ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อันตรายจากการรับประทานอาหารดิบและภัยเงียบจากเชื้อวิบริโอ

ในปัจจุบัน วัฒนธรรมการรับประทานอาหารดิบ อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ หรือเมนูยอดนิยมอย่างกุ้งดองซีอิ๊วแซลมอนดอง หรือเนื้อวัวย่างเกาหลีแบบแรร์ กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความอร่อยนี้มีความเสี่ยงด้านสุขภาพซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอาการเผลอกินกุ้งดิบ เนื้อดิบ ท้องเสียรุนแรง ไข้สูง ซึ่งมักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในกลุ่มวิบริโอ (Vibrio species) รวมถึงเชื้อโรคชนิดอื่นๆ ที่ปนเปื้อนมากับอาหารทะเลและเนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านความร้อนอย่างทั่วถึง โรคอาหารเป็นพิษจากการติดเชื้อเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลแค่ระบบทางเดินอาหารเท่านั้น แต่ในผู้ป่วยบางรายที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เชื้อโรคอาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคอาหารเป็นพิษจากเชื้อวิบริโอและอาหารดิบ

เชื้อแบคทีเรียในกลุ่มวิบริโอ (Vibrio) เป็นแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไปตามธรรมชาติในน้ำทะเลและกร่อย เชื้อชนิดที่พบบ่อยและก่อให้เกิดโรคในมนุษย์จากการกินอาหารทะเลดิบ ได้แก่ เชื้อวิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส (Vibrio parahaemolyticus) และเชื้อวิบริโอ วัลนิฟิคัส (Vibrio vulnificus) เมื่อรับประทานกุ้งดิบหรืออาหารทะเลดิบที่มีการปนเปื้อน เชื้อเหล่านี้จะเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารและสร้างสารพิษที่ทำลายเยื่อบุลำไส้ ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง นอกจากนี้ การรับประทานเนื้อสัตว์ดิบยังเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่น เช่น ซาลโมเนลลา (Salmonella), อีโคไล (Escherichia coli) หรือปรสิต ซึ่งกลไกการก่อโรคจะทำให้ลำไส้สูญเสียน้ำและเกลือแร่ปริมาณมาก ส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียอย่างเฉียบพลัน

คำแนะนำจากคุณหมอ: อาหารทะเลสดๆ ที่เก็บรักษาในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมจะเอื้อให้แบคทีเรียแบ่งตัวเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว แม้จะมีรสชาติอร่อยและสดใหม่เพียงใด แต่หากไม่ผ่านกระบวนการปรุงสุกด้วยความร้อนที่ทำลายเชื้อโรคได้ ความเสี่ยงในการเกิดโรคอาหารเป็นพิษและภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดก็ยังคงสูงมาก

อาการสำคัญและลำดับการดำเนินของโรค

หลังจากรับประทานอาหารปนเปื้อนเชื้อวิบริโอหรือเนื้อดิบ อาการมักจะเริ่มแสดงออกภายในระยะเวลาตั้งแต่สี่ชั่วโมงไปจนถึงสี่สิบแปดชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ได้รับและสภาพภูมิคุ้มกันของแต่ละบุคคล โดยสามารถแบ่งลำดับอาการออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มแรก: มีอาการปวดมวนท้องอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน และเริ่มมีถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำหลายครั้ง
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด: ท้องเสียรุนแรง ถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก มีไข้สูงหนาวสั่น อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด ปวดเมื่อยตามตัว และอาจมีอาการปวดเกร็งช่องท้องร่วมด้วย
  • ระยะฟื้นตัว: หากระบบภูมิคุ้มกันร่างกายจัดการเชื้อโรคได้ และได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาการถ่ายเหลวจะค่อยๆ ลดลงภายในสามถึงห้าวัน แต่ร่างกายยังคงต้องการการฟื้นฟูเกลือแร่และพลังงาน

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้โรคอาหารเป็นพิษทั่วไปบางรายอาจหายได้เอง แต่การติดเชื้อจากกุ้งดิบหรือเนื้อดิบมีความรุนแรงสูง หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

  • ไข้สูงเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส และไข้ไม่ลดลงหลังจากรับประทานยาลดไข้
  • มีอาการปวดท้องรุนแรงมากจนไม่สามารถทนได้ หรือกดเจ็บหน้าท้องเฉพาะที่
  • อาเจียนหรือถ่ายอุจจาระออกมาเป็นเลือดสด หรือมีมูกเลือดปน
  • มีสัญญาณของภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปัสสาวะไม่ออกหรือมีสีเข้มจัด ปากแห้ง ตาโหล วิงเวียนศีรษะเวลาลุกยืน
  • ซึมลง สับสน ไม่ตอบสนอง หรือมีความดันโลหิตต่ำ
  • มีแผลพุพองลุกลามที่ผิวหนังร่วมด้วย (กรณีติดเชื้อวิบริโอ วัลนิฟิคัสผ่านทางบาดแผลหรือการกิน)
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ในกลุ่มผู้ป่วยเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคตับแข็ง โรคไต เบาหวาน หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หากมีอาการท้องเสียรุนแรงและไข้สูงจากการกินของดิบ ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด เพราะอาจเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดและช็อกจนเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการท้องเสียรุนแรงและมีประวัติรับประทานอาหารดิบ แพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด โดยเฉพาะประวัติการรับประทานอาหารทะเลดิบหรือเนื้อดิบในช่วงยี่สิบสี่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงที่ผ่านมา
  • การตรวจร่างกายทั่วไป รวมถึงการประเมินระดับความรุนแรงของภาวะขาดน้ำและความดันโลหิต
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจอุจจาระ (Stool Examination and Culture) เพื่อหาเชื้อแบคทีเรีย พยาธิ หรือเม็ดเลือดขาวที่บ่งบอกถึงการอักเสบติดเชื้อ
  • การเจาะเลือดตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count) และประเมินการทำงานของไตและเกลือแร่ในเลือด ในกรณีที่มีอาการป่วยรุนแรงหรือสงสัยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

การปฐมพยาบาลและการรักษาจะเน้นการชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป รวมถึงการกำจัดเชื้อโรคตามดุลยพินิจของแพทย์

  • การให้น้ำเกลือแร่ (ORS): สำหรับผู้ป่วยที่ยังมีอาการอาเจียนไม่มาก ให้จิบสารละลายเกลือแร่ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ หากอาเจียนรุนแรงจนไม่สามารถดื่มน้ำได้ แพทย์พิจารณาให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ
  • การรับประทานอาหารอ่อน: เมื่ออาการคลื่นไส้ทุเลาลง ให้เริ่มรับประทานอาหารย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ซุปใส เลี่ยงอาหารไขมันสูง อาหารรสจัด นม และกากใยสูงชั่วคราว
  • การใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์: แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะเฉพาะในรายที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง ห้ามซื้อยาหยุดถ่าย (Anti-motility drugs) รับประทานเองโดยเด็ดขาดในกรณีที่สงสัยว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียหรือมีไข้สูง เพราะจะทำให้เชื้อโรคและสารพิษค้างอยู่ในร่างกายและอาการแย่ลง
  • การดูแลลดไข้: เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเพื่อลดความร้อนในร่างกาย และรับประทานยาพาราเซตามอลตามขนาอดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

การจัดการอาการป่วยจากการกินอาหารดิบต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง มีข้อปฏิบัติที่ต้องยึดถืออย่างเคร่งครัด

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรับประทานเอง เพราะการใช้ยาผิดกลุ่มหรือใช้ไม่ครบโดสจะทำให้เชื้อดื้อยาและเป็นอันตราย
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพรินในเด็กเพื่อลดไข้ เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye syndrome) ซึ่งส่งผลกระทบต่อตับและสมองอย่างรุนแรง
  • ห้ามฝืนรับประทานอาหารหรือนมวัวในขณะที่ยังมีอาการอาเจียนรุนแรง

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อจากอาหารดิบที่ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค

  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อนสูงอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอาหารทะเลและเนื้อสัตว์
  • แยกอุปกรณ์ในการเตรียมอาหาร เช่น เขียงและมีด สำหรับอาหารสุกและอาหารดิบออกจากกันอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  • เลือกซื้อวัตถุดิบจากแหล่งที่สดสะอาดและมีความน่าเชื่อถือ
สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแล: หากเผลอกินกุ้งดิบหรือเนื้อดิบแล้วมีอาการถ่ายเหลวและไข้สูง ให้เริ่มจิบเกลือแร่ ORS สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด งดอาหารรสจัด และรีบไปพบแพทย์ทันทีหากมีสัญญาณเตือนอันตราย เช่น ไข้สูงมาก อาเจียนไม่หยุด หรืออ่อนเพลียซึมลง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down