ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความหมายและบทบาทของต่อมน้ำเหลืองในร่างกายมนุษย์

ต่อมน้ำเหลือง (Lymph Nodes) เป็นอวัยวะขนาดเล็กรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วที่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย ทำหน้าที่เป็นส่วนสำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) คอยทำหน้าที่กรองของเหลว กักเก็บเซลล์เม็ดเลือดขาว และดักจับเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส หรือแม้แต่เซลล์ที่ผิดปกติไม่ให้แพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อร่างกายเกิดการติดเชื้อหรือมีความผิดปกติเกิดขึ้น ต่อมน้ำเหลืองในบริเวณใกล้เคียงมักจะตอบสนองด้วยการขยายขนาดใหญ่ขึ้นและทำงานหนักขึ้น ซึ่งในภาวะปกติมักจะยุบลงได้เองเมื่อต้นเหตุหายไป แต่หากพบว่ามีอาการ ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้โตข้างเดียวแต่ไม่เจ็บ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้อาจไม่ใช่ความผิดปกติธรรมดาและต้องอาศัยการประเมินจากแพทย์อย่างละเอียด

กลไกการเกิดโรคและสาเหตุหลักของต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้โต

การที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ข้างใดข้างหนึ่งโตขึ้นโดยไม่มีอาการเจ็บปวด เกิดได้จากหลายสาเหตุทางการแพทย์ ตั้งแต่ภาวะติดเชื้อเฉพาะที่ไปจนถึงโรคทางระบบเลือดหรือมะเร็ง โดยสามารถแบ่งกลไกและสาเหตุออกได้ดังนี้

การติดเชื้อในบริเวณใกล้เคียง

ต่อมน้ำเหลืองรักแร้ทำหน้าที่รับน้ำเหลืองจากแขน มือ หน้าอก และส่วนบนของลำตัว หากมีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณแขน มีแผลอักเสบที่มือ มีสิวอักเสบ หรือรูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) บริเวณรักแร้ การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสจะกระตุ้นให้ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้น นอกจากนี้การติดเชื้อจากรอยข่วนของแมว (Cat Scratch Disease) หรือการติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น ไวรัสเอชไอวี (HIV) ก็ส่งผลให้ต่อมน้ำเหลืองโตได้เช่นกัน

ปฏิกิริยาหลังการได้รับวัคซีน

ในปัจจุบัน การฉีดวัคซีนป้องกันโรคบางชนิด เช่น วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ สามารถทำให้เกิดอาการต่อมน้ำเหลืองโตที่รักแร้ข้างเดียวกับแขนข้างที่ฉีดวัคซีนได้ เนื่องจากเป็นกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของร่างกาย แต่มักจะยุบหายไปเองภายในสองถึงสี่สัปดาห์

เนื้องอกและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

สาเหตุที่แพทย์ให้ความสำคัญและต้องวินิจฉัยแยกโรคออกไปให้แน่ชัดคือโรคมะเร็ง โดยอาจเป็นการแพร่กระจายของมะเร็งเต้านม (Breast Cancer) มายังต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ เนื่องจากเต้านมมีท่อน้ำเหลืองที่เชื่อมต่อมายังรักแร้โดยตรง นอกจากนี้ยังมีโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) ทั้งชนิดHodgkin และ Non-Hodgkin รวมถึงมะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิดที่ทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นได้โดยมักไม่มีอาการเจ็บปวดในระยะแรก

ลักษณะทางคลินิกและการดำเนินโรคของต่อมน้ำเหลืองที่โต

ในระยะเริ่มต้น ต่อมน้ำเหลืองที่โตอาจมีขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวหรือโตกว่านั้น ลักษณะสำคัญของต่อมน้ำเหลืองที่เกิดจากการติดเชื้อทั่วไปมักจะนุ่ม ขยับเคลื่อนที่ได้เล็กน้อย และมักมีอาการเจ็บร่วมด้วย แต่ในทางตรงกันข้าม ต่อมน้ำเหลืองที่โตจากโรคร้ายแรงหรือมะเร็งมักจะมีลักษณะแข็ง ยึดติดแน่นกับเนื้อเยื่อรอบข้าง ไม่สามารถขยับเลื่อนไปมาได้ง่าย และที่สำคัญคือมักจะไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ ทำให้ผู้ป่วยชะล่าใจและมาพบแพทย์ช้า

ข้อควรระวังทางการแพทย์: การที่ต่อมน้ำเหลืองโตแล้วไม่เจ็บไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ในทางการแพทย์อาการไม่เจ็บมักเป็นลักษณะเด่นของก้อนเนื้อที่ผิดปกติหรือมะเร็งระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยจึงไม่ควรนิ่งนอนใจเด็ดขาด

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

หากพบอาการ ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้โตข้างเดียวแต ร่วมกับอาการอื่นๆ ดังต่อไปนี้ ผู้ป่วยควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทางทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนดนัด

  • ขนาดของต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์
  • ก้อนเนื้อมีลักษณะแข็งมาก ขยับไม่ได้ หรือมีผิวขรุขระ
  • มีไข้เรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ มีเหงื่อออกมากผิดปกติในช่วงกลางคืน
  • น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจ อ่อนเพลียและเบื่ออาหาร
  • คลำพบก้อนเนื้อหรือความผิดปกติบริเวณเต้านมร่วมด้วย
  • มีอาการบวมที่แขนข้างเดียวกับที่ต่อมน้ำเหลืองโต

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้โต แพทย์จะมีขั้นตอนการวินิจฉัยที่ครอบคลุมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ดังนี้

การซักประวัติและการตรวจร่างกาย

แพทย์จะสอบถามระยะเวลาที่เริ่มสังเกตเห็นก้อน ประวัติการเจ็บป่วย การได้รับวัคซีน ประวัติการติดเชื้อที่มือหรือแขน รวมถึงประวัติโรคมะเร็งในครอบครัว จากนั้นจะทำการตรวจคลำลักษณะของต่อมน้ำเหลือง ความแข็ง ขนาด ความสามารถในการเคลื่อนที่ และตรวจอวัยวะข้างเคียง เช่น เต้านม ต่อมไทรอยด์ และต่อมน้ำเหลืองบริเวณอื่นๆ

การตรวจทางห้องปฏิบัติการและเครื่องมือแพทย์

เพื่อความแม่นยำในการวินิจฉัย แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่

  • การเจาะเลือดตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count) เพื่อดูภาวะการติดเชื้อหรือความผิดปกติของเม็ดเลือด
  • การทำอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) บริเวณรักแร้และเต้านม เพื่อประลักษณะของต่อมน้ำเหลืองและเนื้อเยื่อโดยรอบ
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ในกรณีที่ต้องการดูการกระจายตัวของโรคในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
  • การตัดชิ้นเนื้อจากต่อมน้ำเหลืองไปตรวจทางพยาธิวิทยา (Lymph Node Biopsy) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการยืนยันผลการวินิจฉัยโรคเด็ดขาด

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่วินิจฉัยพบอย่างเคร่งครัด หากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียแพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม แต่หากเกิดจากโรคเนื้องอกหรือมะเร็ง แผนการรักษาอาจจำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัด การทำเคมีบำบัด หรือการฉายรังสีภายใต้การดูแลของอายุรแพทย์มะเร็งวิทยาหรือศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามทำการบีบ นวด หรือพยายามเค้นก้อนต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ด้วยตนเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบกระจายตัวมากขึ้น หรือส่งผลให้เซลล์มะเร็ง (หากมี) แพร่กระจายได้ง่ายขึ้น

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ผู้ป่วยที่มีอาการต่อมน้ำเหลืองโตควรปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาแก้ปวดรับประทานเองโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง และห้ามปล่อยทิ้งไว้จนก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือลุกลาม การรีบมาพบแพทย์ตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุด

วิธีป้องกันและการดูแลสุขภาพในระยะยาว

แม้ว่าบางสาเหตุของต่อมน้ำเหลืองโตจะไม่สามารถป้องกันได้โดยตรง แต่การรักษาสุขอนามัยที่ดี เช่น การรักษาความสะอาดบริเวณผิวหนังไม่ให้เกิดแผลติดเชื้อ การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างต่อเนื่อง เป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยในการปฏิบัติ

ขั้นตอนปฏิบัติที่ควรทำทันทีเมื่อพบอาการต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้โต:

  • สังเกตและบันทึกขนาด ความเปลี่ยนแปลง และระยะเวลาที่พบก้อนเนื้อ
  • งดการนวด คลึง หรือบีบบริเวณก้อนเนื้อที่รักแร้
  • สังเกตอาการร่วมอื่นๆ เช่น ไข้ น้ำหนักลด หรือก้อนที่เต้านม
  • รีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและหาสาเหตุที่แท้จริงโดยเร็ว
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down