ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างภูมิแพ้อาหารและภูมิแพ้อากาศในเด็ก

ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ในเด็ก พบว่าในช่วงฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ ที่มีภาวะภูมิแพ้อยู่แล้วมักจะมีอาการกำเริบได้ง่ายและรุนแรงขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่มีภาวะภูมิแพ้ซ้ำซ้อน นั่นคือการเป็นทั้งโรคภูมิแพ้อากาศ (Allergic Rhinitis) และโรคภูมิแพ้อหาร (Food Allergy) ไปพร้อมๆ กัน ภาวะนี้ทางการแพทย์เรียกว่า Atopic March หรือบันไดก้าวสู่โรคภูมิแพ้ ซึ่งสะท้อนถึงระบบภูมิคุ้มกันของเด็กที่มีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงผิดปกติ ความชื้นในอากาศสูงในช่วงหน้าฝนยังเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีให้ไรฝุ่น เชื้อรา และละอองเกสรเติบโตได้ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไปกระตุ้นภูมิแพ้อากาศให้กำเริบ และเมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายอยู่ในภาวะถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง (Hyper-reactive state) ก็จะทำให้ปฏิกิริยาต่อภูมิแพ้อหารมีความรุนแรงตามไปด้วย การทำความเข้าใจกลไกและรู้จักหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นตัวการสำคัญ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องลูกรักให้ห่างไกลจากอาการภูมิแพ้กำเริบในช่วงฤดูมรสุมนี้

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคภูมิแพ้ซ้ำซ้อนในเด็ก

โรคภูมิแพ้เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าใจผิดว่าสารที่ไม่เป็นอันตราย (เช่น โปรตีนในอาหาร หรือไรฝุ่น) เป็นสิ่งแปลกปลอมอันตราย จึงสร้างภูมิคุ้มกันชนิดอิมมูโนโกลบูลินอี (Immunoglobulin E หรือ IgE) ขึ้นมาต่อต้าน เมื่อเด็กได้รับสารกระตุ้นซ้ำๆ สาร IgE เหล่านี้จะไปกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดแมสต์เซลล์ (Mast cells) ให้หลั่งสารเคมีในร่างกาย เช่น ฮีสตามีน (Histamine) ออกมา ทำให้เกิดอาการอักเสบ บวม คัน และมีเสมหะ ในเด็กที่เป็นทั้งภูมิแพ้อากาศและภูมิแพ้อหาร ระบบภูมิคุ้มกันจะอยู่ในภาวะไวเกิน (Sensitization) ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาข้ามกัน (Cross-reactivity) ระหว่างสารก่อภูมิแพ้ในอากาศและสารก่อภูมิแพ้ในอาหารได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น เด็กที่แพ้ไรฝุ่นอาจมีอาการแพ้เมื่อรับประทานอาหารทะเลบางชนิดที่มีโครงสร้างโปรตีนใกล้เคียงกัน ความชื้นและอุณหภูมิที่ลดต่ำลงในหน้าฝนยังทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจของเด็กระคายเคืองง่ายขึ้น ส่งผลให้อาการกำเริบได้รวดเร็วและรุนแรงกว่าฤดูกาลอื่น

อาหารกลุ่มเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาดในช่วงหน้าฝนเพื่อป้องกันภูมิแพ้กำเริบ

การเลือกรับประทานอาหารเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเด็กที่เป็นภูมิแพ้ การหลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้นจะช่วยลดภาระของระบบภูมิคุ้มกันลงได้ อาหารกลุ่มเสี่ยงหลักๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยงในช่วงที่ภูมิแพ้อากาศกำลังกำเริบ มีดังนี้

  • อาหารกลุ่มเสี่ยงหลัก 8 ชนิด (The Big 8): ได้แก่ นมวัว ไข่ไก่ ถั่วลิสง ถั่วเหลืองแป้งสาลี อาหารทะเลที่มีเปลือก (กุ้ง ปู หอย) ปลาทะเล และถั่วเปลือกแข็ง อาหารเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้อาหารที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก และอาจทำให้อาการภูมิแพ้อากาศแย่ลงได้เนื่องจากกระตุ้นการสร้างสารอักเสบในร่างกาย
  • อาหารที่มีสารฮีสตามีนสูงตามธรรมชาติ (High-Histamine Foods): เช่น อาหารหมักดอง (กิมจิ เต้าเจี้ยว ปลาร้า) อาหารแปรรูป (ไส้กรอก เบคอน แฮม) น้ำปลา ชีสบ่มนาน น้ำส้มสายชู และผักผลไม้บางชนิด เช่น มะเขือเทศ สตรอว์เบอร์รี กล้วยสุกงอม เนื่องจากสารฮีสตามีนเหล่านี้จะไปเสริมฤทธิ์กับฮีสตามีนที่ร่างกายหลั่งออกมาจากอาการภูมิแพ้อากาศ ทำให้อาการคัน จาม น้ำูกไหล ผื่นขึ้น หรือหอบหืด กำเริบรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • อาหารที่มีสารเติมแต่ง สีผสมอาหาร และสารกันบูด: สารเคมีเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้เทียม (Pseudo-allergy) หรือกระตุ้นให้ผื่นลมพิษและอาการหอบหืดกำเริบได้ง่ายขึ้นในเด็กที่มีความไวต่อสารเคมี
  • อาหารฤทธิ์เย็นจัดหรืออาหารดิบ: ในช่วงหน้าฝน อากาศที่ชื้นและเย็นอาจทำให้ระบบย่อยอาหารและทางเดินหายใจของเด็กอ่อนแอลง การให้เด็กรับประทานอาหารดิบ อาหารสุกๆ ดิบๆ หรือน้ำแข็ง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินอาหารและกระตุ้นอาการภูมิแพ้ทางเดินหายใจให้แย่ลงได้
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาหารบางชนิดอาจไม่มีประวัติว่าแพ้โดยตรง แต่หากเด็กกำลังมีอาการภูมิแพ้อากาศกำเริบ (เช่น น้ำมูกไหล จามบ่อย) การรับประทานอาหารที่มีฮีสตามีนสูงหรืออาหารแปรรูป จะไปกระตุ้นให้ร่างกายแสดงอาการแพ้ที่รุนแรงขึ้นเสมือนแพ้อาหารชนิดนั้นๆ ดังนั้นในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงหรือหน้าฝน ควรงดอาหารกลุ่มดังกล่าวชั่วคราวจนกว่าอาการภูมิแพ้อากาศจะสงบลง

อาการสำคัญและสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าภูมิแพ้กำลังกำเริบ

คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด โดยอาการของภูมิแพ้อากาศและภูมิแพ้อหารมักจะแสดงออกร่วมกันหรือต่อเนื่องกัน ดังนี้

  • อาการทางระบบทางเดินหายใจ (จากภูมิแพ้อากาศ): จามติดต่อกันในตอนเช้าหรือเมื่อโดนความชื้น คัดจมูก น้ำมูกใสไหล คันจมูก ขยี้จมูกบ่อยจนเกิดรอยพับที่สันจมูก (Allergic salute) มีเสมหะในคอ ไอเรื้อรังโดยเฉพาะเวลากลางคืนหรือช่วงเช้ามืด และหายใจมีเสียงวี๊ดหากมีภาวะหลอดลมไวร่วมด้วย
  • อาการทางผิวหนัง: ผื่นแดง คัน ผื่นผิวหนังอักเสบ (Atopic dermatitis) กำเริบ มีรอยแดงตามข้อพับ แขน ขา หรือใบหน้า และอาจเกิดลมพิษเฉียบพลันหลังรับประทานอาหารที่กระตุ้นอาการ
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร (จากภูมิแพ้อาหาร): ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือมีเลือดปนในอุจจาระในเด็กเล็กหลังรับประทานอาหารที่แพ้

สัญญาณอันตราย Red Flags ที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

หากเด็กมีอาการภูมิแพ้กำเริบรุนแรงจนเข้าสู่ภาวะ Anaphylaxis หรือมีอาการวิกฤตทางเดินหายใจ ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอสังเกตอาการที่บ้าน สัญญาณอันตรายเหล่านี้ได้แก่

  • หายใจหอบเหนื่อยรุนแรง หายใจลำบาก หายใจมีเสียงดังวี๊ดชัดเจน หรือหน้าอกบุ๋มขณะหายใจ
  • ริมฝีปาก เล็บมือ หรือผิวหนังมีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) จากภาวะขาดออกซิเจน
  • บวมบริเวณใบหน้า เปลือกตา ริมฝีปาก ลิ้น หรือมีอาการแน่นในลำคอ กลืนน้ำลายลำบาก
  • ลมพิษกระจายทั่วตัวอย่างรวดเร็ว ร่วมกับอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ความดันโลหิตต่ำ หรือหมดสติ
  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ตอบสนอง หรือมีอาการอาเจียนพุ่งติดต่อกันหลายครั้ง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อพาเด็กมาพบแพทย์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้จะมีแนวทางในการวินิจฉัยที่แม่นยำ ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว ประวัติการรับประทานอาหาร สิ่งแวดล้อมที่บ้าน และลักษณะอาการที่เกิดขึ้น ช่วงเวลาที่อาการกำเริบ เพื่อประเมินความสัมพันธ์ระหว่างอาหารและสิ่งแวดล้อม
  • การตรวจร่างกาย: ตรวจเยื่อบุจมูก คอ ต่อมน้ำเหลือง ผิวหนัง และฟังเสียงปอดเพื่อประเมินความรุนแรงของการอักเสบ
  • การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Skin Prick Test): เพื่อหาว่าเด็กแพ้สารก่อภูมิแพ้อากาศหรืออาหารชนิดใด
  • การเจาะเลือดตรวจหาภูมิคุ้มกัน (Specific IgE Blood Test): เพื่อวัดระดับภูมิต้านทานจำเพาะต่ออาหารหรือสารก่อภูมิแพ้แต่ละชนิด เหมาะกับเด็กที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบรุนแรงที่ไม่สามารถทำ skin test ได้
  • การทดสอบการแพ้อาหารภายใต้การดูแลของแพทย์ (Oral Food Challenge): หากจำเป็นและปลอดภัย เพื่อยืนยันวินิจฉัยโรคภูมิแพ้อาหารอย่างแม่นยำ

วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การดูแลรักษาเด็กที่เป็นทั้งภูมิแพ้อาหารและภูมิแพ้อากาศในช่วงหน้าฝน ต้องอาศัยการรักษาควบคู่กันทั้งการใช้ยาและการควบคุมสิ่งแวดล้อม

  • การใช้ยาตามคำสั่งแพทย์: แพทย์อาจพิจารณาให้ยาแก้แพ้ชนิดไม่ง่วง (Antihistamines) ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกเพื่อลดการอักเสบเรื้อรัง หรือยาขยายหลอดลมในเด็กที่มีอาการหอบหืดร่วมด้วย ห้ามซื้อยาพ่นหรือยาปฏิชีวนะให้เด็กใช้เองโดยเด็ดขาด
  • การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ (Nasal Irrigation): เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการช่วยชะล้างน้ำมูก สิ่งสกปรก และสารก่อภูมิแพ้ออก ัจากโพรงจมูก ทำให้เด็กหายใจสะดวกขึ้นและลดการใช้ยา
  • การควบคุมสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน: ลดความชื้นในบ้านโดยใช้เครื่องลดความชื้น หมั่นทำความสะอาดเครื่องนอนด้วยน้ำร้อนเพื่อกำจัดไรฝุ่น หลีกเลี่ยงการใช้พรม หรือตุ๊กตาผ้าที่เป็นแหล่งสะสมของฝุ่นและเชื้อรา
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในช่วงหน้าฝน การสร้างเกราะคุ้มกันให้ลูกเริ่มต้นง่ายๆ ที่การรักษาความสะอาดของโพรงจมูกด้วยการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อเป็นประจำทุกวัน ควบคู่กับการจัดเตรียมอาหารที่ปรุงสุกใหม่ สะอาด หลีกเลี่ยงอาหารหมักดองและอาหารแปรรูป จะช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการภูมิแพ้กำเริบได้อย่างมีนัยสำคัญ

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรตระหนักถึงข้อควรระวังทางการแพทย์ดังต่อไปนี้

  • ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็ก: เด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดกลุ่มอาการเรย์ส์ซินโดรม (Reye's syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนทางสมองและตับที่รุนแรงถึงชีวิต หากเด็กมีไข้ร่วมด้วยให้ใช้ยาพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้องเท่านั้น
  • ขนาดยาพาราเซตามอลที่ถูกต้อง: ขนาดยาพาราเซตามอลสำหรับเด็กคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการไข้หรือปวด และควรคำนวณตามน้ำหนักจริงของเด็กทุกครั้ง
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ทานเอง: โรคภูมิแพ้และการติดเชื้อไวรัสส่วนใหญ่ในหน้าฝนไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ การใช้ยาพร่ำเพรื่อจะทำให้เกิดเชื้อดื้อยาและไม่ช่วยรักษาอาการภูมิแพ้
  • ห้ามละเลยการอ่านฉลากอาหาร: สำหรับเด็กที่เป็นภูมิแพ้อาหาร การอ่านฉลากโภชนาการเพื่อตรวจสอบส่วนผสมของนมวัว ไข่ หรือแป้งสาลีอย่างละเอียดก่อนให้ลูกรับประทานเป็นสิ่งจำเป็นทุกครั้ง

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันไม่ให้ภูมิแพ้กำเริบในระยะยาวต้องอาศัยการเสริมสร้างสุขภาพและภูมิคุ้มกันที่ดีอย่างต่อเนื่อง

  • การรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปี: การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อทางเดินหายใจ ซึ่งมักจะเป็นตัวจุดชนวนให้อาการภูมิแพ้อากาศและหอบหืดกำเริบรุนแรง
  • ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: ในขวบปีแรกนมแม่มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้ชนิดต่างๆ
  • โภชนาการที่สมดุลและหลากหลาย: เน้นรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ผักและผลไม้สดที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ
  • การออกกำลังกายที่เหมาะสม: ส่งเสริมให้เด็กได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกกำลังกายในที่อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและระบบทางเดินหายใจทำงานได้ดีขึ้น

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแลในการรับมือภูมิแพ้หน้าฝน

เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เช็คลิสต์ปฏิบัติดังนี้ในการดูแลลูกรักช่วงหน้าฝน

  • ตรวจสอบสภาพอากาศและความชื้นในแต่ละวัน หากมีความชื้นสูงควรปิดหน้าต่างและเปิดเครื่องลดความชื้นในห้องนอน
  • งดอาหารกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ อาหารหมักดอง อาหารแปรรูป อาหารทะเล และอาหารที่มีสารฮีสตามีนสูง เมื่อสังเกตว่าลูกเริ่มมีอาการภูมิแพ้อากาศกำเริบ
  • เตรียมอุปกรณ์ล้างจมูกและน้ำเกลือให้พร้อม ทำความสะอาดโพรงจมูกให้ลูกทุกวันเพื่อลดปริมาณสารก่อภูมิแพ้
  • จัดเตรียมยาประจำตัวที่แพทย์สั่งให้พร้อมใช้งานเสมอ และศึกษาแผนรับมือภาวะภูมิแพ้รุนแรงร่วมกับแพทย์ประจำตัวของเด็ก
  • สังเกตอาการเตือนภัย (Red Flags) อย่างใกล้ชิด หากมีอาการหายใจหอบเหนื่อย ซึมลง หรือบวมตามใบหน้า นำส่งโรงพยาบาลทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down