ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความตกใจของพ่อแม่เมื่อพบว่าลูกถ่ายมีมูกเลือด

อาการถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปนเป็นหนึ่งในอาการที่สร้างความตื่นตระหนกและความกังวลใจให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองมากที่สุด ในฐานะกุมารแพทย์ผู้ดูแลเด็กและทารก อาการนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญจากระบบทางเดินอาหารที่แพทย์ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากสาเหตุมีตั้งแต่ภาวะที่ไม่รุนแรงและหายได้เอง ไปจนถึงโรคทางศัลยกรรมหรือการติดเชื้อที่รุนแรงซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการแสดง และแนวทางการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง จึงเป็นเกราะป้องกันอันตรายที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับลูกน้อยของคุณ

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการถ่ายมีมูกเลือดในเด็ก

ระบบทางเดินอาหารของเด็ก โดยเฉพาะในวัยทารกและเด็กเล็กมีความบอบบางและยังพัฒนาไม่เต็มที่ กลไกการเกิดมูกเลือดมักเกิดจากการอักเสบ การติดเชื้อ หรือการบาดเจ็บของเยื่อบุผนังลำไส้ ส่งผลให้ผนังลำไส้สร้างเมือกออกมามากกว่าปกติและมีเส้นเลือดฝอยแตกปนออกมากับอุจจาระ โดยสาเหตุหลักสามารถแบ่งตามช่วงวัยได้ดังนี้

  • กลุ่มทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน: สาเหตุพบบ่อยได้แก่ ภาวะแพ้โปรตีนนมวัว (Cow's Milk Protein Allergy) ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันของทารกตอบสนองต่อโปรตีนแปลกปลอมทำให้ลำไส้อักเสบ, โรคลำไส้อุดตันจากการกลืนกันของลำไส้ (Intussusception) และการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด
  • กลุ่มเด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี: เป็นช่วงวัยที่เริ่มทานอาหารเสริมและเริ่มคลานหรือเดินจับสิ่งของเข้าปาก ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสในทางเดินอาหาร (Infectious Enterocolitis) เช่น เชื้อซาโมเนลลา (Salmonella) หรือ ชิเกลลา (Shigella)
  • กลุ่มเด็กโต: อาจเกิดจากลำไส้อักเสบเรื้อรัง โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease - IBD) ติ่งเนื้อในลำไส้ (Colonic Polyps) หรือภาวะท้องผูกเรื้อรังที่ทำให้เกิดแผลริ้นขอบทวารหนัก (Anal Fissure)
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากพบมูกเลือดในอุจจาระของทารกที่กินนมแม่ล้วน สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่แม่ทานผลิตภัณฑ์จากนมวัวแล้วโปรตีนส่งผ่านทางน้ำนมแม่มาสู่ลูก ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่อันตรายและแก้ไขได้ด้วยการงดนมวัวในอาหารของแม่

อาการร่วมและลักษณะของอุจจาระที่ต้องสังเกต

การสังเกตลักษณะของอุจจาระและอาการร่วมอื่นๆ จะช่วยให้กุมารแพทย์สามารถประเมินความรุนแรงและหาสาเหตุได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น พ่อแม่ควรบันทึกข้อมูลเหล่านี้เพื่อแจ้งต่อแพทย์

  • ลักษณะมูกเลือด: เลือดสดปนอยู่ภายนอกอุจจาระมักเกิดจากแผลที่ทวารหนักหรือลำไส้ส่วนปลาย แต่อุจจาระที่มีเลือดปนกับมูกและมีกลิ่นเหม็นคาวมาก มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • อาการไข้และอาเจียน: หากมีไข้สูงร่วมกับอาเจียนบ่อยและถ่ายเหลวเป็นน้ำปนเลือด บ่งบอกถึงการติดเชื้อรุนแรงในทางเดินอาหาร
  • ลักษณะการร้องกวน: ในโรคลำไส้กลืนกัน เด็กจะมีอาการร้องกวนไส้ขาดใจ งอเข่าเข้าหาหน้าอก เป็นพักๆ สลับกับซึมลง และอาจถ่ายอุจจาระมีลักษณะคล้ายเจลลี่สีแดงเข้ม (Currant Jelly Stool)

สัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพามาพบแพทย์ทันที

หากลูกมีอาการเหล่านี้ร่วมกับการถ่ายมีมูกเลือด ห้ามรอสังเกตอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลโดยด่วน

  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง: ปัสสาวะไม่อยากเกิน 6 ชั่วโมง ตาโหล ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ซึม ไม่ตอบสนอง
  • ไข้สูงต่อเนื่อง: ไข้สูงเกิน 39องศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ยอมลดแม้เช็ดตัวและทานยาลดไข้
  • ปวดท้องรุนแรง: เด็กแสดงอาการเจ็บปวดหน้าท้องอย่างรุนแรง ท้องอืดตึง แข็ง
  • อาเจียนพุ่ง: อาเจียนทุกครั้งที่ดื่มน้ำหรือทานอาหาร และอาเจียนมีน้ำ The สีเขียวปน
  • เลือดออกจำนวนมาก: อุจจาระเป็นเลือดสดจำนวนมาก หรือมีอาการซีด หน้ามืด ความดันโลหิตต่ำ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาหยุดถ่าย (Anti-diarrheal drugs) ให้เด็กทานเองเด็ดขาดเมื่อมีอาการถ่ายมีมูกเลือด เพราะจะทำให้เชื้อโรคและสารพิษค้างอยู่ในลำไส้ ส่งผลใหการติดเชื้อแย่ลงและเป็นอันตรายถึงชีวิต

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ของกุมารแพทย์

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยตามขั้นตอนมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อค้นหาต้นตอของอาการอย่างละเอียด

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: ระยะเวลาที่มีอาการ ลักษณะอุจจาระ อาหารที่รับประทาน ประวัติการแพ้อาหารในครอบครัว และประวัติการเดินทางหรือรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ
  • การตรวจร่างกาย: ประเมินภาวะขาดน้ำ การกดเจ็บหน้าท้อง เสียงการทำงานของลำไส้ และการตรวจบริเวณทวารหนักเพื่อหาแผลหรือรอยโรค
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Stool Examination): การนำอุจจาระไปตรวจหาเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง ไข่พยาธิ และการเพาะเชื้อแบคทีเรีย (Stool Culture)
  • การตรวจเลือด (Blood Tests): เพื่อประเมินความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count) ภาวะการติดเชื้อในกระแสเลือด และเกลือแร่ในร่างกาย
  • การตรวจพิเศษทางรังสีวิทยา: เช่น การทำอัลตราซาวนด์ช่องท้อง (Abdominal Ultrasound) ในกรณีที่สงสัยโรคลำไส้กลืนกัน หรือการเอกซเรย์ช่องท้องเพื่อดูภาวะลำไส้อุดตัน

วิธีรักษาและการดูแลที่บ้านอย่างถูกต้อง

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่วินิจฉัยพบ โดยยึดหลักการรักษาตามอาการและการแก้ไขความผิดปกติของร่างกาย

  • การชดเชยน้ำและเกลือแร่: หากเด็กยังมีภาวะขาดน้ำเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง แพทย์จะให้จิบสารละลายเกลือแร่ (Oral Rehydration Salts - ORS) ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง หากขาดน้ำรุนแรงจำเป็นต้องได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ (IV Fluids)
  • การใช้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): จะพิจารณาให้เฉพาะในกรณีที่ตรวจพบการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชัดเจนเท่านั้น หากเป็นการติดเชื้อไวรัสหรือเกิดจากการแพ้อาหาร การให้ยาปฏิชีวนะจะไม่มีประโยชน์และส่งผลเสีย
  • การปรับเปลี่ยนอาหาร: ในทารกที่แพ้นมวัว แพทย์จะแนะนำให้เปลี่ยนเป็นนมสูตรพิเศษสำหรับเด็กแพ้โปรตีนนมวัว (Extensively Hydrolyzed Formula หรือ Amino Acid-based Formula) สำหรับเด็กโตให้อาหารอ่อนย่อยง่าย รสจืด หลีกเลี่ยงอาหารมันและนมวัวชั่วคราว

วิธีป้องกันการเกิดอาการถ่ายมีมูกเลือดในเด็ก

การป้องกันสามารถทำได้โดยการสร้างสุขอนามัยที่ดีและใส่ใจในเรื่องโภชนาการ

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนเตรียมอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ รวมถึงดูแลความสะอาดของมือเด็กด้วย
  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ สะอาด และใช้น้ำสะอาดในการดื่มและปรุงอาหาร
  • สำหรับคุณแม่ให้นมบุตร หากพบว่าลูกมีอาการแพ้โปรตีนนมวัว ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวในระยะให้นม
  • สังเกตอาการแพ้เมื่อเริ่มให้เด็กรับประทานอาหารเสริมทีละชนิด ทีละอย่าง เพื่อคัดกรองอาหารที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้
สรุปข้อปฏิบัติสำหรับพ่อแม่: อาการถ่ายมีมูกเลือดในเด็กไม่ใช่เรื่องที่ควรนิ่งนอนใจ หากพบอาการดังกล่าวร่วมกับไข้สูง ซึม หรืออาเจียน ควรรีบพาไปพบกุมารแพทย์ทันทีเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องปลอดภัย
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down