ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกนอนกรนและอ้าปากหายใจ อาการใกล้ตัวที่ซ่อนโรคร้ายแรง

อาการนอนกรนในเด็กมักเป็นสิ่งที่พ่อหลายท่านมองว่าเป็นเรื่องปกติ หรือแม้แต่คิดว่าเป็นความน่ารักเมื่อลูกนอนหลับลึก แท้จริงแล้วอาการนอนกรนเสียงดังร่วมกับการอ้าปากหายใจในเด็กเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญทางการแพทย์ บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจส่วนบน โดยเฉพาะปัญหาต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กวัยกำลังโต หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมอง ร่างกาย และพฤติกรรมของเด็กในระยะยาวอย่างถาวร

ทำความรู้จักกับต่อมอะดีนอยด์และกลไกการเกิดโรค

ต่อมอะดีนอยด์ (Adenoid) คือต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณหลังโพรงจมูกและส่วนบนของลำคอ ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยการอ้าปากตรวจดูในช่องปากเหมือนต่อมทอนซิล หน้าที่หลักของต่อมนี้คือการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อดักจับเชื้อโรค แบคทีเรีย หรือไวรัสที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางการหายใจและการรับประทานอาหาร ในเด็กเล็ก ต่อมนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าในผู้ใหญ่ตามธรรมชาติ เพื่อช่วยต่อสู้กับโรคติดเชื้อต่างๆ ที่เด็กมักพบเจอในช่วงปฐมวัย

เมื่อเด็กเผชิญกับการติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อยครั้ง ภูมิแพ้ หรือการอักเสบเรื้อรัง ต่อมอะดีนอยด์จะมีการตอบสนองด้วยการบวมโตขึ้น (Adenoid Hypertrophy) เมื่อต่อมนี้มีขนาดใหญ่เกินไป จะไปกีดขวางทางเดินหายใจส่วนหลังโพรงจมูก ทำให้เด็กไม่สามารถหายใจทางจมูกได้อย่างสะดวกในเวลานอน ส่งผลให้ต้องอ้าปากหายใจแทน ลมหายใจที่ผ่านช่องคอที่แคบลงจะไปกระทบกับเนื้อเยื่ออ่อนรอบข้าง ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนและเกิดเสียงกรนขึ้นในที่สุด

คำแนะนำจากคุณหมอ: หากคุณสังเกตเห็นว่าลูกนอนกรนทุกคืน นอนอ้าปากหายใจ หรือมีลักษณะการหายใจที่ผิดปกติ เช่น มีช่วงหยุดหายใจไปชั่วขณะขณะหลับ ควรรีบพามาพบกุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ เพราะภาวะนี้ปล่อยไว้ไม่ได้

อาการและสัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องสังเกต

อาการของเด็กที่มีภาวะต่อมอะดีนอยด์โตไม่ได้จำกัดอยู่แค่เสียงกรนในเวลานอนเท่านั้น แต่ยังแสดงออกผ่านพฤติกรรมและอาการอื่นๆ ทั้งในเวลากลางคืนและกลางวัน ซึ่งพ่อแม่ควรสังเกตอย่างใกล้ชิด ดังนี้

  • อาการในเวลากลางคืน: นอนกรนเสียงดังสม่ำเสมอ, นอนอ้าปากหายใจตลอดคืน, กระสับกระส่าย นอนดิ้นมาก, มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea - OSA) โดยจะสังเกตเห็นว่าลูกหยุดหายใจไปครู่หนึ่งแล้วสะดุ้งเฮือกหรือสำลักเหมือนหายใจไม่ทัน, นอนปัสสาวะรดที่นอนในเด็กที่เคยควบคุมได้แล้ว, และมีเหงื่อออกมากผิดปกติขณะนอนหลับ
  • อาการในเวลากลางวัน: ง่วงนอนตอนกลางวัน อ่อนเพลีย ตื่นยาก, มีพฤติกรรมซนสมาธิสั้น (ADHD-like symptoms) หงุดหงิดง่าย หรืออารมณ์แปรปรวน, หายใจทางปากตลอดเวลาจนริมฝีปากแห้งและแตก, มีเสียงพูดขึ้นจมูกคล้ายคนเป็นหวัดเรื้อรัง, และมีปัญหาเรื่องการได้ยินเนื่องจากท่อนำสำนักหูอักเสบจากการกดทับของต่อมอะดีนอยด์

ผลกระทบระยะยาวหากไม่ได้รับการรักษา

ภาวะต่อมอะดีนอยด์โตที่ทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจเรื้อรัง ส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อพัฒนาการรอบด้านของเด็ก ได้แก่

  • พัฒนาการทางสมองและสติปัญญา: การที่เด็กได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอขณะนอนหลับ ส่งผลต่อคุณภาพการนอน ทำให้สมองไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ส่งผลให้สมาธิสั้น การเรียนรู้ช้าลง และความจำลดลง
  • พัฒนาการทางร่างกาย: โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) จะหลั่งออกมามากที่สุดในขณะที่เด็กนอนหลับลึก หากการนอนหลับถูกรบกวน เด็กอาจมีภาวะตัวเตี้ยกว่าเกณฑ์ หรือน้ำหนักขึ้นช้า
  • ลักษณะโครงสร้างใบหน้า (Adenoid Face): เด็กที่อ้าปากหายใจเป็นเวลานาน จะทำให้โครงสร้างกระดูกใบหน้าและขากรรไกรเปลี่ยนรูปไป คางยื่น ฟันบนยื่นเรียงตัวไม่สวยงาม ใบหน้ายาวขึ้น และดวงตาดูเหนื่อยล้า

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ในบางกรณี ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นอาจมีความรุนแรงจนกลายเป็นภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์ พ่อแม่ควรนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีหากพบอาการดังต่อไปนี้

  • มีภาวะขาดอากาศหายใจ หายใจลำบากอย่างเห็นได้ชัด
  • ซี่โครงบุ๋ม หรือไหปลาร้าบุ๋มทุกครั้งที่หายใจเข้า
  • ริมฝีปาก เล็บมือ หรือผิวหนังมีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) อันเนื่องมาจากร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • เด็กตื่นขึ้นมาด้วยอาการสำลักรุนแรงและไม่สามารถกลับไปนอนต่อได้

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยด้วยขั้นตอนที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับวัยของเด็ก ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: สอบถามลักษณะการนอน เสียงกรน พฤติกรรมในเวลากลางวัน และประวัติโรคภูมิแพ้ของเด็ก
  • การตรวจร่างกาย: ตรวจดูช่องปาก ขนาดของต่อมทอนซิล สภาพโพรงจมูก และประเมินโครงสร้างใบหน้า
  • การส่องกล้องขนาดเล็กทางจมูก (Nasal Endoscopy): เป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูง แพทย์จะใช้กล้องไฟเบอร์ออฟติกขนาดเล็กสอดผ่านโพรงจมูกเพื่อดูขนาดและตำแหน่งของต่อมอะดีนอยด์โดยตรง
  • การเอกซเรย์กะโหลกศีรษะด้านข้าง (Lateral Skull X-ray): เพื่อประเมินขนาดของต่อมอะดีนอยด์และการอุดกั้นในทางเดินหายใจส่วนบน
  • การตรวจการนอนหลับ (Polysomnography - Sleep Test): ในกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เพื่อวัดระดับออกซิเจนในเลือดและประเมินความรุนแรงของการนอนกรน

วิธีดูแลรักษาตามหลักการแพทย์

การรักษาภาวะต่อมอะดีนอยด์โตขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและการวินิจฉัยของแพทย์เฉพาะทาง โดยแบ่งเป็นแนวทางหลักดังนี้

  • การรักษาด้วยยา: หากอาการเกิดจากโรคภูมิแพ้หรือมีการอักเสบติดเชื้อ แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ (Nasal Corticosteroid) ยาแก้แพ้ หรือยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม เพื่อช่วยลดขนาดของต่อมอะดีนอยด์และการบวมในโพรงจมูก
  • การผ่าตัด (Adenoidectomy): เป็นวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในกรณีที่ต่อมอะดีนอยด์โตมากจนอุดกั้นทางเดินหายใจอย่างรุนแรง มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มีปัญหาหูอักเสบเรื้อรัง หรือการรักษาด้วยยาไม่ได้ผล การผ่าตัดในปัจจุบันมีความปลอดภัยสูง ใช้เวลาผ่าตัดสั้น และแผลหายเร็ว
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาพ่นจมูกหรือยาขยายหลอดทางเดินหายใจมาใช้ให้เด็กเองโดยเด็ดขาด การใช้ยาบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่มีแพทย์ควบคุมอาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็กได้

วิธีป้องกันและการดูแลสุขภาพในระยะยาว

แม้ว่าต่อมอะดีนอยด์โตบางส่วนจะเกิดขึ้นตามวัยและการติดเชื้อ แต่พ่อแม่สามารถช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาอาการได้ด้วยการดูแลสุขภาพดังนี้

  • หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ ควันบุหรี่ และมลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ต่อมน้ำเหลืองในระบบทางเดินหายใจอักเสบและบวมโต
  • ส่งเสริมให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบสัปดาห์ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ
  • สนับสนุนให้เด็กดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอในแต่ละวัน เพื่อให้เยื่อบุทางเดินหายใจชุ่มชื้น
  • รักษาสุขอนามัยที่ดี เช่น การล้างมือสม่ำเสมอ เพื่อลดการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียในทางเดินหายใจส่วนบน
  • พาเด็กไปรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขและกุมารแพทย์อย่างเคร่งครัด

สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

อาการนอนกรนเสียงดังและอ้าปากหายใจในเด็กไม่ใช่เรื่องปกติที่ปล่อยผ่านไปได้ เพราะนั่นคือเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากระบบทางเดินหายใจของลูกน้อย การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่นๆ และพามาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที จะช่วยคืนการนอนหลับที่มีคุณภาพ ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง และส่งเสริมให้ลูกน้อยเติบโตสมวัยมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down