ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความน่ากลัวของภาวะช็อกจากการติดเชื้อในทารก

ในฐานะกุมารแพทย์ผู้ดูแลทารกและเด็กเล็กมาเป็นเวลานาน หนึ่งในภาวะวิกฤตที่น่ากลัวและต้องอาศัยการวินิจฉัยที่รวดเร็วที่สุดคือ ภาวะช็อกจากการติดเชื้อในทารก (Neonatal Sepsis and Septic Shock) โรคนี้ไม่ใช่แค่ไข้ธรรมดา แต่เป็นภาวะที่ร่างกายของทารกตอบสนองต่อการติดเชื้ออย่างรุนแรง จนระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ความดันโลหิตตกอย่างรวดเร็ว และอวัยวะสำคัญภายในร่างกายล้มเหลวทีละระบบ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกแรกเกิดและทารกอายุน้อยกว่าสามเดือนยังพัฒนาไม่เต็มที่ เชื้อโรคจึงสามารถลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง สถิติทางการแพทย์ระบุว่าอัตราการเสียชีวิตในทารกที่มีภาวะช็อกจากการติดเชื้อนั้นสูงมากหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีภายในนาทีชีวิต ดังนั้น การสังเกตอาการผิดปกติขั้นต้นจึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการช่วยชีวิตลูกน้อย

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคในทารกแรกเกิด

การติดเชื้อที่นำไปสู่ภาวะช็อกในทารก สามารถแบ่งออกตามช่วงเวลาของการติดเชื้อได้เป็นสองกลุ่มหลัก ได้แก่ การติดเชื้อในระยะแรกเกิด (Early-onset sepsis) ซึ่งมักได้รับเชื้อมาจากมารดาขณะตั้งครรภ์หรือระหว่างการคลอด เช่น เชื้อแบคทีเรียกลุ่มบีสเตรปโตคอคคัส (Group B Streptococcus) หรือเชื้ออีโคไล (Escherichia coli) ที่อยู่ในช่องคลอดของมารดา และการติดเชื้อในระยะหลังคลอด (Late-onset sepsis) ซึ่งทารกได้รับเชื้อจากสิ่งแวดล้อมภายนอก โรงพยาบาล หรือผู้เลี้ยงดู เช่น เชื้อแบคทีเรียสแตฟิโลคอคคัสออเรียส (Staphylococcus aureus) หรือเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ

เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ทารกจะปล่อยสารสื่ออักเสบจำนวนมากออกมาสู่กระแสเลือด สารเหล่านี้ทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายขยายตัวและเกิดการรั่วของพลาสมา ส่งผลให้ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญลดลง หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชย หากกระบวนการนี้ดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับสารน้ำและยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสม เซลล์ต่างๆ จะเริ่มขาดออกซิเจน เกิดภาวะกรดในเลือด และนำไปสู่ความล้มเหลวของอวัยวะหลายระบบในที่สุด

อาการและสัญญาณอันตราย Red Flags ที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด

ทารกยังไม่สามารถบอกความรู้สึกเจ็บป่วยได้ พ่อแม่จึงต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด อาการเตือนภัยหรือ Red Flags ของภาวะช็อกจากการติดเชื้อในทารกมีความจำเพาะเจาะจงที่แตกต่างจากเด็กโต

  • ความผิดปกติของอุณหภูมิร่างกาย: ทารกอาจมีไข้สูงเกินสามสิบแปดองศาเซลเซียส หรือในทางตรงกันข้าม ทารกกลุ่มเสี่ยงหรือเด็กอายุน้อยมากๆ อาจมีภาวะตัวเย็นเฉียบ (Hypothermia) ซึ่งอันตรายไม่แพ้กัน
  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด: ปลุกตื่นยาก ไม่สบตา ไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า หรือร้องกวนด้วยเสียงแหลมผิดปกติแบบไม่มีสาเหตุ
  • ปฏิเสธการดูดนม: ทารกดูดนมน้อยลงอย่างกะทันหัน หรือไม่ยอมดูดนมเลยติดต่อกันหลายมื้อ
  • หายใจผิดปกติ: หายใจหอบเร็วกว่าห้าสิบครั้งต่อนาที หายใจมีเสียงครืดคราด ปีกจมูกบานเวลาหายใจ หรือมีลักษณะหายใจแรงจนอกบุ๋ม ท้องบุ๋ม
  • สีผิวผิดปกติ: ผิวซีดเซียว มีลายหินอ่อนตามตัว ริมฝีปากหรือปลายนิ้วมือเท้าเขียวคล้ำจากภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ
  • ปัสสาวะลดลงอย่างมาก: สังเกตจากผ้าอ้อมแห้งสนิทติดต่อกันเกินหกถึงแปดชั่วโมง ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะขาดน้ำรุนแรงและความดันโลหิตที่เริ่มตก
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบว่าทารกอายุต่ำกว่าสามเดือนมีไข้สูงร่วมกับอาการซึม ไม่ยอมดูดนม ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ถือเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที เพราะเชื้อโรคในทารกกลุ่มนี้สามารถกระจายเข้าสู่เยื่อหุ้มสมองหรือกระแสเลือดได้ในเวลาอันรวดเร็ว

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อทารกถูกนำส่งห้องฉุกเฉิน แพทย์และกุมารแพทย์เฉพาะทางโรคติดเชื้อจะดำเนินการประเมินอาการอย่างเร่งด่วน การตรวจวินิจฉัยในภาวะช็อกจากการติดเชื้อมีความละเอียดสูงเพื่อค้นหาแหล่งที่มาของเชื้อโรค

  • การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด: แพทย์จะประเมินการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต การหายใจ ระดับความรู้สึกตัว และสัญญาณชีพทุกมิติ
  • การเจาะเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติการ: ประกอบด้วยการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count) เพื่อดูปริมาณเม็ดเลือดขาวที่อาจสูงหรือต่ำผิดปกติ การตรวจหาค่าสารบ่งชี้การอักเสบในเลือด (C-Reactive Protein และ Procalcitonin) และการเพาะเชื้อในกระแสเลือด (Blood Culture)
  • การเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture): ในกรณีที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง
  • การตรวจทางรังสีวิทยา: เช่น การเอกซเรย์ปอดเพื่อค้นหาภาวะปอดอักเสบหรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาภาวะช็อกจากการติดเชื้อในทารกต้องกระทำในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) หรือหอผู้ป่วยวิกฤตเด็ก (PICU) ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

  • การกู้ชีพและการให้สารน้ำ: แพทย์จะทำการเปิดเส้นเลือดดำเพื่อให้น้ำเกลือในปริมาณที่เหมาะสมอย่างเร่งด่วนเพื่อเพิ่มปริมาตรเลือดในระบบไหลเวียน และอาจพิจารณาให้ยาเพิ่มความดันโลหิต (Vasopressors) หากความดันโลหิตไม่ตอบสนองต่อน้ำเกลือ
  • การให้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ: แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะครอบคลุมเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดทันทีหลังจากการเจาะเลือดเพาะเชื้อ โดยไม่ต้องรอผลเพาะเชื้อโตรวม เพื่อยับยั้งการลุกลามของเชื้อโรค
  • การสนับสนุนระบบหายใจ: หากทารกมีภาวะหายใจล้มเหลว แพทย์จะพิจารณาใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อประคับประคองการทำงานของปอดและลดการใช้ออกซิเจนของร่างกาย
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในระหว่างที่ทารกกำลังรับการรักษาในโรงพยาบาล สิ่งสำคัญคือการสื่อสารอย่างใกล้ชิดระหว่างแพทย์ผู้รักษากับครอบครัว และงดการให้ยาหรือสมุนไพรใดๆ นอกเหนือจากคำสั่งแพทย์โดยเด็ดขาด เนื่องจากตับและไตของทารกยังทำงานได้ไม่เต็มที่

สิ่งสำคัญและข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแลทารกป่วย

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทารก มีข้อควรระวังทางการแพทย์ที่พ่อแม่และผู้ดูแลต้องยึดถืออย่างเคร่งครัด

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้ทารกรับประทานเอง: การใช้ยาไม่ตรงกับชนิดของเชื้อโรคจะทำให้เชื้อดื้อยาและทำลายระบบทางเดินอาหารของทารก
  • ห้ามใช้ยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟนในทารก: ยาเหล่านี้อาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรย์ซินโดรม (Reye's syndrome)
  • การลดไข้ที่ถูกต้อง: หากทารกมีไข้ ควรเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นสะอาดตามคำแนะนำของแพทย์ และใช้ยาพาราเซตามอลตามขนาดน้ำหนักตัวที่แพทย์กำหนดเท่านั้น (โดยปกติคือสิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมง เมื่อมีไข้)

วิธีป้องกันและการสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อตั้งแต่ต้นทางเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงของภาวะช็อกในทารก

  • การฝากครรภ์และตรวจคัดกรอง: หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับการฝากครรภ์สม่ำเสมอ และรับการตรวจคัดกรองเชื้อแบคทีเรียกลุ่มบีสเตรปโตคอคคัสในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ เพื่อรับยาปฏิชีวนะป้องกันขณะคลอด
  • การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: นมแม่มีสารภูมิคุ้มกันและสารอาหารชีวภาพมากมายที่ช่วยปกป้องทารกจากการติดเชื้อทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ
  • การสร้างสุขอนามัยที่ดีของผู้ใกล้ชิด: ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ก่อนสัมผัสทารก หลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อ และงดให้ผู้มีอาการป่วยมาใกล้ชิดทารก
  • การรับวัคซีนตามกำหนด: พาบุตรหลานมารับวัคซีนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคตามตารางกระทรวงสาธารณสุขและวัคซีนเสริมตามคำแนะนำของกุมารแพทย์อย่างเคร่งครัด

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับพ่อแม่

ภาวะช็อกจากการติดเชื้อในทารกเป็นภัยเงียบที่รวดเร็วและรุนแรง การตระหนักรู้และการสังเกตอาการผิดปกติคือเกราะคุ้มครองที่ดีที่สุด

  • สังเกตสัญญาณเตือน: ไข้สูงหรือตัวเย็น ซึมลง ไม่ดูดนม หายใจหอบเหนื่อย หรือปัสสาวะน้อยลง
  • หากพบอาการผิดปกติเหล่านี้ในทารก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่าสามเดือน ห้ามรอสังเกตอาการที่บ้านเด็ดขาด
  • รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลที่มีกุมารแพทย์และห้องฉุกเฉินเด็กทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็วที่สุดในนาทีชีวิต
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down