ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเดินเขย่งปลายเท้า: สัญญาณที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยจากคุณพ่อคุณแม่ในห้องตรวจคือ ลูกเดินเขย่งปลายเท้าตลอดเวลาเป็นปกติหรือไม่ อาการนี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่พฤติกรรมที่เด็กทำความคุ้นชินไปจนถึงความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุและกลไกการเกิดโรคอย่างละเอียดจะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถสังเกตอาการ คัดกรองเบื้องต้น และพาบุตรหลานมาพบแพทย์ได้อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างร่างกายและการเคลื่อนไหว

พัฒนาการตามวัยและกลไกการเดินเขย่งปลายเท้า

ในช่วงที่เด็กเริ่มหัดเดิน (อายุประมาณเก้าถึงสิบแปดเดือน) การเดินเขย่งปลายเท้าหรือการเดินลงด้วยปลายเท้าในระยะเวลาสั้นๆ อาจพบได้เป็นเรื่องปกติ เนื่องจากระบบประสาท การทรงตัว และกล้ามเนื้อขายังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กส่วนใหญ่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินเป็นการวางส้นเท้าลงก่อน (Heel-toe gait) ได้เองเมื่ออายุประมาณสองปี

อย่างไรก็ตาม หากเด็กยังมีอาการเดินเขย่งปลายเท้าตลอดเวลาหลังจากอายุสองปีไปแล้ว หรือมีอาการต่อเนื่องร่วมกับความผิดปกติด้านอื่น จำเป็นต้องได้รับการประเมินทางการแพทย์อย่างละเอียด เพราะอาจบ่งชี้ถึงภาวะความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อ ข้อต่อ เอ็นร้อยหวาย หรือระบบประสาทส่วนกลาง

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการเดินเขย่งปลายเท้า

สาเหตุของการเดินเขย่งปลายเทหมีหลากหลายมิติ ตั้งแต่ภาวะที่ไม่รุนแรงไปจนถึงโรคทางระบบประสาทที่ซับซ้อน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักดังนี้

ภาวะเดินเขย่งปลายเท้าโดยไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic Toe Walking)

เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุด โดยเด็กไม่มีความผิดปกติทางระบบประสาท โครงสร้างกระดูก หรือกล้ามเนื้อ แต่เกิดจากความคุ้นชินของร่างกาย พฤติกรรม หรือภาวะตึงตัวของเอ็นร้อยหวายและกล้ามเนื้อน่องที่พัฒนาขึ้นตามความเคยชิน เด็กกลุ่มนี้มักจะสามารถวางเท้าราบได้ปกติหากได้รับการกระตุ้นหรือเมื่อต้องเดินด้วยเท้าเปล่าบนพื้นผิวที่เย็น

ความตึงตัวของเอ็นร้อยหวายและกล้ามเนื้อ

การที่เอ็นร้อยหวาย (Achilles tendon) สั้นหรือตึงตัวกว่าปกติ ทำให้ข้อเท้าไม่สามารถกระดกขึ้นได้เต็มช่วงการเคลื่อนไหว (Dorsiflexion limitation) ส่งผลให้เวลาเดิน ส้นเท้าไม่สามารถสัมผัสพื้นได้ตามปกติ สาเหตุนี้อาจเกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือเป็นผลลัพธ์จากการเดินเขย่งปลายเท้านานจนเอ็นร้อยหวายยึดติด

ความผิดปกติของระบบประสาทและสมอง (Neurological Conditions)

ภาวะนี้มีความสำคัญทางการแพทย์อย่างมาก เนื่องจากอาการเดินเขย่งปลายเท้าอาจเป็นสัญญาณเตือนแรกของโรคทางสมองและไขสันหลัง เช่น ภาวะสมองพิการ (Cerebral Palsy) โดยเฉพาะชนิดที่มีภาวะเกร็งของกล้ามเนื้อ (Spasticity) ทำให้กล้ามเนื้อขาและน่องหดเกร็งตลอดเวลา ส่งผลให้เดินเขย่ง นอกจากนี้ยังอาจพบในโรคกล้ามเนื้อเสื่อม (Muscular Dystrophy) หรือรอยโรคบริเวณไขสันหลัง

ความผิดปกติด้านการรับความรู้สึกและการประมวลผล (Sensory Processing Differences)

เด็กบางกลุ่มที่มีภาวะออทิสติกสเปกตรัม (Autism Spectrum Disorder) หรือมีความไวต่อการรับความรู้สึกทางผิวสัมผัสที่ผิดปกติ (Sensory Processing Disorder) อาจชอบความรู้สึกที่ปลายเท้าสัมผัสกับพื้นผิวในรูปแบบเฉพาะ หรือชอบแรงกดที่บริเวณปลายเท้า ทำให้เลือกที่จะเดินเขย่งปลายเท้าเป็นประจำ

อาการสำคัญและสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

การสังเกตลักษณะการเดินของลูกอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ อาการที่แสดงถึงความผิดปกติและควรพามาพบแพทย์โดยเร็ว ได้แก่

  • เด็กเดินเขย่งปลายเท้าตลอดเวลาหรือเกือบตลอดเวลาในทุกๆ วัน
  • ไม่สามารถวางส้นเท้าลงบนพื้นได้เลย แม้ว่าจะพยายามบอกหรือจัดท่าทางให้
  • มีอาการขาเกร็ง ขาแข็ง หรือกล้ามเนื้อขากระตุก
  • พัฒนาการด้านอื่นๆล่าช้า เช่น พูดช้า นั่งช้า หรือเดินช้ากว่าเกณฑ์มาตรฐาน
  • มีอาการสะดุดล้มบ่อยครั้ง สูญเสียการทรงตัว หรือเดินเซ
  • มีประวัติคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักน้อย หรือมีภาวะขาดออกซิเจนแรกเกิด
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กเคยเดินปกติแล้วกลับมาเดินเขย่งปลายเท้ากะทันหัน หรือมีอาการอ่อนแรงร่วมด้วย ควรรีบพาไปพบกุมารแพทย์ด้านระบบประสาทหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคทางระบบประสาทที่กำลังดำเนินอยู่

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างเป็นระบบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยขั้นตอนประกอบด้วย

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: ประวัติการตั้งครรภ์ การคลอด พัฒนาการตามวัย และระยะเวลาที่เริ่มมีอาการเดินเขย่ง
  • การตรวจร่างกายและระบบประสาท: ประเมินความยืดหยุ่นของข้อเท้า ความตึงของเอ็นร้อยหวาย กำลังของกล้ามเนื้อ และการทำงานของระบบประสาทส่วนปลาย
  • การตรวจประเมินการเดิน (Gait Analysis): สังเกตลักษณะการเดินบนพื้นผิวต่างๆ ทั้งขณะใส่รองเท้าและเท้าเปล่า
  • การส่งตรวจเพิ่มเติม: ในกรณีที่สงสัยความผิดปกติทางระบบประสาท แพทย์อาจพิจารณา ส่งตรวจภาพถ่ายรังสี (X-ray) ตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG) หรือส่งต่อพบแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาทเด็ก

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาอาการเดินเขย่งปลายเท้าจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยแนวทางที่เหมาะสมที่สุด ดังนี้

การทำกายภาพบำบัดและการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

สำหรับเด็กที่มีภาวะเอ็นร้อยหวายตึงหรือเดินเขย่งโดยไม่ทราบสาเหตุ การทำกายภาพบำบัดถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยนักกายภาพบำบัดจะสอนทักษะการยืดเหยียดกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวาย การฝึกจัดท่าทางการเดิน และการกระตุ้นการทรงตัวที่ถูกต้อง

คำแนะนำจากคุณหมอ: การฝึกให้เด็กเดินบนพื้นผิวที่หลากหลาย เช่น ทราย หญ้า หรือพรม พร้อมกับการนวดและยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด จะช่วยลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อและช่วยให้เด็กปรับท่าเดินได้ดีขึ้น

การใส่อุปกรณ์พยุงข้อเท้าและการเข้าเฝือก

ในกรณีที่เอ็นร้อยหวายตึงมาก แพทย์อาจพิจารณาใช้อุปกรณ์พยุงข้อเท้า (Ankle-Foot Orthosis หรือ AFO) หรือการใส่เฝือกอ่อนเพื่อยืดเอ็นร้อยหวายทีละน้อย ช่วยปรับให้ข้อเท้าอยู่ในมุมที่เหมาะสมขณะเดิน

การรักษาทางการแพทย์และการผ่าตัด

หากมีสาเหตุจากโรคทางระบบประสาท แพทย์จะรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุร่วมด้วย เช่น การใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือการฉีดสารโบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum Toxin) เพื่อลดความเกร็งของกล้ามเนื้อน่อง สำหรับกรณีที่เอ็นร้อยหวายยึดติดรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น แพทย์ศัลยพกระดูกอาจพิจารณาการผ่าตัดยืดเอ็นร้อยหวาย

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ผู้ปกครองควรตระหนักถึงข้อปฏิบัติที่ถูกต้องและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ดังนี้

  • ห้ามบังคับหรือดึงขาลูกแรงๆ เพื่อให้ส้นเท้าลงพื้น เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อฉีกขาดหรือข้อต่อได้รับบาดเจ็บรุนแรง
  • ห้ามซื้ออุปกรณ์พยุงข้อเท้ามาใส่ให้เด็กเองโดยไม่ผ่านการประเมินจากแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด เนื่องจากอาจเลือกใช้อุปกรณ์ผิดประเภทและทำให้ข้อเท้าผิดรูปได้
  • ห้ามเพิกเฉยหรือปล่อยทิ้งไว้โดยคิดว่าเด็กจะหายได้เองหากอายุเกินสองปีแล้วยังมีอาการเดินเขย่งตลอดเวลา

วิธีป้องกันและการส่งเสริมพัฒนาการระยะยาว

แม้ว่าบางสาเหตุจะไม่สามารถป้องกันได้ แต่ผู้ปกครองสามารถส่งเสริมพัฒนาการและการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องของลูกได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ส่งเสริมให้เด็กได้ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระ เช่น การคลาน การวิ่งเล่นบนพื้นผิวที่หลากหลาย เพื่อกระตุ้นการรับความรู้สึกและการทำงานของกล้ามเนื้อ
  • เลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับขนาดเท้า มีความยืดหยุ่นดี และส้นรองเท้ามั่นคง ไม่ควรให้เด็กใส่รองเท้าที่คับหรือหลวมเกินไป
  • สังเกตพัฒนาการของลูกอย่างต่อเนื่อง และพาไปรับการตรวจสุขภาพและประเมินพัฒนาการตามวัยกับกุมารแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

แนวทางปฏิบัติที่รวดเร็วและถูกต้องสำหรับผู้ปกครองที่มีความกังวล:

  • สังเกตพฤติกรรมการเดินของลูกว่าเดินเขย่งตลอดเวลาหรือเป็นบางครั้ง และสามารถวางส้นเท้าลงได้หรือไม่
  • ตรวจสอบอายุของเด็ก หากเกินสองปีแล้วยังเดินเขย่งต่อเนื่อง ควรพาไปพบกุมารแพทย์เพื่อประเมินพัฒนาการ
  • บันทึกวิดีโอขณะที่เด็กเดินในมุมมองต่างๆ เพื่อนำมาให้แพทย์วินิจฉัยร่วมด้วย
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และนักกายภาพบำบัดอย่างเคร่งครัด รวมถึงพาเด็กมาติดตามอาการนัดหมายตรงตามเวลา
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down