ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องวัคซีนเด็กและภาพรวมโรคติดต่อในยุคปัจจุบัน

การสร้างภูมิคุ้มกันโรคด้วยการให้วัคซีนแก่เด็กทารกและเด็กเล็กถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จทางการแพทย์ที่สำคัญที่สุดในการปกป้องชีวิตประชากรโลก วัคซีนช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สร้างแอนติบอดีขึ้นมาต่อ ู้กับเชื้อโรคเฉพาะเจาะจง โดยไม่ต้องให้เด็กเผชิญกับการติดเชื้อตามธรรมชาติซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ความพิการ หรือเสียชีวิต ในเด็กเล็กและทารก ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็ม ี่ ทำให้มีความเสี่ยงสูงมากต่อการติดเชื้อโรคระบาดต่างๆ เช่น โรคคอตีบ โรคไอกรน โรคบาดทะยัก โรคโปลิโอ โรคตับอักเสบ B และโรคติดเชื้อจากแบคทีเรียฮิบ การได้รับวัคซีนตามกำหนดจึงเป็นเกราะป้องกันชีวิตด่านแรกที่พ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนต้องให้ความสำคัญสูงสุด

ชนิดของวัคซีนเด็กจำเป็นตามตารางสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค

กระทรวงสาธารณสุขและสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ได้กำหนดตารางการให้วัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมที่เด็กทุกคนควรได้รับอย่างครอบคลุม ดังนี้

วัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็กทุกคน (National Immunization Program)

  • วัคซีนบีCจี (BCG Vaccine): ป้องกันโรควัณโรค ฉีดตั้งแต่แรกเกิด
  • วัคซีนตับอักเสบ B (Hepatitis B Vaccine): เข็มแรกให้หลังคลอด เข็มที่สองอายุ 1-2 เดือน และเข็มที่สามอายุ 6 เดือน
  • วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ และฮิบ (DTP-HB-Hib Vaccine): ป้องกันโรคคอตีบ โรคไอกรน โรคบาดทะยัก โรคตับอักเสบ B และโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากฮิบ ให้ตามกำหนดอายุ 2, 4 และ 6 เดือน พร้อมกระตุ้นซ้ำตอนอายุ 1 ปี 6 เดือน และ 4-6 ปี
  • วัคซีนโปลิโอชนิดหยอด (OPV) และชนิดฉีด (IPV): ป้องกันโรคโปลิโอ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทั้งในลำไส้และในกระแสเลือด
  • วัคซีนหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR Vaccine): ให้เข็มแรกตอนอายุ 9-12 เดือน และเข็มที่สองตอนอายุ 2 ปีครึ่ง
  • วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE Vaccine): ป้องกันโรคไข้สมองอักเสบจาก ุงก้นกระดกหรือยุงลายคิวเลตอบพืช ฉีดตามกำหนดอายุ

วัคซีนเสริมความคุ้มครองที่แนะนำเพิ่มเติม (Optional Vaccines)

  • วัคซีนโรตา (Rotavirus Vaccine): ป้องกันโรคท้องร่วงรุนแรงในเด็กเล็กจากเชื้อไวรัสโรตา ป้องกันการสูญเสียน้ำและเกลือแร่จนต้องนอนโรงพยาบาล เป็นวัคซีนชนิดหยอดทางปาก
  • วัคซีนไอพีดีหรือนิวโมคอกคัส (Pneumococcal Conjugate Vaccine - PCV): ป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอกคัส ซึ่งก่อให้เกิดโรคปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือด
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine): แนะนำให้ฉีดปีละ 1 ครั้ง ในเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป เพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่างๆ และลดความรุนแรงของโรค
  • วัคซีนอีสุกอีใส (Varicella Vaccine): ป้องกันโรคอีสุกอีใส ลดรอยแผลเป็นและภาวะแทรกซ้อนทางผิวหนัง
  • วัคซีนตับอักเสบ A (Hepatitis A Vaccine): ป้องกันโรคตับอักเสบชนิดเอ เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป

กลไกการทำงานของวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกัน

เมื่อเด็กได้รับวัคซีนเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเชื้อตาย เชื้ออ่อนฤทธิ์ หรือโปรตีนส่วนประกอบของเชื้อโรค ระบบภูมิคุ้มกันจะมองเห็นส่วนประกอบเหล่านี้ว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม (Antigen) เซลล์เม็ดเลือดขาวและระบบภูมิคุ้มกันจะเริ่มกระบวนการจดจำและสร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะเจาะจง (Antibody) ขึ้นมา หากในอนาคตเด็กได้รับเชื้อโรคตัวจริงเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นไว้แล้วจะจดจำเชื้อโรคนั้นได้ทันที และสามารถผลิตแอนติบอดีจำนวนมากมาทำลายเชื้อโรคได้อย่างรวดเร็วก่อนที่โรคจะแสดงอาการรุนแรง กลไกนี้ช่วยลดอัตราการนอนโรงพยาบาลและลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังได้รับวัคซีนและการบรรเทาอาการ

หลังการรับวัคซีน เด็กอาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อยซึ่งเป็นกระบวนการปกติที่ร่างกายกำลังตอบสนองต่อวัคซีน โดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะหายไปได้เองภายใน 1 ถึง 3 วัน ได้แก่:

  • มีไข้ต่ำ ปวด บวม แดง บริเวณตำแหน่งที่ฉีดวัคซีน
  • งอแง ซึมลงเล็กน้อย หรือรับประทานนมน้อยลงชั่วคราว
  • มีผื่นขึ้นเล็กน้อย (พบได้บางชนิด เช่น วัคซีนอีสุกอีใสหรือหัด คางทูม หัดเยอรมัน)
คำแนะนำจากคุณหมอ: พ่อแม่สามารถบรรเทาอาการปวดบวมบริเวณที่ฉีดได้ด้วยการประคบเย็นในช่วง 24 ชั่วโมงแรก หากมีไข้ต่ำสามารถใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวเพื่อลดไข้ และสามารถให้รับประทานยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดยาที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของเด็ก

สัญญาณเตือนอันตรายหลังรับวัคซีนที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้ว่าวัคซีนจะมีความปลอดภัยสูงและผ่านการทดสอบมาตรฐานระดับสากล แต่ในเด็กบางรายอาจเกิดอาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) หรือมีอาการผิดปกติที่ต้องได้รับการประเมินจากกุมารแพทย์อย่างเร่งด่วน ได้แก่:

  • มีผื่นลมพิษกระจายทั่วตัว หน้าบวม ริมฝีปากบวม หรือตาบวมอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมงหลังฉีดวัคซีน
  • หายใจมีเสียงวี๊ด หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หรือมีอาการหน้าซีดตัวเขียว
  • ร้องกวนงอแงผิดปกติ ร้องไห้ไม่หยุดนานเกินกว่า 3 ชั่วโมงติดต่อกัน
  • มีอาการชักเกร็ง หรือมีไข้สูงเกินกว่า 39 องศาเซลเซียสที่ไม่ยอมลดลงหลังเช็ดตัวและให้ยาลดไข้
  • ซึมมาก ปลุกตื่นยาก หรือไม่ยอมดูดนมและดื่มน้ำเลย

ข้อควรระวังสำคัญและข้อห้ามในการรับวัคซีน

การพิจารณาความพร้อมของเด็กก่อนรับวัคซีนเป็นหน้าที่สำคัญของกุมารแพทย์ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงรุนแรงและเพิ่มประสิทธิภาพของวัคซีน ข้อควรระวังมีดังนี้:

  • ประวัติแพ้วัคซีนรุนแรง: หากเด็กเคยมีประวัติแพ้ส่วนประกอบของวัคซีนชนิดใดชนิดหนึ่งอย่างรุนแรงในเข็มก่อนหน้า ห้ามรับวัคซีนชนิดนั้นซ้ำจนกว่าจะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง: เด็กที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือกำลังได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ห้ามรับวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (Live Attenuated Vaccine) เด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงจากวัคซีนได้
  • การเจ็บป่วยเฉียบพลัน: หากเด็กมีไข้สูงเฉียบพลัน มีอาการติดเชื้อรุนแรง หรือเจ็บป่วยหนัก ควรรอจนกว่าเด็กจะหายจากอาการป่วยและมีสุขภาพแข็งแรงจึงค่อยมาเลื่อนนัดฉีดวัคซีน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามงดเว้นวัคซีนพื้นฐานเด็ดขาดโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ชัดเจน การเลื่อนวัคซีนออกไปนานเกินไปจะทำให้เด็กขาดภูมิคุ้มกันในช่วงเวลาสำคัญที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโรคระบาด

การเตรียมตัวและการดูแลหลังฉีดวัคซีนสำหรับพ่อแม่

การเตรียมความพร้อมที่ดีจะช่วยให้กระบวนการรับวัคซีนเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความวิตกกังวลของเด็กได้:

  • ศึกษากำหนดนัดหมายวัคซีนตามสมุดบันทึกสุขภาพเด็กและเตรียมสมุดสุขภาพมาด้วยทุกครั้ง
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและสวมเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ถอดง่าย เพื่อความสะดวกในการฉีดยาบริเวณต้นขาหรือต้นแขน
  • พูดคุยและสร้างความมั่นใจให้เด็กโตเข้าใจถึงความสำคัญของการฉีดยาโดยใช้วิธีการสื่อสารที่อ่อนโยน
  • สังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิดหลังฉีดวัคซีน ณ สถานพยาบาล เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที
กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ผู้ดูแล: ตรวจสอบสมุดบันทึกวัคซีนของบุตรหลานสม่ำเสมอ พาไปรับวัคซีนตรงตามกำหนดนัดหมายทุกครั้ง สังเกตอาการข้างเคียงอย่างใกล้ชิดหลังรับวัคซีน หากพบอาการผิดปกติหรือสัญญาณอันตรายตามที่แพทย์แจ้ง รีบพาเด็กกลับมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down