ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจ ลูกเดินเขย่งปลายเท้าตลอดเวลา เกิดจากอะไรอันตรายไหม

ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยและสร้างความกังวลใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่มากที่สุดคือ การที่ลูกเดินเขย่งปลายเท้าตลอดเวลา หรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่า ลูกเดินเขย่งปลายเท้าตลอดเวลา: อาการ ที่มักพบได้ตั้งแต่ช่วงวัยหัดเดิน การเห็นลูกน้อยก้าวเดินด้วยปลายนิ้วเท้าแทนที่จะวางราบทั้งฝ่าเท้า อาจดูน่ารักในสายตาบางคน แต่ในมุมมองทางการแพทย์ อาการนี้อาจเป็นเพียงพัฒนาการตามวัยที่พบได้ชั่วคราว หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติทางระบบประสาท กล้ามเนื้อ เอ็นร้อยหวาย หรือข้อต่อที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์เฉพาะทาง

พัฒนาการการเดินของเด็กมีความซับซ้อนและต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์ของระบบประสาทส่วนกลาง ระบบประสาทส่วนปลาย กล้ามเนื้อขา ข้อต่อกระดูก และการทรงตัว เมื่อระบบใดระบบหนึ่งทำงานผิดเพี้ยนไป ย่อมแสดงออกเป็นรูปแบบการเดินที่ผิดปกติ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการปกป้องสุขภาพและพัฒนาการของเด็กๆ

พัฒนาการปกติหรือความผิดปกติ สาเหตุและกลไกการเกิดอาการเดินเขย่งปลายเท้า

เพื่อให้เข้าใจถึงที่มาของอาการเดินเขย่งปลายเท้า เราต้องทำความเข้าใจกลไกการทำงานของร่างกายเด็กก่อน โดยสาเหตุของอาการนี้สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

กลุ่มพฤติกรรมเลียนแบบและนิสัยการเดิน (Idiopathic Toe Walking)

ในเด็กบางรายไม่มีความผิดปกติทางกายภาพหรือโรคทางระบบประสาทใดๆ เลย แต่มีความคุ้นชินหรือชอบเดินเขย่งปลายเท้าจนกลายเป็นนิสัย (Habitual Toe Walking) เด็กกลุ่มนี้มักจะสามารถวางเท้าราบได้ปกติเมื่อถูกบอกหรือเมื่อวิ่ง รวมถึงสามารถยืดข้อเท้าให้สุดได้เมื่อนอนราบ สาเหตุที่แท้จริงยังไม่แน่ชัด แต่พบว่าอาจมีปัจจัยทางพันธุกรรมร่วมด้วย

กลุ่มความตึงตัวของกล้ามเนื้อและเอ็นร้อยหวาย (Tight Achilles Tendon)

เอ็นร้อยหวายสั้นหรือมีความตึงตัวมากเกินไป (Shortened Achilles Tendon) ทำให้เด็กไม่สามารถวางส้นเท้าลงบนพื้นได้ราบ การพยายามวางส้นเท้าจะทำให้รู้สึกตึงและเจ็บ เด็กจึงต้องปรับตัวด้วยการเดินเขย่งปลายเท้าเพื่อลดความตึงของเอ็น

กลุ่มความผิดปกติทางระบบประสาทและสมอง (Neurological Disorders)

นี่คือกลุ่มที่แพทย์ให้ความสำคัญและต้องคัดกรองอย่างละเอียด ได้แก่ ภาวะสมองพิการ (Cerebral Palsy) โดยเฉพาะชนิดที่มีภาวะเกร็งของกล้ามเนื้อ (Spastic Cerebral Palsy) ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อขาและข้อเท้าเกร็งตัวผิดปกติ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากความผิดรูปของไขสันหลัง หรือโรคทางพันธุศาสตร์บางชนิดที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเสื่อมลงตามวัย

สัญญาณเตือนภัย Red Flags ที่ต้องพามาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

แม้ว่าเด็กบางคนจะเดินเขย่งปลายเท้าเพียงชั่วคราวและหายได้เอง แต่มีสัญญาณอันตรายหลายประการที่บ่งชี้ว่าอาการนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ และต้องได้รับการตรวจประเมินโดยกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการหรือแพทย์ออร์โธปิดิกส์ทันที

  • เด็กอายุเกินสองปีแล้วยังคงเดินเขย่งปลายเท้าเป็นส่วนใหญ่หรือตลอดเวลาโดยไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น
  • ข้อเท้าติดแข็ง ไม่สามารถจับดัดหรือดันให้ฝ่าเท้าตั้งฉากกับขาได้ในขณะที่เด็กนอนหลับหรือผ่อนคลาย
  • มีอาการเกร็ง แข็ง หรืออ่อนแรงร่วมด้วยที่บริเวณขา แขน หรือลำตัว
  • พัฒนาการด้านอื่นๆ ล่าช้า เช่น พูดช้า นั่งช้า หรือเดินช้ากว่าเกณฑ์มาตรฐานตามอายุ
  • เคยเดินราบได้ปกติแล้ว แต่อยู่ๆ ก็กลับมาเดินเขย่งปลายเท้าอย่างต่อเนื่อง
  • มีอาการสะดุดล้มบ่อยครั้ง เดินเซ หรือสูญเสียการทรงตัวขณะเคลื่อนไหว
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบว่าลูกมีอาการข้อเท้าติดแข็งร่วมกับการเดินเขย่งปลายเท้า ห้ามปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด เพราะหากปล่อยให้เอ็นร้อยหวายยึดติดเป็นเวลานาน จะทำให้การรักษาในอนาคตทำได้ยากขึ้น และอาจต้องผ่าตัดเพื่อยืดเอ็นในที่สุด

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์อย่างละเอียด

เมื่อท่านพาลูกมาพบแพทย์เพื่อประเมินอาการเดินเขย่งปลายเท้า แพทย์จะมีขั้นตอนการวินิจฉัยที่เป็นระบบเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่แม่นยำที่สุด ดังนี้

การซักประวัติอย่างละเอียด

แพทย์จะสอบถามถึงอายุที่เริ่มเดิน รูปแบบการเดิน ประวัติการตั้งครรภ์และการคลอด ประวัติพัฒนาการทุกด้าน รวมถึงประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงทางพันธุศาสตร์หรือภาวะแทรกซ้อนปริกำเนิด

การตรวจร่างกายและประเมินระบบประสาท

แพทย์จะตรวจความยืดหยุ่นของข้อเท้าและเอ็นร้อยหวาย (Range of Motion) ตรวจกำลังของกล้ามเนื้อ ตรวจปฏิกิริยาตอบสนองของเอ็น (Reflexes) และสังเกตท่าทางการเดินอย่างละเอียดทั้งในขณะเดิน วิ่ง และยืนทรงตัว

การส่งตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการและภาพถ่ายรังสี

ในกรณีที่แพทย์สงสัยความผิดปกติทางระบบประสาทหรือโครงสร้างกระดูก อาจพิจารณาตรวจเอ็กซเรย์กระดูกและข้อเท้า หรือส่งตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อและการนำกระแสประสาท รวมถึงการส่งตรวจเอ็มอาร์ไอสมอง เพื่อหาสสาเหตุที่ซ่อนอยู่

วิธีดูแลรักษาและการบำบัดรักษาตามหลักการแพทย์

การรักษาอาการเดินเขย่งปลายเท้าขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการเป็นหลัก โดยแพทย์จะเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กแต่ละราย

การทำกายภาพบำบัดและการยืดกล้ามเนื้อ (Physical Therapy and Stretching)

เป็นการรักษาหลักสำหรับเด็กที่มีอาการตึงของเอ็นร้อยหวาย นักกายภาพบำบัดจะสอนท่าออกกำลังกายเพื่อยืดกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายอย่างถูกวิธี รวมถึงการฝึกการทรงตัวและการเดินลงน้ำหนักที่ส้นเท้าอย่างถูกต้อง ซึ่งพ่อสามารถนำกลับมาทำต่อที่บ้านได้อย่างสม่ำเสมอ

การใช้อุปกรณ์เสริมและการเข้าเฝือก (Bracing and Serial Casting)

ในรายที่มีภาวะเอ็นร้อยหวายตึงมาก แพทย์อาจพิจารณาใช้การใส่เฝือกซีเรียล (Serial Casting) เป็นระยะเพื่อค่อยๆ ดึงยืดเอ็นร้อยหวายออก หรือการใส่อุปกรณ์พยุงข้อเท้า (Ankle-Foot Orthosis: AFO) ในเวลากลางคืนหรือระหว่างวันเพื่อจัดตำแหน่งเท้าให้อยู่ในมุมที่เหมาะสม

การรักษาทางการแพทย์และการผ่าตัด

สำหรับเด็กที่มีภาวะเกร็งจากระบบประสาท แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาคลายกล้ามเนื้อหรือการฉีดยาโบทูลินัมท็อกซิน เพื่อลดความเกร็งชั่วคราวและช่วยให้การทำกายภาพบำบัดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนในรายที่มีความตึงรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อวิธีอื่น แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเพื่อยืดเอ็นร้อยหวาย

คำแนะนำจากคุณหมอ: ความสม่ำเสมอในการทำกายภาพบำบัดและการบริหารร่างกายที่บ้านคือหัวใจสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เอ็นร้อยหวายของลูกคลายตัวและกลับมาเดินวางเท้าได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัด

การป้องกันและการเสริมสร้างพัฒนาการกล้ามเนื้อและข้อต่อระยะยาว

แม้ว่าบางสาเหตุจะไม่สามารถป้องกันได้ แต่พ่อแม่สามารถมีส่วนช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการและการทำงานของกล้ามเนื้อขาและข้อเท้าของลูกน้อยให้แข็งแรงได้ตั้งแต่เริ่มแรก

  • ส่งเสริมให้เด็กได้ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระ เช่น การคลาน การเดินบนพื้นผิวที่หลากหลาย เช่น พื้นทราย หญ้า หรือเบาะนิ่ม เพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสที่ฝ่าเท้า
  • เลือกสวมใส่รองเท้าที่มีขนาดพอดี ไม่คับหรือหลวมจนเกินไป มีพื้นรองเท้าที่มั่นคงและช่วยซัพพอร์ตส้นเท้าได้ดี หลีกเลี่ยงการให้เด็กใส่รองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าที่ไม่มีโครงสร้างพยุงข้อเท้า
  • สังเกตพฤติกรรมและรูปแบบการเดินของลูกอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เริ่มหัดเดิน หากพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้การรักษาและแก้ไขทำได้ง่ายและเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • สนับสนุนโภชนาการที่ครบถ้วนและเหมาะสมตามวัย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของกระดูกและกล้ามเนื้ออย่างเต็มที่

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปปฏิบัติและสังเกตอาการของลูกได้อย่างมั่นใจ ทางการแพทย์ขอสรุปแนวทางปฏิบัติที่สำคัญดังนี้ครับ:

  • สังเกตความถี่: ลูกเดินเขย่งปลายเท้าเป็นครั้งคราวตอนตื่นนอนหรือวิ่งเล่น หรือเดินเขย่งตลอดเวลาจนกลายเป็นรูปแบบการเดินหลัก
  • ทดสอบความยืดหยุ่น: ลองจับขาลูกยืดออกขณะนอนหลับ หากข้อเท้าติดแข็งและดึงไม่ลง ให้รีบพาไปพบแพทย์ทันที
  • ตรวจสอบอายุ: หากเด็กอายุเกินสองปีและยังคงเดินเขย่งปลายเท้าต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจประเมินพัฒนาการ
  • ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง: นัดหมายพบกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการหรือแพทย์ออร์โธปิดิกส์เด็ก เพื่อรับการวินิจฉัยที่แม่นยำและวางแผนการรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down