ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกมีไข้สูง ผื่นขึ้นตามตัวหลังเปิดเทอม ความกังวลใจอันดับหนึ่งของพ่อแม่ยุคใหม่

เมื่อโรงเรียนเปิดเทอม สิ่งที่มักมาพร้อมกับการได้กลับไปพบเพื่อนและคุณครูคือการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจและโรคติดต่อผิวหนังในเด็ก ซึ่งหนึ่งในอาการที่ทำให้กังวลใจมากที่สุดคือ ลูกมีไข้สูง ผื่นขึ้นตามตัวหลังเปิดเทอม อาการเหล่านี้มักเป็นสัญญาณเตือนของการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มโรคเด็กที่พบได้บ่อย เช่น โรคอีสุกอีใส (Chickenpox) หรือโรคหัดเยอรมัน (Rubella) ในฐานะกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และวิธีรับมือที่ถูกต้องจะช่วยลดความตื่นตระหนกและป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคเมื่อเด็กกลับเข้าสู่โรงเรียน

การที่เด็กๆ ต้องไปโรงเรียนทำให้เกิดการคลุกคลีใกล้ชิดกันในห้องเรียน สนามเด็กเล่น หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน เชื้อโรคจึงแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสโดยตรง

  • โรคอีสุกอีใส (Chickenpox): เกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus) เป็นโรคที่มีความสามารถในการติดต่อสูงมาก หากมีเด็กป่วยในห้องเรียน โอกาสที่เด็กคนอื่นจะติดเชื้อหากไม่มีภูมิคุ้มกันมีสูงถึงร้อยละเก้าสิบ เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางระบบทางเดินหายใจก่อนจะกระจายตัวเข้าสู่กระแสเลือดและแสดงอาการทางผิวหนัง
  • โรคหัดเยอรมัน (Rubella): เกิดจากการติดเชื้อไวรัสรูเบลลา (Rubella Virus) ติดต่อผ่านละอองฝอยน้ำลายเช่นเดียวกัน แม้ในเด็กอาการมักไม่รุนแรงเท่าในหญิงตั้งครรภ์ แต่ก็ทำให้เกิดไข้และผื่นกระจายทั่วตัวได้

อาการสำคัญและลำดับขั้นตอนการดำเนินโรค

การแยกระหว่างโรคอีสุกอีใสและหัดเยอรมันอาศัยลักษณะของผื่นและไ้ร่วมด้วย โดยทั่วไปโรคทั้งสองจะมีลำดับการพัฒนาของอาการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ลำดับอาการของโรคอีสุกอีใส

  • ระยะไข้ต่ำและอ่อนเพลีย: เด็กอาจมีไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร และรู้สึกไม่สบายตัวประมาณหนึ่งถึงสองวันก่อนที่ผื่นจะขึ้น
  • ระยะผื่นตุ่มน้ำ: เริ่มจากผื่นแดงราบ ก่อนจะนูนขึ้นเป็นตุ่มน้ำใส (Vesicle) มีอาการคันมาก ต่อมาตุ่มน้ำจะขุ่นขึ้นและกลายเป็นสะเก็ดในที่สุด จุดเด่นคือผื่นจะขึ้นไม่พร้อมกัน ในบริเวณเดียวกันจึงอาจพบทั้งตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส และสะเก็ดปะปนกันไป

ลำดับอาการของโรคหัดเยอรมัน

  • ระยะไข้และต่อมน้ำเหลืองโต: มีไข้ไม่สูงมากนัก ร่วมกับอาการเจ็บคอ และที่สำคัญคือมีอาการต่อมน้ำเหลืองบริเวณหลังหู ท้ายทอย และลำคอโตและกดเจ็บ
  • ระยะผื่นแดงกระจาย: ผื่นจะขึ้นเริ่มจากใบหน้า ลำตัว แขนและขาอย่างรวดเร็ว ลักษณะเป็นผื่นแดงราบขนาดเล็กกระจายตัว ไม่มารวมกันเป็นแผ่นใหญ่ และมักจะหายไปเองภายในสามวันโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีประวัติไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคทั้งสองชนิดนี้มาก่อน และมีอาการไข้ร่วมกับผื่นขึ้นกระจายตัว ควรแยกเด็กออกจากสมาชิกคนอื่นในบ้านทันทีเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้โรคไวรัสหลายชนิดจะสามารถหายได้เองตามอาการ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตสัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) อย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงมากเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้สูงต่อเนื่องไม่ลดลงแม้จะเช็ดตัวและทานยาลดไข้แล้ว
  • มีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก หรือมีความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง
  • มีอาการชักจากไข้ (Febrile Seizure)
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หรือมีลักษณะหายใจอกบุ๋ม ปีกจมูกบาน
  • มีภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เช่น ปากแห้งแห้งผาก ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกนานเกินหกถึงแปดชั่วโมง
  • มีตุ่มน้ำที่ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน มีหนองไหลรอบตุ่มน้ำ ผิวหนังรอบตุ่มบวมแดงร้อน

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด เช่น ประวัติการได้รับวัคซีน ประวัติการสัมผัสผู้ป่วยที่โรงเรียน และประวัติการระบาดในชั้นเรียน จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายโดยละเอียดเพื่อดู

  • ลักษณะของผื่น การกระจายตัว และระยะของตุ่มน้ำ
  • ตรวจดูช่องปาก คอ ต่อมทอนซิล และต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอและหลังหู
  • ในรายที่วินิจฉัยยาก แพทย์อาจพิจารณาตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกัน หรือการตรวจหาเชื้อไวรัสจากรอยโรค

วิธีดูแลรักษาและการพยาบาลที่บ้านอย่างถูกต้อง

การรักษาโรคอีสุกอีใสและหัดเยอรมันส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่สามารถหายได้เองเมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายจัดการกับเชื้อได้

การให้ยาที่ปลอดภัยและการจัดการไข้

การใช้ยาลดไข้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด

  • ยาลดไข้ที่ปลอดภัยคือ ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) โดยคำนวณตามน้ำหนักตัวของเด็ก คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้
  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) เด็ดขาด ในเด็กที่มีไข้จากโรคไวรัส เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ส์ซินโดรม (Reye's Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนทางสมองและตับที่รุนแรงถึงชีวิต
  • ห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในช่วงที่ยังไม่สามารถตัดโรคไข้เลือดออกออกไปได้ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการ 4 เลือดออก

การดูแลผิวหนังและป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

  • ตัดเล็บเด็กให้สั้นและสะอาด หรือให้เด็กสวมถุงมือผ้าในเวลานอน เพื่อป้องกันการเกาจนผิวหนังถลอกและเกิดแผลเป็นหรือการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน
  • เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นสะอาดเพื่อลดไข้ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำเย็นจัด
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย ระบายอากาศได้ดี ไม่หนาจนเกินไปเพื่อระบายความร้อน
  • การอาบน้ำสามารถทำได้ตามปกติด้วยสบู่อ่อนโยน ซับตัวให้แห้งเบาๆ ห้ามถูแรงบริเวณที่เป็นตุ่มน้ำ
คำแนะนำจากคุณหมอ: สำหรับอาการคันจากตุ่มอีสุกอีใส สามารถใช้คาลาโลนโลชั่นทาเพื่อบรรเทาอาการคันได้ และควรให้เด็กดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่มากพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำจากการมีไข้สูง

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

การดูแลเด็กป่วยโรคติดเชื้อที่ผิวหนังมีข้อห้ามทางการแพทย์ที่สำคัญหลายประการที่ผู้ปกครองควรทราบ

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) มาให้เด็กรับประทานเอง เนื่องจากโรคอีสุกอีใสและหัดเยอรมันเกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่ช่วยรักษาโรคแต่อย่างใด และยังเพิ่มความเสี่ยงเรื่องเชื้อดื้อยา
  • ห้ามเจาะหรือบีบตุ่มน้ำอีสุกอีใสเด็ดขาด เพราะจะทำให้เชื้อกระจายและทิ้งรอยแผลเป็นลึก
  • ห้ามให้เด็กออกนอกบ้านไปโรงเรียนหรือสถานที่แออัดจนกว่าตุ่มน้ำจะแห้งสนิทและกลายเป็นสะเก็ดหมดทุกเม็ด หรือพ้นระยะแพร่เชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดสู่ผู้อื่น

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างภูมิคุ้มกันจำเพาะต่อโรคผ่านการได้รับวัคซีนตามกำหนด

  • วัคซีนอีสุกอีใส (Varicella Vaccine): แนะนำให้ฉีดเข็มแรกเมื่อเด็กอายุ 1 ถึง 2 ปี และฉีดกระตุ้นเข็มที่สองเมื่ออายุ 4 ถึง 6 ปี หรือตามคำแนะนำของกุมารแพทย์
  • วัคซีนหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR Vaccine): เป็นวัคซีนพื้นฐานตามแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข โดยเข็มแรกฉีดตอนอายุ 9 ถึง 12 เดือน และเข็มที่สองตอนอายุ 2 ปีครึ่ง
  • สุขอนามัยส่วนบุคคล: สอนให้เด็กๆ ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดหรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม และผ้าเช็ดหน้า
ข้อควรระวังทางการแพทย์: เด็กที่ป่วยเป็นโรคอีสุกอีใสหรือหัดเยอรมัน ควรหยุดเรียนและแยกตัวจากผู้อื่นอย่างน้อย 5 ถึง 7 วัน หรือจนกว่าผื่นและตุ่มน้ำจะแห้งสนิทกลายเป็นสะเก็ดทั้งหมด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในโรงเรียน

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

แนวทางปฏิบัติทันทีเมื่อพบว่าลูกมีไข้สูงและมีผื่นขึ้นหลังเปิดเทอม

  • แยกตัวเด็กทันที: แยกเด็กออกจากพี่น้องหรือบุคคลอื่นในบ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • สังเกตลักษณะผื่นและไข้: บันทึกอุณหภูมิร่างกายและลักษณะของผื่นเพื่อแจ้งข้อมูลแก่แพทย์
  • ดูแลลดไข้เบื้องต้น: ใช้ยาพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวและเช็ดตัวลดไข้
  • ป้องกันการเกา: ตัดเล็บเด็กให้สั้น ทาคาลาไมน์โลชั่นเพื่อบรรเทาอาการคัน
  • พบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ: พาไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจยืนยันโรคและรับคำแนะนำในการดูแลรักษาที่ถูกต้อง
  • งดไปโรงเรียน: ให้เด็กพักผ่อนจนกว่าจะหายเป็นปกติและพ้นระยะแพร่เชื้อ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down