ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เจ็บจี๊ดๆ ที่รักแร้ร่วมกับมีก้อนนูน: ทำความเข้าใจภาพรวมและสัญญาณเตือนจากร่างกาย

อาการเจ็บจี๊ดๆ บริเวณรักแร้ร่วมกับการคลำพบก้อนนูนขึ้นมา เป็นหนึ่งในอาการทางร่างกายที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้พบเจอเป็นอย่างมาก เนื่องจากรักแร้เป็นจุดรวมของต่อมน้ำเหลือง เส้นประสาท และหลอดเลือดขนาดใหญ่ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้จึงมักสะท้อนถึงปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกัน หรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นในอวัยวะใกล้เคียง เช่น เต้านม ผิวหนัง หรือแม้กระทั่งการติดเชื้อทั่วร่างกาย อาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยสาเหตุมีความหลากหลายตั้งแต่ภาวะที่ไม่เป็นอันตรายและหายได้เอง ไปจนถึงโรคที่มีความรุนแรงและต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนจากแพทย์เฉพาะทาง การสังเกตลักษณะของก้อน ความเจ็บปวด และอาการร่วมอื่นๆ จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการประเมินความเสี่ยงและดูแลสุขภาพของตนเองให้ปลอดภัย

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค: ทำไมถึงเจ็บและมีก้อนนูนที่รักแร้

เพื่อความเข้าใจที่กระจ่างชัด เราต้องมาดูระบบโครงสร้างภายในบริเวณรักแร้ ซึ่งประกอบไปด้วยต่อมน้ำเหลือง (Lymph Nodes) เป็นหลัก เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นในร่างกาย กลไกการตอบสนองจะส่งผลให้บริเวณนี้แสดงอาการออกมา โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อยทางการแพทย์มีดังต่อไปนี้

ต่อมน้ำเหลืองอักเสบจากการติดเชื้อ (Lymphadenitis)

สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดเกิดจากการที่ต่อมน้ำเหลืองทำหน้าที่กรองเชื้อโรค เช่น แบคทีเรียหรือไวรัส ที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลบริเวณแขน มือ หรือจากการโกนขนรักแร้ การถอนขน หรือการใช้โรลออนที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองจนเป็นแผลอักเสบเล็กๆ เชื้อโรคจะเดินทางตามท่อนน้ำเหลืองมายังต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ ทำให้ต่อมน้ำเหลืองบวมโตขึ้นและมีอาการเจ็บจี๊ดๆ หรือเจ็บแปล๊บเมื่อกดโดน

การอักเสบของต่อมไขมันหรือรูขน (Folliculitis and Hidradenitis Suppurativa)

ผิวหนังบริเวณรักแร้มีความอับชื้นสูงและมีต่อมไขมันจำนวนมาก หากมีการอุดตันของรูขนร่วมกับการติดเชื้อแบคทีเรีย จะทำให้เกิดฝี (Abscess) หรือการอักเสบเรื้อรังของต่อมเหงื่อ (Hidradenitis Suppurativa) ซึ่งจะทำให้เกิดก้อนนูนแดง บวมร้อน และมีอาการเจ็บปวดมาก บางครั้งอาจมีหนองสะสมอยู่ภายใน

ซีสต์ไขมันผิวหนัง (Epidermoid Cyst)

เกิดจากการสะสมของเคราตินใต้ผิวหนัง กลายเป็นก้อนนูนที่สามารถขยับได้เล็กน้อย โดยทั่วไปมักไม่เจ็บปวด เว้นแต่จะเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อแทรกซ้อน ซึ่งจะทำให้ก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น บวมแดง และเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที

ความผิดปกติของเนื้อเยื่อเต้านมส่วนเกิน (Accessory Breast Tissue)

ในบางคนอาจมีเนื้อเยื่อเต้านมเจริญเกินมาบริเวณรักแร้ ซึ่งสามารถตอบสนองต่อฮอร์โมนในร่างกายได้เช่นเดียวกับเต้านมปกติ ทำให้ในช่วงที่มีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร อาจมีอาการคัดตึง เจ็บจี๊ดๆ หรือคลำพบค้อนนูนขึ้นมาในบริเวณดังกล่าว

เนื้องอกหรือมะเร็ง (Tumors and Malignancies)

สาเหตุที่ต้องระมัดระวังและแพทย์ให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ ก้อนที่เกิดจากการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งเต้านมมายังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ หรือโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) โดยลักษณะเด่นของก้อนจากมะเร็งมักจะเป็นก้อนแข็ง ขยับได้ยาก ไม่ค่อยมีอาการเจ็บปวดในระยะแรก แต่จะโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

อาการสำคัญและลักษณะของก้อนที่ต้องสังเกต

การแยกระหว่างความผิดปกติที่ไม่รุนแรงกับโรคที่อันตราย สามารถพิจารณาได้จากลักษณะทางกายภาพของก้อนและอาการร่วม ดังนี้

  • ลักษณะของก้อน: ก้อนที่นุ่ม ขยับได้ใต้ผิวหนัง และมีอาการเจ็บปวด มักเกิดจากการอักเสบหรือติดเชื้อ ซึ่งมีโอกาสหายได้เมื่อรักษาต้นเหตุ แต่หากก้อนมีความแข็งมาก ยึดติดแน่นกับเนื้อเยื่อรอบข้าง ไม่ขยับ และไม่มีอาการเจ็บ ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเชิงลึก
  • อาการเจ็บ: อาการเจ็บจี๊ดๆ หรือเจ็บแปล๊บ มักบ่งบอกถึงกระบวนการอักเสบ การบวมที่ไปเบียดรัดเส้นประสาท หรือการติดเชื้อเฉียบพลัน
  • อาการทางผิวหนังร่วมด้วย: ผิวหนังบริเวณรักแร้มีสีแดง ร้อนเมื่อสัมผัส มีรอยแผลจากการโกนหนวดหรือใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย หรือมีรูเปิดที่มีหนองไหลออกมา
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามทำการบีบ เค้น หรือเจาะก้อนนูนที่รักแร้ด้วยตนเองเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการเจ็บจี๊ดๆ และมีก้อนที่รักแร้หลายกรณีจะหายได้เอง แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดเพื่อรับการตรวจประเมินอย่างละเอียด

  • ก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์
  • มีไข้สูงหนาวสั่น หรือมีเหงื่อออกมากผิดปกติในเวลากลางคืน
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียเรื้อรัง
  • คลำพบค้อนแข็งบริเวณไหปลาร้าหรือลำคอร่วมด้วย
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • มีอาการบวมที่แขนข้างเดียวกับที่มีก้อนที่รักแร้

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อท่านมาพบแพทย์ด้วยอาการเจ็บจี๊ดๆ และมีก้อนนูนที่รักแร้ แพทย์จะมีกระบวนการวินิจฉัยที่เป็นระบบเพื่อค้นหาต้นตอของปัญหาดังนี้

  • การซักประวัติและการตรวจร่างกาย: แพทย์จะสอบถามระยะเวลาที่เป็น ลักษณะของความเจ็บปวด ประวัติการใช้ผลิตภัณฑ์บริเวณรักแร้ ประวัติการบาดเจ็บที่แขน และการตรวจคลำความยืดหยุ่น ขนาด และความแข็งของก้อน รวมถึงการตรวจเต้านมอย่างละเอียด
  • การอัลตราซาวด์ (Ultrasound): เป็นเครื่องมือสำคัญในการดูว่าก้อนดังกล่าวเป็นถุงน้ำ (Cyst) ก้อนเนื้อตัน หรือต่อมน้ำเหลืองที่โตผิดปกติ
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: การเจาะเลือดเพื่อตรวจหา ภาวะการอักเสบ จำนวนเม็ดเลือดขาว หรือความผิดปกติอื่นๆ
  • การตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา (Biopsy): ในกรณีที่แพทย์สงสัยว่าก้อนมีความผิดปกติหรือเสี่ยงต่อการเป็นเนื้อร้าย แพทย์จะใช้เข็มเจาะดูดเซลล์ (Fine Needle Aspiration) หรือตัดชิ้นเนื้อบางส่วนไปตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุด

วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่วินิจฉัยพบ โดยแบ่งออกเป็นแนวทางหลักดังนี้

  • การรักษาด้วยยา: หากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ที่ตรงกับชนิดของเชื้อ ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเองอย่างเด็ดขาดเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับยาที่ถูกต้องและป้องกันเชื้อดื้อยา สำหรับอาการเจ็บปวดสามารถใช้ยาบรรเทาปวดตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
  • การรักษาเฉพาะทาง: หากมีลักษณะเป็นฝีหนองขนาดใหญ่ แพทย์อาจต้องทำการกรีดระบายหนองออก (Incision and Drainage) ในสถานพยาบาลที่ปราศจากเชื้อ
  • การดูแลรักษาความสะอาดที่บ้าน: รักษาความสะอาดบริเวณรักแร้ให้แห้งอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย น้ำหอม หรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารเคมีรุนแรงในช่วงที่มีอาการอักเสบ หลีกเลี่ยงการโกนหรือถอนขนรักแร้ชั่วคราว
คำแนะนำจากคุณหมอ: การหมั่นสำรวจร่างกายตนเองด้วยการคลำเต้านมและรักแร้เป็นประจำทุกเดือนหลังหมดประจำเดือน จะช่วยให้พบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้อย่างรวดเร็ว

การป้องกันและการดูแลสุขภาพรักแร้ในระยะยาว

เราสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดอาการเจ็บและก้อนนูนที่รักแร้ได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนี้

  • รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล อาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายให้สะอาดหมดจด เช็ดให้แห้งสนิทเพื่อลดความอับชื้นและการสะสมของแบคทีเรีย
  • ระมัดระวังในการกำจัดขนรักแร้ หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ที่คมหรือเก่าเกินไปเพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลและการอักเสบของรูขุมขน
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่อ่อนโยนต่อผิวหนัง ปราศจากสารระคายเคืองหรือน้ำหอมฉุน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down