ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อันตรายจากการใช้ยาแก้ปวดต่อเนื่องในผู้สูงอายุที่ต้องรู้ก่อนสายเกินไป

การจัดการความปวดเรื้อรังในผู้สูงอายุเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อนสูง เนื่องจากร่างกายของผู้สูงวัยมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา การทำงานของอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะไตและตับเริ่มเสื่อมถอยลงตามวัย หลายครอบครัวมักคุ้นเคยกับการซื้อยาแก้ปวดกลุ่มต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs หรือ NSAIDs) มาให้ผู้สูงอายุรับประทานเองเมื่อมีอาการปวดข้อ ปวดหลัง หรือปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง โดยละเลยถึงผลกระทบระยะยาวที่อาจนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลันหรือเรื้อรังได้โดยไม่รู้ตัว

กลไกการเกิดพิษต่อไตจากการใช้ยาแก้ปวด

ยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen), ไดโคลฟีแนค (Diclofenac), หรือนาโปรเซน (Naproxen) ทำงานโดยการยับยั้งเอนไซม์ไซโคลออกซีจีเนส (Cyclooxygenase หรือ COX) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดการสร้างสารพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins) ในร่างกาย สารชนิดนี้มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมการไหลเวียนของเลือดไปยังไต

ในผู้สูงอายุที่การทำงานของไตลดลงอยู่แล้ว การรับประทานยาเหล่านี้ต่อเนื่องจะส่งผลให้เส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงไตหดตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นำไปสู่ภาวะไตขาดเลือด ส่งผลให้เกิดการสะสมของของเสียในร่างกาย บวมน้ำ ความดันโลหิตสูงขึ้น และหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดภาวะไตเสื่อมถอยถาวรหรือโรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease) ได้อย่างรวดเร็ว

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องหยุดยาและพบแพทย์ทันที

การสังเกตอาการผิดปกติในผู้สูงอายุระหว่างรับประทานยาแก้ปวดเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ดูแลไม่ควรละเลย หากพบสัญญาณอันตรายต่อไปนี้ถือเป็นภาวะที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที:

  • ปัสสาวะน้อยลงอย่างผิดปกติ หรือปัสสาวะมีสีเข้มจัด
  • มีอาการบวมที่บริเวณเท้า ข้อเท้า หรือใบหน้า
  • ความดันโลหิตสูงขึ้นผิดปกติและควบคุมไม่ได้แม้จะกินยาลดความดันอยู่เดิม
  • มีอาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร หรือมีอาการสับสนทางสมอง (ซึ่งอาจเป็นผลจากของเสียคั่งในเลือด)
  • อุจจาระมีสีดำหรือถ่ายเป็นเลือด (สัญญาณของการระคายเคืองและเลือดออกในทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นผลข้างเคียงอีกประการของยา NSAIDs)

วิธีรักษาความปวดที่ปลอดภัยและยั่งยืน

หลักการจัดการความปวดในผู้สูงอายุหัวใจสำคัญคือการปรับเปลี่ยนวิธีดูแลแบบองค์รวม ไม่ใช่เพียงการพึ่งพายาเคมีเพียงอย่างเดียว โดยคุณหมอมีคำแนะนำดังนี้:

คำแนะนำจากคุณหมอ: แนวทางการรักษาที่ปลอดภัยที่สุดคือการลดการใช้ยาให้เหลือน้อยที่สุดโดยใช้ร่วมกับการกายภาพบำบัด การปรับพฤติกรรม และการใช้ยาที่มีความปลอดภัยสูงต่อไตภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
  • การใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol): ถือเป็นยาทางเลือกแรกที่มีความปลอดภัยต่อไตสูงที่สุดหากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม คือไม่เกิน 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน และไม่ควรทานต่อเนื่องในปริมาณสูงเกินขนาดหากมีโรคตับร่วมด้วย
  • การทำกายภาพบำบัด: การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การรำไทเก็ก หรือการเดินในน้ำ ช่วยลดอาการปวดข้อเรื้อรังได้ดีและปลอดภัยกว่าการใช้ยา
  • การใช้ยาทาภายนอก: การใช้เจลหรือครีมทาเฉพาะจุดที่มีส่วนผสมของยาแก้ปวด ช่วยลดการดูดซึมยาเข้าสู่กระแสเลือดและลดผลข้างเคียงต่ออวัยวะภายใน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาชุดแก้ปวดตามร้านขายของชำหรือยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของยาหลายชนิด (Combination drugs) มารับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากอาจมีส่วนผสมของยาอันตรายที่ทำลายไตโดยที่เราไม่ทราบชื่อยาที่แน่ชัด

การป้องกันและการดูแลระยะยาวเพื่อถนอมไต

การป้องกันภาวะไตเสื่อมในผู้สูงอายุที่ต้องเผชิญกับความปวดเรื้อรังประกอบด้วยสามเสาหลักคือ การดื่มน้ำให้เพียงพอ การติดตามผลเลือดประจำปี และการเลือกใช้ยาสมุนไพรอย่างระมัดระวัง ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวันหากไม่มีข้อจำกัดเรื่องโรคหัวใจหรือไต เพื่อช่วยให้ไตทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำหรับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีนคุณภาพดี และการเสริมแคลเซียมหรือวิตามินดีตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคกระดูกพรุนและอาการปวดข้อได้ในระยะยาว หากอาการปวดไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ (Geriatrician) หรือแพทย์ด้านกระดูกและข้อ เพื่อวางแผนการรักษาที่เฉพาะเจาะจงและปลอดภัยที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down