ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความกังวลของพ่อแม่เมื่อลูกโตแล้วยังฉี่รดที่นอน

อาการฉี่รดที่นอนในเด็กโตถือเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่และกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็กอย่างมาก เมื่อเด็กก้าวเข้าสู่วัยเรียนแต่ยังมีอาการปัสสาวะรดที่นอน (Nocturnal Enuresis) อยู่ เด็กมักจะเกิดความรู้สึกอับอาย ขาดความมั่นใจ ไม่กล้าไปค้างคืนกับเพื่อน หรือทำกิจกรรมโรงเรียน ในฐานะกุมารแพทย์ สิ่งสำคัญอันดับแรกที่อยากทำความเข้าใจร่วมกับคุณพ่อคุณแม่คือ อาการนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความเกียจคร้านหรือความตั้งใจของเด็ก แต่มีสาเหตุจากพัฒนาการทางร่างกายที่ยังเติบโตไม่เต็มที่หรือปัจจัยทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและเข้าใจ

ประเภทและเกณฑ์ทางการแพทย์ของอาการฉี่รดที่นอน

ทางการแพทย์จะแบ่งอาการฉี่รดที่นอนออกเป็นสองรูปแบบหลักเพื่อให้ง่ายต่อการวินิจฉัยและวางแผนการรักษา

  • ปัสสาวะรดที่นอนปฐมภูมิ (Primary Nocturnal Enuresis): คือเด็กที่ไม่เคยฝึกการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะตอนกลางคืนได้เลยติดต่อกันนานเกินหกเดือนนับตั้งแต่ช่วงวัยเด็กเล็ก พบได้บ่อยที่สุดและมักเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมหรือพัฒนาการของร่างกายที่ช้ากว่าปกติ
  • ปัสสาวะรดที่นอนทุติยภูมิ (Secondary Nocturnal Enuresis): คือเด็กที่เคยควบคุมการขับถ่ายตอนกลางคืนได้ดีติดต่อกันมาแล้วอย่างน้อยหกเดือน แต่กลับมามีอาการปัสสาวะรดที่นอนใหม่อีกครั้ง กรณีนี้มักมีสาเหตุมาจากปัจจัยทางจิตใจ ความเครียด หรือโรคทางกายที่เพิ่งเกิดขึ้น

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคในเด็กโต

กลไกการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะในเวลากลางคืนมีความซับซ้อนและอาศัยการทำงานร่วมกันหลายระบบ หากระบบใดระบบหนึ่งยังพัฒนาไม่เต็มที่ จะส่งผลให้เกิดอาการฉี่รดที่นอนได้ ดังนี้

  • ความสามารถในการผลิตฮอร์โมนต้านการขับปัสสาวะไม่เพียงพอในเวลากลางคืน (Nocturnal Polyuria): ปกติร่างกายจะผลิตฮอร์โมนวาโซเพรสซิน (Vasopressin) มากขึ้นในเวลากลางคืนเพื่อลดปริมาณปัสสาวะ แต่ในเด็กบางคนฮอร์โมนนี้หลั่งออกมาน้อยเกินไป ทำให้ไตผลิตปัสสาวะปริมาณมากในตอนกลางคืน
  • ความจุของกระเพาะปัสสาวะตอนกลางคืนลดลง (Decreased Nocturnal Bladder Capacity): กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไปในเวลากลางนอน ทำให้เด็กตื่นขึ้นมาปัสสาวะไม่ทัน
  • ความผิดปกติในการตื่นจากการนอนหลับลึก (Arousal Dysfunction): สมองส่วนที่ทำหน้าที่รับสัญญาณเตือนจากกระเพาะปัสสาวะว่าปัสสาวะเต็มแล้ว ยังไม่พัฒนาเต็มที่พอที่จะส่งสัญญาณให้เด็กตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำ เด็กจึงหลับลึกเกินไปจนปัสสาวะราดออกมาโดยไม่รู้ตัว
  • พันธุกรรม: หากพ่อหรือแม่เคยมีประวัติฉี่รดที่นอนตอนเด็ก ลูกจะมีโอกาสสูงถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะมีอาการเดียวกัน
คำแนะนำจากคุณหมอ: การลงโทษ ดุว่า หรือประจานเด็กที่มีอาการฉี่รดที่นอน จะยิ่งทำให้เด็กเกิดความเครียด ความวิตกกังวล และส่งผลให้อาการแย่ลงไปอีก ความเข้าใจและการโอบกอดจากครอบครัวคือยาวิเศษที่ดีที่สุดในการรักษา

อาการและสัญญาณอันตราย Red Flags ที่ต้องรีบพบแพทย์

แม้ว่าอาการฉี่รดที่นอนส่วนใหญ่จะหายได้เองตามวัย แต่มีอาการบางประการที่เป็นสัญญาณเตือนว่าอาจมีโรคทางระบบประสาทหรือทางเดินปัสสาวะซ่อนอยู่ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะหรือกุมารแพทย์ทั่วไปทันทีหากพบสัญญาณเหล่านี้

  • เด็กเริ่มมีอาการปัสสาวะรดที่นอนตอนโต ทั้งๆ ที่เคยกลั้นได้ปกติมานานเกินหกเดือนแล้ว
  • มีอาการผิดปกติร่วมด้วยในเวลากลางวัน เช่น ปัสสาวะบ่อยมาก กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปวดเบ่ง หรือปัสสาวะแสบขัด
  • มีไข้ร่วมกับการปัสสาวะรดที่นอน ซึ่งอาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection)
  • มีอาการอ่อนแรงที่ขา เดินลำบาก หรือมีปัญหาระบบประสาทส่วนกลางร่วมด้วย
  • มีอาการนอนกรนเสียงดังร่วมกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ซึ่งส่งผลต่อฮอร์โมนและการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะดำเนินการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มน้ำ ลักษณะการนอนหลับ ประวัติครอบครัว และตรวจร่างกายเบื้องต้น นอกจากนี้อาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เช่น

  • การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) เพื่อหาการติดเชื้อ หรือภาวะเบาหวาน
  • การบันทึกบันทึกการขับถ่ายปัสสาวะ (Voiding Diary) เพื่อประเมินปริมาณน้ำที่ดื่มและปริมาณปัสสาวะ
  • การอัลตราซาวนด์ระบบทางเดินปัสสาวะ (Ultrasound) เพื่อดูความผิดรูปของไตและกระเพาะปัสสาวะในรายที่สงสัยความผิดปกติทางกายวิภาค

วิธีรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาจะเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อน หากไม่ดีขึ้นจึงพิจารณาใช้วิธีการอื่นๆ ร่วมด้วยภายใต้คำแนะนำของแพทย์

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Behavioral Modification): งดดื่มน้ำปริมาณมากในช่วงสองชั่วโมงก่อนนอน ฝึกให้เด็กปัสสาวะให้หมดเกลี้ยงก่อนเข้านอน และปลุกเด็กมาปัสสาวะกลางดึกในช่วงเวลาที่มักจะฉี่รดเป็นประจำ
  • การใช้อุปกรณ์แจ้งเตือนความชื้น (Bedwetting Alarm): เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาว เมื่อมีความชื้นจากหยดปปัสสาวะแรกเกิดขึ้น เครื่องจะส่งเสียงดังปลุกให้เด็กตื่นเพื่อไปเข้าห้องน้ำ ช่วยฝึกสมองและกระเพาะปัสสาวะให้ทำงานสอดคล้องกัน
  • การรักษาด้วยยา (Medication): แพทย์อาจพิจารณาจ่ายยาเดสโมเพรสซิน (Desmopressin) เพื่อลดปริมาณการสร้างปัสสาวะในเวลากลางคืน หรือยาคลายกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะในกรณีที่กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไป
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาฮอร์โมนหรือยาควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะให้เด็กรับประทานเองเด็ดขาด การใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยและสั่งจ่ายโดยกุมารแพทย์เท่านั้นเพื่อความปลอดภัยของเด็ก

การป้องกันและการเสริมสร้างความมั่นใจให้ลูกน้อย

การสร้างสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการช่วยให้ลูกก้าวผ่านปัญหานี้ไปได้ด้วยดี

  • สร้างความเข้าใจให้ลูกรู้ว่านี่เป็นภาวะชั่วคราวที่เกิดขึ้นได้และรักษาหายได้ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย
  • จัดเตรียมที่นอนให้ทำความสะอาดง่าย เช่น ใช้ผ้ารองกันเปื้อน เพื่อลดความเครียดของทั้งตัวเด็กและผู้ปกครองเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น
  • ชื่นชมและให้กำลังใจเมื่อลูกทำสำเร็จในคืนที่ไม่ฉี่รดที่นอน
  • หลีกเลี่ยงการตำหนิ ล้อเลียน หรือนำเรื่องนี้ไปพูดเปรียบเทียบกับผู้อื่น
กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ (Parent Actionable Checklist):
  • สำรวจพฤติกรรมการดื่มน้ำโดยลดน้ำลงในช่วงสองชั่วโมงก่อนนอน
  • พาเด็กเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนเข้านอนเสมอ
  • งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา โกโก้ น้ำอัดลม เนื่องจากกระตุ้นการขับปัสสาวะ
  • สังเกตสัญญาณเตือนอันตรายและพาไปพบกุมารแพทย์หากมีอาการผิดปกติร่วมด้วย
  • มอบความรัก ความเข้าใจ และสร้างความมั่นใจให้ลูกในทุกๆ วัน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down