ซึ่งในระยะแรกอาจเป็นการให้ทางหลอดเลือดดำในโรงพยาบาล หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง คลื่นไส้มาก หรือติดเชื้อในกระแสเลือด ก่อนจะเปลี่ยนมารับประทานต่อจนครบกำหนดระยะเวลา (โดยทั่วไปใช้เวลาสิบสี่วัน) แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด
  • การรักษาตามอาการ: การให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด และยาแก้อาเจียน รวมถึงการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะขาดน้ำ
  • การดูแลที่บ้าน: ดื่มน้ำสะอาดปริมาณมากวันละสองถึงสามลิตร เพื่อช่วยขับเชื้อโรคออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย
คำแนะนำจากคุณหมอ: การรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบตามจำนวนวันที่แพทย์สั่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการรักษาโรคกรวยไตอักเสบ การหยุดยาเองกลางคันจะทำให้เชื้อดื้อยาและกลับมาติดเชื้อซ้ำ ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่าเดิมหลายเท่า

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย มีข้อปฏิบัติที่ต้องระมัดระวังอย่างเคร่งครัดดังนี้:

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรับประทานเอง: การใช้ยาไม่ถูกขนาดหรือไม่ตรงกับเชื้อโรคจะทำให้อาการลุกลามและเกิดเชื้อดื้อยา
  • ระวังการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเซด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน: ในผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะและอาจมีปัญหาการทำงานของไตร่วมด้วย การใช้ยาในกลุ่มนี้อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตให้แย่ลงอย่างรวดเร็ว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาแก้ปวดทุกครั้ง
  • ห้ามกลั้นปัสสาวะ: ควรขับถ่ายปัสสาวะทันทีเมื่อรู้สึกปวด เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะ
  • ขนาดยาพาราเซตามอลสำหรับลดไข้: ควรใช้ในขนาดที่ถูกต้องตามน้ำหนักตัว (สิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมง) และไม่ควรรับประทานเกินขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนด

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพทางเดินปัสสาวะในระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและกรวยไตอักเสบสามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน:

  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อช่วยชะล้างแบคทีเรียออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ไม่ควรกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน ควรเข้าห้องน้ำทันทีเมื่อมีความรู้สึกปวด
  • สำหรับเพศหญิง ควรทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลังหลังขับถ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียจากทวารหนักแพร่ 1 สู่ท่อปัสสาวะ
  • ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควบคุมโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์ควบคุม
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์มากเกินไป ซึ่งอาจกระตุ้นการระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ

สรุปคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแล

อาการปวดท้องด้านขวาร่วมกับไข้สูงและหนาวสั่น ไม่ใช่อาการปวดท้องธรรมดาที่จะหายไปได้เอง แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคกรวยไตอักเสบที่รุนแรง การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ และรีบมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่ถูกต้อง จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down