ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกบิดข้อมือแล้วมีเสียงดังแก็ะๆ เกิดจากอะไร คลายข้อสงสัยที่คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวล

อาการที่ลูกน้อยขยับมือหรือบิดข้อมือแล้วมีเสียงดังแก็ะๆ หรือเสียงก๊อบแกร๊บ เป็นอาการที่พบได้บ่อยและมักทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความกังวลใจ ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อในเด็ก ขออธิบายว่าเสียงที่เกิดขึ้นนี้ในเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด แต่อาจเป็นสัญญาณจากโครงสร้างร่างกายที่กำลังเจริญเติบโต หรืออาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของเส้นเอ็นและข้อต่อที่ต้องได้รับการสังเกตอย่างใกล้ชิด บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุ กลไกการเกิดโรค อาการเตือนที่ต้องระวัง และแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

สาเหตุและกลไกการเกิดเสียงดังที่ข้อมือในเด็ก

เสียงที่เกิดขึ้นบริเวณข้อต่อและข้อมือของเด็ก สามารถแบ่งออกเป็นสาเหตุหลักๆ ดังนี้:

  • การสะสมของฟองอากาศในน้ำหล่อเลี้ยงข้อต่อ (Cavitating Synovial Fluid): ภายในข้อต่อของมนุษย์จะมีของเหลวทำหน้าที่หล่อลื่นและลดแรงกระแทก เมื่อเด็กขยับข้อต่ออย่างรวดเร็ว แรงดันภายในข้อจะลดลงกะทันหัน ทำให้เกิดฟองอากาศแตกตัวและส่งเสียงดังแก็ะ ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติที่ไม่เป็นอันตราย
  • การเสียดสีของเอ็นกับปุ่มกระดูก (Tendon Slippage): ในเด็กบางคน เส้นเอ็นที่ทำหน้าที่งอหรือเหยียดนิ้วและข้อมือ อาจมีการเคลื่อนตัวผ่านปุ่มกระดูกที่มีขนาดเล็ก ทำให้เกิดเสียงดีดหรือเสียงดังขึ้นได้
  • ความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อและข้อต่อ (Joint Laxity): เด็กมีความยืดหยุ่นของเอ็นและข้อต่อมากกว่าผู้ใหญ่ ทำให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้มากกว่าปกติและเกิดเสียงได้ง่าย
  • ภาวะนิ้วล็อกในเด็ก (Pediatric Trigger Finger): เกิดจากปลอกหุ้มเอ็นหนาตัวขึ้น ทำให้เส้นเอ็นเคลื่อนผ่านได้ไม่สะดวก มักพบได้บ่อยในนิ้วโป้ง แต่ก็อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวบริเวณข้อมือและฝ่ามือได้เช่นกัน

อาการร่วมและสัญญาณเตือนที่ต้องเฝ้าระวัง

แม้ว่าเสียงแก็ะๆ ที่ข้อมือส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการร่วมอื่นๆ ที่อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติที่ต้องพบแพทย์:

  • มีอาการเจ็บปวด บวม หรือแดงบริเวณข้อมือและข้อต่อ
  • ข้อต่อติด ขยับมือได้ไม่สุด หรือเหยียดนิ้วไม่ออก
  • เด็กแสดงอาการงอแงเมื่อมีการสัมผัสหรือใช้งานมือข้างนั้น
  • มีประวัติอุบัติเหตุ การกระแทก หรือการบาดเจ็บมาก่อน
  • ข้อมือผิดรูป หรือมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขนและมือ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามทำการดัด ดึง หรือนวดข้อมือของเด็กด้วยความรุนแรง หรือพยายามบิดข้อต่อเพื่อให้เกิดเสียง เพราะอาจทำให้เส้นเอ็นอักเสบ กล้ามเนื้อฉีกขาด หรือส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของกระดูกและแผ่นประทะการเจริญเติบโต (Growth Plate) ได้

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

หากคุณพ่อคุณแม่พาเด็กมาพบแพทย์เนื่องจากมีเสียงดังที่ข้อมือร่วมกับอาการผิดปกติ แพทย์จะมีขั้นตอนการวินิจฉัยดังนี้:

  • การซักประวัติ: แพทย์จะสอบถามระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ เสียงดังเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน มีอาการเจ็บปวดร่วมด้วยหรือไม่ และมีประวัติอุบัติเหตุหรือไม่
  • การตรวจร่างกาย: แพทย์จะทำการคลำ ตรวจสอบช่วงการเคลื่อนไหวของข้อมือและนิ้ว ตรวจความตึงตัวของเส้นเอ็น และประเมินความเจ็บปวด
  • การตรวจทางรังสีวิทยา (X-ray): หากสงสัยว่ามีความผิดปกติของกระดูก โครงสร้างข้อต่อ หรือมีประวัติอุบัติเหตุ แพทย์อาจพิจารณาเอกซเรย์เพื่อดูความสมบูรณ์ของกระดูก
  • การตรวจอัลตราซาวนด์ (Ultrasound): ในบางกรณีที่ต้องการดูการทำงานของเส้นเอ็นและเนื้อเยื่อรอบข้อต่ออย่างละเอียด

วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง

การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ โดยแบ่งออกเป็นแนวทางดังนี้:

  • การสังเกตอาการและการพักการใช้งาน (Observation and Rest): หากเด็กไม่มีอาการเจ็บปวดและยังใช้งานมือได้ปกติ แพทย์อาจแนะนำให้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อมือหนักๆ
  • การทำกายภาพบำบัด (Physical Therapy): สำหรับเด็กที่มีอาการตึงของเส้นเอ็น แพทย์อาจแนะนำท่าบริหารยืดเหยียดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่เหมาะสม
  • การใช้เฝือกอ่อนดาม (Splinting): ในกรณีที่จำเป็น เพื่อช่วยลดการเคลื่อนไหวและให้เส้นเอ็นได้พักฟื้น
  • การรักษาทางศัลยกรรม (Surgical Treatment): ในกรณีที่เป็นภาวะนิ้วล็อกหรือมีความผิดปกติของเส้นเอ็นที่ไม่ดีขึ้นด้วยการรักษาเบื้องต้น แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้ออาจพิจารณาการผ่าตัดเล็กเพื่อคลายเส้นเอ็น
คำแนะนำจากคุณหมอ: คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้เด็กได้รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีอย่างเพียงพอ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและข้อต่อ พร้อมทั้งสนับสนุนให้เด็กได้ออกกำลังกายและเคลื่อนไหวร่างกายตามวัยอย่างเหมาะสม

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรทำอย่างเด็ดขาดเมื่อพบว่าลูกมีเสียงดังที่ข้อมือ ได้แก่:

  • ห้ามซื้อยาทานแก้ปวดหรือยาทาภายนอกให้เด็กใช้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • ห้ามทำการดัดข้อต่อของเด็กให้มีเสียงดังเลียนแบบผู้ใหญ่
  • ห้ามเพิกเฉยหากเด็กเริ่มมีอาการบวมแดงหรือร้องเจ็บปวดร่วมด้วย

การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพกระดูกและข้อในเด็ก

การดูแลสุขภาพกระดูกและข้อของเด็กให้แข็งแรงเติบโตสมวัยสามารถทำได้โดย:

  • สนับสนุนให้เด็กดื่มนมและรับประทานอาหารครบห หมู่ที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เช่น ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว และไข่
  • ให้เด็กได้รับแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อช่วยในการสังเคราะห์วิตามินดี
  • ส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรมกลางแจ้งและการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับช่วงวัย
สรุปคำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่: หากลูกบิดข้อมือแล้วมีเสียงดังแก็ะๆ แต่ไม่มีอาการเจ็บปวด ขยับมือได้ปกติ สามารถเฝ้าสังเกตอาการได้ แต่หากมีอาการปวด บวม แดง หรือขยับข้อไม่ได้ ควรรีบพากย์พบกุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อในเด็กเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down