ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อันตรายใกล้ตัวจากเมนูยอดฮิต กุ้งดองกิมจิและยำกุ้งดิบ

กระแสความนิยมในการรับประทานอาหารดิบ หรืออาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ เช่น กุ้งดองซีอิ๊วเกาหลี กุ้งดองกิมจิ ยำกุ้งดิบ หรืออาหารทะเลสดๆ ที่ผ่านกระบวนการหมักดองเพียงแค่เกลือ น้ำปลา หรือน้ำมะนาว ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงาน แม้ว่าอาหารเหล่านี้จะมีรสชาติที่ถูกปากและหน้าตาน่ารับประทาน แต่ในมุมมองทางการแพทย์แล้ว อาหารดิบเหล่านี้คือแหล่งสะสมชั้นดีของเชื้อโรค ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และพยาธิ ซึ่งไม่สามารถถูกกำจัดได้ด้วยความเย็นจากการแช่แข็ง หรือความเปรี้ยวของน้ำมะนาวและน้ำยำ การบริโภคเมนูเหล่านี้จึงนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรง โดยเฉพาะโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่อาจลุกลามจนถึงขั้นเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคตับแข็ง โรคเบาหวาน โรคไต หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เนื่องจากหากได้รับเชื้อโรคเหล่านี้เข้าไป ร่างกายอาจไม่สามารถต่อสู้กับการติดเชื้อได้ดีเท่าที่ควร จนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ในเวลาอันสั้น

เชื้อโรคตัวร้ายในกุ้งดิบ สาเหตุของโรคไข้หูดับและแบคทีเรียกินเนื้อคน

การรับประทานอาหารทะเลดิบโดยเฉพาะกุ้งดิบ หรือการปนเปื้อนของเชื้อโรคจากกระบวนการเตรียมอาหารที่ไม่สะอาด อาจนำไปสู่การได้รับเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายร้ายแรงหลายชนิด ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้มีกลไกการก่อโรคที่รวดเร็วและรุนแรง ดังนี้

  • เชื้อสเตรปโตคอกซิส ซูอิส (Streptococcus suis) หรือโรคไข้หูดับ: แม้ว่าเชื้อชนิดนี้มักพบได้บ่อยในเนื้อหมูและเลือดหมูสด แต่ในกระบวนการเตรียมอาหารตามร้านอาหารทั่วไป มักมีการใช้เขียงหรือมีดร่วมกันระหว่างการเตรียมเนื้อสัตว์และอาหารทะเล ทำให้เกิดการปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) ได้ง่าย หากรับประทานเข้าไป เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ การติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง และสูญเสียการได้ยิน (หูดับ) ถาวร
  • เชื้อวิบริโอ (Vibrio species) เช่น วิบริโอ วัลนิฟิซิส (Vibrio vulnificus): แบคทีเรียชนิดนี้มักอาศัยอยู่ในน้ำเค็มและปะปนมากับอาหารทะเลดิบ เมื่อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการรับประทานอาหาร หรือผ่านทางบาดแผลที่ผิวหนัง เชื้อจะปล่อยสารพิษที่ทำลายเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว จนได้ฉายาว่าแบคทีเรียกินเนื้อคน (Necrotizing fasciitis) ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเน่าตายอย่างรวดเร็วและจำเป็นต้องตัดอวัยวะทิ้ง
  • เชื้อวิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส (Vibrio parahaemolyticus): สาเหตุหลักของโรคอาหารเป็นพิษจากการกินอาหารทะเลดิบ ทำให้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และมีไข้สูง
  • เชื้อแบคทีเรียอื่นๆ เช่น ซาลโมเนลลา (Salmonella) และอีโคไล (Escherichia coli): ที่มักปนเปื้อนมากับวัตถุดิบที่ไม่สะอาดและกระบวนการทำความสะอาดที่ไม่ถูกสุขลักษณะ

อาการเตือนและลำดับความรุนแรงของโรคจากการกินของดิบ

เมื่อรับประทานอาหารดิบที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรค ระยะเวลาในการแสดงอาการอาจแตกต่างกันไปตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงจนถึงหลายวัน ขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดของเชื้อโรค โดยลำดับอาการมักเริ่มต้นจากอาการทางระบบทางเดินอาหาร และอาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด ดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น (ภายในสิบสองถึงสี่สิบแปดชั่วโมงแรก): เริ่มมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องอย่างรุนแรง ถ่ายอุจจาระเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำ มีไข้สูงหนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัวคล้ายไข้หวัดใหญ่
  • ระยะลุกลาม: หากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด จะเริ่มมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง คอแข็ง (สัญญาณของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ) มีจุดเลือดออกหรือผื่นแดงกระจายตามผิวหนัง หากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อคน จะพบอาการปวดบวมแดงร้อนบริเวณผิวหนังอย่างรวดเร็ว และผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีคล้ำหรือเกิดตุ่มน้ำพอง
  • ระยะวิกฤต: ความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบเหนื่อย ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่ 1 ออกเลย ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของภาวะช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Septic shock)
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับแข็ง หากได้รับเชื้อวิบริโอ วัลนิฟิซิส เข้าไป เชื้อจะลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และมีอัตราการเสียชีวิตสูงมากหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

สัญญาณอันตรายระดับวิกฤตที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากคุณหรือคนในครอบครัวมีประวัติการรับประทานกุ้งดองกิมจิ ยำกุ้งดิบ หรืออาหารทะเลดิบ แล้วพบอาการเหล่านี้ ควรรีบเดินทางไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลทันที ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด:

  • มีไข้สูงมากหนาวสั่น ร่วมกับอาการปวดศีรษะรุนแรงและคอแข็ง
  • มีผื่นจ้ำเลือด แผลพอง หรือเนื้อเยื่อบริเวณผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ บวมแดงลามอย่างรวดเร็ว
  • มีอาการซึมลง สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง หรือหมดสติ
  • หายใจหอบถี่ หายใจลำบาก หรือรู้สึกแน่นหน้าอก
  • ความดันโลหิตต่ำ เวียนศีรษะหน้ามืดเมื่อลุกยืน มือเท้าเย็น ปัสสาวะไม่ออก

วิธีตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อจากอาหารดิบ

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการสงสัยการติดเชื้อจากการรับประทานอาหารดิบ แพทย์จะมีแนว 1 ทางการตรวจวินิจฉัยที่ละเอียดเพื่อให้ทราบถึงชนิดของเชื้อโรคและให้การรักษาได้อย่างแม่นยำ ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามประวัติการรับประทานอาหารดิบ อาหารทะเล กุ้งดอง หรือประวัติการสัมผัสสัตว์และเนื้อสัตว์สดในช่วงสามถึงเจ็ดวันที่ผ่านมา
  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ: เพื่อดูระดับเม็ดเลือดขาวที่สูงขึ้น บ่งบอกถึงภาวะการติดเชื้อ ตรวจหาค่าการอักเสบในร่างกาย รวมถึงการเจาะเลือดเพื่อเพาะเชื้อ (Blood culture) ในกรณีที่สงสัยว่าเชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว
  • การตรวจอุจจาระ: สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสีย เพื่อหาเชื้อแบคทีเรีย พยาธิ หรือสารพิษในระบบทางเดินอาหาร
  • การตรวจทางจุลชีววิทยาของแผลหรือเนื้อเยื่อ: หากมีแผลบวมแดงหรือมีตุ่มน้ำพอง แพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างหนองหรือเนื้อเยื่อไปตรวจย้อมสีและเพาะเชื้อเพื่อหาชนิดของแบคทีเรียที่แน่ชัด

วิธีการรักษาทางการแพทย์และการดูแลที่ถูกต้อง

การรักษาโรคติดเชื้อจากการรับประทานอาหารดิบที่มีอาการรุนแรง จำเป็นต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาล โดยมีแนวทางการรักษาหลัก ดังนี้

  • การให้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): แพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำที่มีความแรงและตรงกับชนิดของเชื้อโรคที่คาดว่าเป็นสาเหตุ โดยต้องให้ติดต่อกันเป็นระยะเวลาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • การรักษาภาวะช็อกและประคับประคองชีวิต: หากผู้ป่วยมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดและช็อก แพทย์จะต้องให้สารน้ำและเกลือแร่ปริมาณมากทางหลอดเลือดดำ รวมถึงยาเพิ่มความดันโลหิตเพื่อรักษาการทำงานของอวัยวะสำคัญ
  • การผ่าตัดระบายหนองและตัดเนื้อตาย: ในกรณีของการติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อคน ศัลยแพทย์อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อตัดเนื้อเยื่อที่ตายออกอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายลุกลามไปยังอวัยวะส่วนอื่น
  • การรักษาตามอาการ: เช่น การให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด การให้ออกซิเจนเสริม หรือการฟอกไตในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะไตวายเฉียบพลัน
คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อด้วยตนเองเมื่อมีอาการท้องเสียจากอาหารดิบ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะอาจทำให้เชื้อโรคดื้อยา และไม่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียรุนแรงบางชนิดได้ หากมีไข้สูงและปวดท้องรุนแรงควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที

วิธีป้องกันความเสี่ยงและการเลือกรับประทานอาหารที่ปลอดภัย

การป้องกันการติดเชื้อจากอาหารดิบที่ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยยึดหลักสุขอนามัยอาหารที่ปลอดภัย ดังนี้

  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่: เลือกรับประทานกุ้งและอาหารทะเลที่ผ่านความร้อนจนสุกทั่วถึง เนื้อกุ้งต้องเปลี่ยนเป็นสีขาวทึบและเนื้อแน่น ไม่มีความใสหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
  • หลีกเลี่ยงเมนูดองซีอิ๊วหรือดองกิมจิจากวัตถุดิบดิบ: เมนูกุ้งดองต่างๆ ที่ใช้กุ้งสดมาหมักในน้ำปลา ซีอิ๊ว หรือน้ำยำ โดยผ่านความเย็นเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคและพยาธิได้ ควรหลีกเลี่ยงหรือมั่นใจว่าวัตถุดิบผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนที่ได้มาตรฐาน
  • แยกระหว่างอาหารดิบและอาหารสุก: ในการทำอาหารที่บ้าน ควรแยกเขียง มีด และภาชนะสำหรับเตรียมเนื้อสัตว์ดิบและอาหารทะเลออกจากอาหารพร้อมทาน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามของเชื้อโรค
  • ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร และหลังสัมผัสเนื้อสัตว์ดิบหรืออาหารทะเลสด
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ความเชื่อที่ว่าการบีบมะนาวใส่กุ้งดิบ การแช่ในน้ำปลาเค็มจัด หรือการแช่แข็งในตู้เย็น สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและพยาธิได้นั้น เป็นความเชื่อที่คลาดเคลื่อนและอันตรายมาก เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียและพยาธิหลายชนิดมีความทนทานต่อกรดและความเค็มสูง และยังมีชีวิตอยู่ได้แม้จะผ่านความเย็นจัด

สรุปคำแนะนำสำหรับผู้บริโภคและผู้ดูแล

การรับประทานกุ้งดองกิมจิหรือยำกุ้งดิบอาจให้ความเพลิดเพลินด้านรสชาติ แต่อาจแลกมาด้วยความเสี่ยงต่อสุขภาพที่รุนแรงถึงชีวิตจากโรคไข้หูดับ แบคทีเรียกินเนื้อคน และการติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้บริโภคจึงควรตระหนักถึงความปลอดภัย เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกสะอาด และหากมีอาการผิดปกติหลังการทานอาหารดิบ เช่น ไข้สูง ปวดท้องรุนแรง มีผื่นแดงหรือแผลบวมลาม ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและทันเวลา

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down