ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกถ่ายมีมูกเลือด ตรวจอุจจาระรู้อะไรบ้างและเกิดจากอะไร

อาการถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปนในเด็กทารกและเด็กเล็กถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่สร้างความวิตกกังวลให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก ในฐานะกุมารแพทย์ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการทำความเข้าใจว่าอาการนี้ไม่ใช่โรคเฉพาะตัว แต่เป็นอาการแสดงของความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส การแพ้อาหาร ไปจนถึงภาวะลำไส้กลืนกันที่เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ การตรวจอุจจาระ (Stool Examination) จึงเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ขั้นพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยค้นหาต้นตอของปัญหาได้อย่างแม่นยำ

เมื่อลูกน้อยถ่ายมีมูกเลือด การตรวจอุจจาระในห้องปฏิบัติการจะสามารถบอกข้อมูลเชิงลึกทางการแพทย์ได้หลายประการ ดังนี้

  • การตรวจหาเม็ดเลือดขาว (White Blood Cells): หากพบเม็ดเลือดขาวในอุจจาระ บ่งชี้ว่ามีการอักเสบและการติดเชื้อภายในลำไส้ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคบิดมีมูกเลือด (Dysentery) หรือการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มซัลโมเนลลา (Salmonella) แคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) หรืออีโคไล (E. coli)
  • การตรวจหาเม็ดเลือดแดง (Red Blood Cells): ยืนยันการมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหารส่วนล่าง ซึ่งอาจเกิดจากแผลที่เยื่อบุลำไส้ การอักเสบรุนแรง หรือภาวะหลอดเลือดผิดปกติ
  • การตรวจหาไข่พยาธิหรือตัวพยาธิ (Parasites and Ova): ในเด็กโตบางราย การถ่ายมีมูกเลือดอาจเกิดจากการติดเชื้อพยาธิบางชนิด
  • การตรวจหาเมือก (Mucus): ปริมาณมูกที่ปนมากับอุจจาระแสดงถึงการหลั่งสารคัดหลั่งของลำไส้ เพื่อตอบสนองต่อการระคายเคืองหรือการอักเสบเรื้อรัง
  • การตรวจความเป็นกรด (Stool pH) และสารรีดิวซ์ (Reducing Substances): มักใช้ในทารกเพื่อประเมินภาวะการดูดซึมน้ำตาลแลคโตสบกพร่อง ซึ่งอาจเกิดร่วมกับการอักเสบของลำไส้
คำแนะนำจากคุณหมอ: การเก็บตัวอย่างอุจจาระส่งตรวจควรเป็นอุจจาระสดใหม่ และควรหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนปัสสาวะ เพื่อให้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการมีความแม่นยำสูงสุดในการวินิจฉัยโรค

สาเหตุหลักและกลไกการเกิดอาการถ่ายมีมูกเลือดในเด็ก

กลไกการเกิดอาการถ่ายมีมูกเลือดเกี่ยวข้องกับการทำลายเยื่อบุผิวของลำไส้ใหญ่หรือลำไส้เล็กส่วนปลาย ทำให้เกิดแผล เลือดออก และมีการหลั่งมูกออกมาปนกับอุจจาระ สาเหตุที่พบบ่อยตามช่วงอายุมีดังนี้

  • การติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส (Infectious Enterocolitis): เชื้อโรคเหล่านี้จะสร้างสารพิษหรือรุกรานเซลล์เยื่อบุลำไส้โดยตรง ส่งผลให้เกิดการอักเสบรุนแรง ปวดท้องเกร็ง มีไข้ และถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน
  • ภาวะแพ้โปรตีนนมวัว (Cow Milk Protein Allergy): พบได้บ่อยในทารกกินนมผสมหรือทารกกินนมแม่ที่แม่รับประทานผลิตภัณฑ์จากนมวัว โปรตีนนมวัวจะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่ลำไส้ใหญ่ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและมีมูกเลือดปนในอุจจาระ โดยที่เด็กมักไม่มีไข้และยังร่าเริงดี
  • ภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception): เป็นภาวะฉุกเฉินในทารกอายุประมาณสามเดือนถึงสามปี เกิดจากลำไส้ส่วนหนึ่งมุดเข้าไปในลำไส้ส่วนที่อยู่ติดกัน ทำให้เกิดการอุดตัน ขาดเลือดไปเลี้ยง และมีอาการถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน ลักษณะคล้ายเจลลี่ลูกเกด ร่วมกับอาการร้องกวนงอแงเป็นพักๆ ปวดท้องรุนแรง และอาเจียน
  • แผลที่รูดทวารหนัก (Anal Fissure): เกิดจากอาการท้องผูกเรื้อรัง อุจจาระแข็ง ทำให้เยื่อบุรอบทวารหนักฉีกขาด มีเลือดสดๆ ติดอยู่ภายนอกอุจจาระหรือบนผ้าอ้อม โดยไม่มีมูกปนและไม่มีไข้

อาการและสัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

อาการถ่ายมีมูกเลือดในเด็กบางครั้งอาจหายได้เองหากเป็นการแพ้อาหารไม่รุนแรง แต่ในหลายกรณีอาจเป็นสัญญาณของโรคติดเชื้อรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต พ่อแม่จึงต้องสังเกตอาการร่วมอย่างใกล้ชิด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากลูกมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
  • มีไข้สูงลอย ซึมลง ไม่ยอมเล่น หรือปลุกตื่นยาก
  • อาเจียนพุ่งทุกครั้งที่รับประทานอาหารหรือดื่มนม
  • ปวดท้องรุนแรง ร้องกวนงอแงไม่หยุด หรือมีอาการงอขาเข้าหาหน้าอกเป็นพักๆ
  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้ง ตาโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา กระหม่อมยุ๋มในทารก และซึมปัสสาวะไม่ออกนานเกินหกชั่วโมง
  • ท้องอืดแน่น ตึงแข็ง หรือมีก้อนที่หน้าท้อง

วิธีรักษาและการดูแลเด็กที่มีอาการถ่ายมีมูกเลือด

การรักษาอาการถ่ายมีมูกเลือดจะขึ้นอยู่กับผลการตรวจวินิจฉัยและสาเหตุที่พบ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความรุนแรงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

  • การรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย: หากผลตรวจอุจจาระพบเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ที่จำเพาะเจาะจง ห้ามซื้อยาฆ่าเชื้อรับประทานเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงหรือเชื้อดื้อยาได้
  • การรักษาภาวะแพ้โปรตีนนมวัว: หากวินิจฉัยว่าเกิดจากการแพ้นมวัว แพทย์จะแนะนำให้เปลี่ยนเป็นนมสูตรไฮลีสส์ (Hydrolyzed Formula) หรือนมสูตรกรดอะมิโน สำหรับทารกที่กินนมแม่ คุณแม่จะต้องงดผลิตภัณฑ์จากนมวัว อาหารทะเล และไข่ใน1มื้ออาหารของตนเอง
  • การรักษาภาวะลำไส้กลืนกัน: ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องได้รับการรักษาโดยกุมารแพทย์ศัลยกรรม ซึ่งอาจใช้วิธีสวนแป้งหรือสวนลมเพื่อดันลำไส้ให้คืนรูป หรือต้องรับการผ่าตัดในรายที่มีภาวะลำไส้เน่าตาย
  • การชดเชยน้ำและเกลือแร่: ให้ดื่มสารละลายเกลือแร่โออาร์เอส (Oral Rehydration Salts - ORS) ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันและรักษาภาวะขาดน้ำจากการถ่ายเหลว

การเตรียมตัวก่อนไปพบแพทย์และการป้องกันเบื้องต้น

การเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนพบกุมารแพทย์จะช่วยให้กระบวนการวินิจฉัยรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ผู้ปกครองควรจดบันทึกรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ลักษณะของอุจจาระ สี ปริมาณ สัดส่วนของมูกและเลือดที่พบ (หากเป็นไปได้สามารถถ่ายภาพอุจจาระหรือนำผ้าอ้อมที่เปื้อนมาให้แพทย์ดูได้)
  • จำนวนครั้งที่ถ่ายเหลวหรือถ่ายมีมูกเลือดในแต่ละวัน
  • อาการร่วมอื่นๆ เช่น มีไข้ อาเจียน ซึม หรือปวดท้อง
  • ประวัติการรับประทานอาหาร นม หรือการเปลี่ยนชนิดนมในเด็กทารก
  • ประวัติการรับประทานยา หรือวิตามินต่างๆ

สำหรับการป้องกันการเกิดซ้ำและการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร สามารถปฏิบัติได้โดยการล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ก่อนเตรียมอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ การปรุงอาหารให้สุกสะอาด การดื่มน้ำสะอาด และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในลำไส้อย่างมีประสิทธิภาพ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down