ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เจาะลึกภาวะเดินเขย่งปลายเท้าในเด็ก อาการที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยจากห้องตรวจพัฒนาการเด็กคือ การที่เด็กเดินเขย่งปลายเท้าตลอดเวลา พ่อแม่หลายท่านมักมีความกังวลว่านี่เป็นเพียงพฤติกรรมเลียนแบบ นิสัยส่วนตัว หรือเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ภายในระบบกล้ามเนื้อ ข้อต่อ หรือระบบประสาท การทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงกลไกการเคลื่อนไหว สาเหตุทางการแพทย์ ตลอดจนวิธีสังเกตอาการเตือนอันตราย จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เด็กได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ป้องกันผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างร่างกายและการเคลื่อนไหวในอนาคต

พัฒนาการการเดินตามวัยและธรรมชาติของพฤติกรรม

ในช่วงที่เด็กเริ่มหัดเดิน (อายุประมาณเก้าถึงสิบแปดเดือน) การเดินเขย่งปลายเท้าอาจพบได้เป็นครั้งคราวเนื่องจากระบบประสาทส่วนกลาง กล้ามเนื้อขา และการทรงตัวยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ เด็กหลายคนสามารถปรับรูปแบบการเดินให้ส้นเท้าลงพื้นได้ตามธรรมชาติเมื่ออายุครบสองถึงสามปี อย่างไรก็ตาม หากเด็กยังคงเดินเขย่งปลายเท้าตลอดเวลา หรือเดินเขย่งมากกว่าร้อยละห้าสิบของเวลาเดินทั้งหมดหลังจากอายุสองปีไปแล้ว แพทย์จะถือว่าพฤติกรรมนี้หลุดจากกรอบพัฒนาการปกติ และจำเป็นต้องได้รับการประเมินทางการแพทย์อย่างละเอียด

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะเดินเขย่งปลายเท้า

สาเหตุของการเดินเขย่งปลายเท้าแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่อย่างชัดเจนตามกลไกการเกิดโรคทางการแพทย์ ดังนี้

  • กลุ่มที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด (Idiopathic Toe Walking): เป็นภาวะที่พบได้บ่อยที่สุด เด็กไม่มีความผิดปกติทางระบบประสาทหรือโครงสร้างใดๆ มักมีประวัติคนในครอบครัวเคยมีพฤติกรรมนี้ตอนเด็ก เด็กกลุ่มนี้สามารถวางเท้าให้ราบได้เองเมื่อถูกกระตุ้นหรือเมื่อพยายามตั้งใจทำ แต่จะกลับมาเขย่งอีกเมื่อเดินหรือวิ่งตามปกติ
  • กลุ่มความผิดปกติของระบบประสาท (Neurological Conditions): เช่น ภาวะสมองพิการ (Cerebral Palsy) ซึ่งมักมีความตึงตัวของกล้ามเนื้อสูง (Spasticity) ทำให้เอ็นร้อยหวายตึงสั้น หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงบางชนิด โรคไขสันหลังเสื่อม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสั่งการของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อขา
  • กลุ่มความผิดปกติของโครงสร้างกล้ามเนื้อและเอ็น (Musculoskeletal Abnormalities): ได้แก่ ภาวะเอ็นร้อยหวายตึงสั้น (Shortened Achilles Tendon) ตั้งแต่กำเนิด หรือความผิดปกติของกระดูกและข้อต่อส่วนล่าง ทำให้ไม่สามารถกระดกข้อเท้าขึ้นได้ตามปกติ
  • กลุ่มความผิดรูปทางพัฒนาการและพฤติกรรม (Developmental and Behavioral Disorders): เด็กที่มีภาวะอุตสาหกรรมทางสังคมหรือออทิสติกสเปกตรัม (Autism Spectrum Disorder) หรือมีความไวเกินต่อสัมผัสบริเวณฝ่าเท้า (Sensory Processing Disorder) อาจเลือกเดินเขย่งปลายเท้าเพื่อหลีกเลี่ยงสัมผัสจากพื้นผิวที่พวกเขารู้สึกไม่สบายตัว
คำแนะนำจากคุณหมอ: การแยกแยะระหว่างเด็กที่เดินเขย่งจากนิสัย (Idiopathic) กับเด็กที่มีความผิดทางระบบประสาทหรือเอ็นตึง ต้องอาศัยการตรวจร่างกายโดยกุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ หรือแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อทดสอบช่วงการเคลื่อนไหวของข้อเท้า (Range of Motion) อย่างละเอียด

อาการร่วมและสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

การเดินเขย่งปลายเท้าในเด็กบางรายอาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของโรคทางระบบประสาทที่ซ่อนอยู่ พ่อแม่ควรสังเกตสัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) เหล่านี้อย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรพาเด็กมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

  • เด็กไม่สามารถกระดกข้อเท้าขึ้นเหนือมุมฉากได้เลยแม้จะพยายามช่วยดัน หรือมีอาการตึงแข็งของข้อเท้าอย่างชัดเจน
  • มีพัฒนาการด้านอื่นๆ ล่าช้า เช่น พูดช้า ไม่สบตา เรียกชื่อไม่หัน หรือมีปัญหาการทรงตัวและการใช้งานมือทั้งสองข้าง
  • มีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อแขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด หรือมีขาอ่อนแรง เดินเซ ล้มบ่อยผิดปกติ
  • เด็กเคยเดินปกติด้วยส้นเท้าเต็มที่แล้ว แต่อยู่ๆ ก็เปลี่ยนมาเดินเขย่งปลายเท้าตลอดเวลาโดยไม่มีสาเหตุ
  • มีอาการปวด น่องตึง หรือปวดข้อเท้าและฝ่าเท้าร่วมด้วย ซึ่งส่งผลต่อกิจวัตรประจำวันและการวิ่งเล่น
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กสูญเสียทักษะการเดินที่เคยทำได้ หรือมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินอย่างฉับพลัน ห้ามรอจนถึงรอบตรวจพัฒนาการตามวัย ควรรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัยระบบประสาทโดยด่วน เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคทางสมองหรือไขสันหลังที่กำลังดำเนินอยู่

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ กุมารแพทย์และแพทย์เฉพาะทางจะดำเนินการประเมินผ่านขั้นตอนที่เป็นระบบ ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: เริ่มต้นตั้งแต่อายุครรภ์ ประวัติการคลอด พัฒนาการทุกด้าน ประวัติโรคทางพันธุกรรมในครอบครัว และระยะเวลาที่เริ่มสังเกตเห็นอาการเดินเขย่ง
  • การตรวจร่างกายทางระบบประสาทและกระดูก: ประเมินกำลังกล้ามเนื้อ ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ (Muscle Tone) รีเฟล็กซ์ของ tendon ต่างๆ และทดสอบความยืดหยุ่นของเอ็นร้อยหวาย (Silverskiöld Test)
  • การประเมินพัฒนาการและพฤติกรรม: ตรวจสอบทักษะการสื่อสาร การเข้าสังคม และการรับความรู้สึก เพื่อคัดกรองภาวะในกลุ่มออทิสติกสเปกตรัมหรือความผิดปกติทางประสาทสัมผัส
  • การตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม: ในกรณีที่แพทย์สงสัยความผิดปกติของสมองหรือไขสันหลัง อาจพิจารณา ส่งตรวจเอ็กซเรย์ (X-ray) ข้อเท้า หรือส่งต่อเพื่อทำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) รวมถึงการตรวจการทำงานของไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG) ตามดุลยพินิจของแพทย์เฉพาะทาง

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการเป็นหลัก โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงรูปแบบการเดิน ป้องกันความพิการของข้อต่อ และส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสม

  • การทำกายภาพบำบัดและการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Physical Therapy and Stretching): เป็นการรักษาหลักสำหรับเด็กที่มีเอ็นร้อยหวายตึง นักกายภาพบำบัดจะสอนท่ายืดกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายที่ถูกต้อง รวมถึงการฝึกกระตุ้นให้เด็กวางส้นเท้าลงพื้นขณะเดิน
  • การใช้อุปกรณ์พยุงข้อเท้า (Orthoses and Splints): แพทย์อาจพิจารณาให้เด็กสวมใส่อุปกรณ์ดามข้อเท้าในเวลากลางคืน (Night Splints) เพื่อยืดเอ็นร้อยหวายอย่างต่อเนื่อง หรือใส่อุปกรณ์พยุงข้อเท้าระหว่างวัน (AFOs) เพื่อช่วยบังคับให้เท้าราบไปกับพื้น
  • การใส่เฝือกซีเรียล (Serial Casting): ในกรณีที่เอ็นร้อยหวายตึงมาก แพทย์อาจใช้การเข้าเฝือกอ่อนหรือเฝือกแข็งทีละน้อยเพื่อยืดเอ็นออกทีละนิด โดยเปลี่ยนเฝือกทุกๆ สัปดาห์จนกว่าข้อเท้าจะมีความยืดหยุ่นปกติ
  • การรักษาทางการแพทย์และการผ่าตัด: สำหรับเด็กที่มีภาวะความตึงตัวของกล้ามเนื้อจากโรคทางระบบประสาท แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาลดเกร็งกล้ามเนื้อ (Botulinum Toxin Injection) หรือในรายที่รุนแรงและเอ็นตึงถาวร อาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดยืดเอ็นร้อยหวายโดยศัลยแพทย์กระดูกและข้อเด็ก
  • การบำบัดทางพฤติกรรมและประสาทสัมผัส: หากสาเหตุมาจากปัญหาการประมวลผลทางประสาทสัมผัส นักกิจกรรมบำบัดจะช่วยออกแบบกิจกรรมที่ช่วยลดความไวต่อสัมผัสบริเวณฝ่าเท้า

การป้องกันและการดูแลเอาใจใส่ระยะยาวสำหรับครอบครัว

แม้ว่าบางสาเหตุของการเดินเขย่งปลายเท้าจะไม่สามารถป้องกันได้เนื่องจากเป็นปัจจัยทางพันธุกรรมหรือโครงสร้าง แต่พ่อแม่สามารถมีส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาการและการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องของลูกได้ ดังนี้

  • หมั่นสังเกตและบันทึกรูปแบบการเดินของลูกตั้งแต่วัยเริ่มหัดเดิน หากพบความผิดปกติต้องรีบปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ
  • เลือกซื้อรองเท้าที่มีความเหมาะสม รองรับข้อเท้าได้ดี พื้นรองเท้าไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป และพอดีกับขนาดเท้าของเด็ก
  • ส่งเสริมให้เด็กได้ทำกิจกรรมกลางแจ้ง วิ่ง เล่น ปีนป่าย บนพื้นผิวสัมผัสที่หลากหลาย (เช่น ทราย หญ้า พรม) เพื่อช่วยพัฒนาการรับรู้ความรู้สึกของฝ่าเท้า
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และนักกายภาพบำบัดอย่างเคร่งครัด หากลูกต้องทำกายภาพบำบัดหรือใส่อุปกรณ์พยุงข้อเท้า
สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับพ่อแม่: หากลูกมีอาการเดินเขย่งปลายเท้าตลอดเวลาหลังอายุสองปี หรือมีอาการร่วมอื่นๆ ที่น่ากังวล เช่น ขาเกร็ง เดินเซ หรือพัฒนาการล่าช้า ควรรีบพามาพบกุมารแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินอย่างละเอียด การได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่มจะช่วยให้เด็กกลับมามีรูปแบบการเดินที่ปกติและเติบโตได้อย่างมั่นใจ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down