ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความจริงเบื้องหลังปัญหาฉี่รดที่นอนหลังเลิกแพมเพิสที่พ่อแม่ต้องรู้

การฝึกให้เด็กเลิกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปหรือแพมเพิสถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการเจริญเติบโต แต่บ่อยครั้งที่พ่อแม่ต้องพบกับความท้าทายเมื่อลูกรักสามารถเลิกใส่แพมเพิสในเวลากลางวันได้แล้ว แต่ยังมีพฤติกรรมฉี่รดที่นอนในเวลากลางคืนอยู่เป็นประจำ ปัญหาเรื่องเลิกใส่แพมเพิสแล้วลูกยังฉี่รดที่นอนนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ได้แปลว่าเด็กมีพฤติกรรมถดถอยหรือมีความผิดปกติทางจิตใจเสมอไป ในทางการแพทย์ภาวะนี้เรียกว่าภาวะปัสสาวะรดตอนกลางคืน (Nocturnal Enuresis) ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กช่วงปฐมวัยและวัยเรียน

ในประเทศไทยสถิติระบุว่าเด็กอายุประมาณ 5 ถึง 6 ปี ยังคงมีอาการปัสสาวะรดที่นอนได้ประมาณร้อยละ 10 ถึง 15 และอัตรานี้จะค่อยๆ ลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากระบบประสาทและร่างกายมีการพัฒนาที่สมบูรณ์ขึ้นตามธรรมชาติ การทำความเข้าใจกลไกทางสรีรวิทยาและการจัดการที่ถูกต้องจะช่วยลดความกังวลของพ่อแม่ และช่วยให้เด็กผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นใจโดยไม่มีปม ด้อยทางจิตใจ

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะปัสสาวะรดตอนกลางคืนในเด็ก

อาการฉี่รดที่นอนหลังเลิกใส่แพมเพิสไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจหรือความตั้งใจของเด็ก แต่เกิดจากปัจจัยทางสรีรวิทยาหลายประการที่ทำงานร่วมกันในเวลากลางคืน ได้แก่

  • ความสามารถในการผลิตฮอร์โมนต้านการขับปัสสาวะ หรือแอนติไดยูเรติกฮอร์โมน (Antidiuretic Hormone - ADH) ในเวลากลางคืนยังไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายผลิตปัสสาวะปริมาณมากในขณะหลับ
  • กระเพาะปัสสาวะของเด็กยังคงมีขนาดเล็ก หรือกล้ามเนื้อหูรูดกระเพาะปัสสาวะยังทำงานประสานกับสมองได้ไม่สมบูรณ์เต็มที่
  • เด็กมีภาวะการนอนหลับลึกเกินไป (Deep Sleep) ทำให้สมองไม่ได้รับสัญญาณเตือนจากกระเพาะปัสสาวะว่าเต็มแล้วในเวลากลางคืน
  • ปัจจัยทางพันธุกรรมมีส่วนสำคัญอย่างมาก หากพ่อหรือแม่เคยมีประวัติฉี่รดที่นอนตอนเด็ก ลูกจะมีโอกาสเกิดภาวะนี้สูงขึ้นถึงร้อยละ 50 ถึง 70
  • ปัจจัยด้านความเครียดและการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน เช่น การย้ายโรงเรียน การมีน้องใหม่ หรือปัญหาในครอบครัว

อาการและสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flags)

โดยทั่วไปภาวะฉี่รดที่นอนมักจะดีขึ้นและหายได้เองตามวัย แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางกายที่ซ่อนอยู่ พ่อแม่ควรสังเกตอาการร่วมอื่นๆ และพาเด็กไปพบแพทย์หากพบสัญญาณอันตรายดังต่อไปนี้

  • เด็กเริ่มมีอาการฉี่รดที่นอนอีกครั้ง หลังจากที่สามารถควบคุมการขับถ่ายในเวลากลางคืนได้สนิทติดต่อกันมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน
  • มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการปัสสาวะในเวลากลางวันร่วมด้วย เช่น ปัสสาวะบ่อยมาก ปวดเบ่ง ปัสสาวะไหลกะปริดกะปรอย หรือสายปัสสาวะเบาผิดปกติ
  • มีไข้ร่วมกับการปัสสาวะเจ็บ ซึ่งอาจบ่งบอกถึงภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection)
  • เด็กมีอาการนอนกรนเสียงดัง ร่วมกับการหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ซึ่งส่งผลต่อฮอร์โมนและการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ
  • มีอาการอ่อนแรงที่ขา เดินผิดปกติ หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาทร่วมด้วย

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบกุมารแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมการขับถ่าย รูปแบบการดื่มน้ำ ประวัติครอบครัว และพฤติกรรมการนอน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง การตรวจวินิจฉัยอาจประกอบด้วย

  • การตรวจร่างกายทั่วไป รวมถึงการตรวจระบบประสาทส่วนล่างและกระดูกสันหลัง
  • การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) เพื่อคัดกรองหาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โรคเบาหวาน หรือความผิดปกติของไต
  • การตรวจเพาะเชื้อในปัสสาวะ (Urine Culture) ในกรณีที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อ
  • การส่งตรวจเพิ่มเติมทางรังสีวิทยา เช่น การอัลตราซาวนด์ไตและกระเพาะปัสสาวะ หากพบความผิดปกติที่ต้องสงสัย

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการปรับพฤติกรรม

การรักษาภาวะฉี่รดที่นอนส่วนใหญ่เน้นการปรับพฤติกรรมและการให้กำลังใจ มากกว่าการใช้ยาตั้งแต่วันแรก แนวทางการดูแลที่ได้ผลจริงมีดังนี้

  • ปรับเวลาการดื่มน้ำ โดยให้เด็กดื่มน้ำให้เพียงพอในช่วงเช้าและบ่าย แต่ให้ลดปริมาณการดื่มน้ำลงในช่วง 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
  • ฝึกให้เด็กเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนเข้านอนทุกครั้ง และอาจใช้วิธีปลุกเด็กให้ตื่นขึ้นมาปัสสาวะอีกครั้งในช่วงดึก (ประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมงหลังจากที่เด็กหลับไป)
  • งดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนหรือน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม ชา หรือเครื่องดื่มชูกำลัง เนื่องจากสารเหล่านี้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ
  • สร้างแรงจูงใจเชิงบวกด้วยตารางสะสมดาว (Reward Chart) เมื่อเด็กตื่นมาแล้วที่นอนแห้ง ห้ามใช้วิธีการตำหนิ ทำโทษ หรือประจานเด็ดขาด เพราะจะ1ทำให้เด็กเกิดความเครียดและทำให้อาการแย่ลง
คำแนะนำจากคุณหมอ: การรักษาภาวะนี้ต้องอาศัยความเข้าใจและความอดทนสูงจากคนในครอบครัว การลงโทษทางร่างกายหรือคำพูดรุนแรงจะทำลายความมั่นใจของเด็ก และยืดระยะเวลาในการรักษาให้ยาวนานขึ้น การฝึกเข้าห้องน้ำต้องทำด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

ตารางฝึกเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนที่ช่วยลดปัญหาได้จริง

การใช้ตารางเวลาที่ชัดเจนช่วยฝึกระบบประสาทและกระเพาะปัสสาวะของเด็กให้คุ้นเคยกับการตื่นมาขับถ่าย พ่อสามารถนำตารางตัวอย่างนี้ไปปรับใช้ได้:

  • เวลา 17.00 - 19.00 นาฬิกา: อนุญาตให้ดื่มน้ำได้ตามปกติ แต่จำกัดปริมาณเครื่องดื่มที่มีน้ำมาก เช่น น้ำซุป หรือผลไม้ฉ่ำน้ำ
  • เวลา 20.00 นาฬิกา: พาเด็กเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะรอบแรกก่อนนอน พร้อมทั้งฝึกให้เด็กทำสมาธิผ่อนคลาย
  • เวลา 22.00 - 23.00 นาฬิกา: คุณพ่อคุณแม่อุ้มหรือปลุกเด็กเบาๆ ให้ลุกขึ้นมาเดินเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะรอบดึก โดยไม่ต้องรอให้เด็กปวดมาก
  • เวลาเช้าหลังตื่นนอน: พาเข้าห้องน้ำทันที และชื่นชมให้กำลังใจหากที่นอนแห้ง หรือช่วยกันเปลี่ยนผ้าปูที่นอนด้วยความเข้าใจหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามให้เด็กอั้นปัสสาวะในเวลากลางวันเพื่อฝึกกระเพาะปัสสาวะด้วยตนเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เนื่องจากอาจทำให้เกิดแรงดันในกระเพาะปัสสาวะสูงและส่งผลเสียต่อการทำงานของไตได้

การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพทางเดินปัสสาวะระยะยาว

การป้องกันและส่งเสริมให้เด็กมีระบบขับถ่ายปัสสาวะที่สมบูรณ์เริ่มต้นได้จากการสร้างสุขอนามัยที่ดีในชีวิตประจำวัน สอนให้เด็กไม่ควรกลั้นปัสสาวะในเวลากลางวัน ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในระหว่างวันเพื่อสุขภาพไตที่ดี และการจัดการความเครียดภายในครอบครัวเพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมีความสุขและมีสุขภาพจิตที่แข็งแรง

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

  • ทำความเข้าใจว่าอาการฉี่รดที่นอนเป็นพัฒนาการตามธรรมชาติและจะหายได้เอง
  • งดให้น้ำปริมาณมากก่อนนอน 2 ชั่วโมง และฝึกปัสสาวะก่อนเข้านอน
  • จัดตารางปลุกปัสสาวะรอบดึกอย่างสม่ำเสมอ
  • ให้กำลังใจ งดการตำหนิหรือลงโทษ และใช้ตารางสะสมดาวสร้างแรงจูงใจ
  • พบกุมารแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น ปวดเบ่ง มีไข้ หรือกลับมาฉี่รดที่นอนหลังควบคุมได้แล้ว
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down