ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อันตรายจากการถูกกัดที่ใบหน้าและจุดเสี่ยง ทำไมถึงรอนานไม่ได้

อุบัติเหตุจากการถูกสัตว์กัดหรือแม้กระทั่งถูกมนุษย์กัด เป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นได้บ่อย แต่สิ่งที่ผู้ปกครองหรือผู้ประสบเหตุหลายท่านมักเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ การรอดูอาการก่อนไปโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบาดแผลนั้นเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า ศีรษะ ลำคอ มือ เท้า หรือจุดที่มีโครงสร้างสำคัญซับซ้อน การรอสังเกตอาการอาจสร้างความเสียหายที่ไม่สามารถย้อนคืนได้ ทั้งในแง่ของความพิการทางกายภาพ แผลเป็นที่ผิดรูปถาวร และการติดเชื้อลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ในฐานะแพทย์เฉพาะทาง สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ ร่างกายมนุษย์แต่ละส่วนมีความเปราะบางไม่เท่ากัน บริเวณใบหน้าและจุดเสี่ยงสูงจะมีเส้นประสาท เส้นเลือดแดงใหญ่ และอวัยวะรับความรู้สึกที่สำคัญจำนวนมาก การบาดเจ็บแม้เพียงเล็กน้อยจากเขี้ยวหรือฟัน จึงมีโอกาสสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างภายในเหล่านี้ได้ทันทีตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรกที่ถูกทำร้าย

กลไกการเกิดโรคและอันตรายซ่อนเร้นจากเชื้อโรคในช่องปาก

เมื่อเกิดรอยกัด แผลมักไม่ได้มีลักษณะเป็นรอยถลอกตื้นๆ ตามที่ตาเห็น แต่กลไกของเขี้ยวสัตว์หรือฟันมนุษย์จะทำหน้าที่เหมือนเข็มฉีดยาที่นำพาเชื้อโรคจำนวนมหาศาลจากในช่องปากและน้ำลาย เข้าสู่ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ หรือแม้แต่เยื่อหุ้มกระดูกในระดับที่ลึกเกินกว่าการล้างแผลภายนอกจะเข้าถึง

ชนิดของเชื้อโรคที่พบได้บ่อย

  • แบคทีเรียกลุ่มสเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) และสแตฟิโลคอคคัส (Staphylococcus): มักพบได้ทั่วไปตามผิวหนังและช่องปาก ทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อเป็นหนองอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • เชื้อพาสทูเรลลา (Pasteurella species): เป็นแบคทีเรียที่พบได้มากในช่องปากของสุนัขและแมว มีความรุนแรงสูงมาก ทำให้แผลบวมแดง ลุกลาม ปวดรุนแรง และเน่าตายได้อย่างรวดเร็ว
  • เชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า (Rabies virus): โรคติดต่อร้ายแรงถึงชีวิตที่หากแสดงอาการแล้วไม่สามารถรักษาให้หายได้ การรับวัคซีนป้องกันอย่างทันท่วงทีจึงเป็นหนทางเดียวในการรอดชีวิต
  • เชื้อบาดทะยัก (Tetanus): สปอร์ของเชื้อโรคนี้มักปะปนอยู่ในสิ่งแวดล้อมและสามารถเข้าสู่บาดแผลลึกได้ง่าย
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ช่องปากของมนุษย์และสัตว์เลี้ยงเต็มไปด้วยเชื้อโรคมากกว่าที่คิด การปล่อยให้แผลปิดปากเองโดยไม่ได้รับยาปฏิชีวนะและการทำความสะอาดแผลอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ จะทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว

ลักษณะอาการและลำดับความรุนแรงของแผลถูกกัด

อาการของผู้ป่วยที่ถูกกัดจะเริ่มแสดงออกตามระยะเวลาตั้งแต่หลักนาทีไปจนถึงหลายวัน ดังนี้

ระยะเริ่มต้น (ชั่วโมงแรกถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงแรก)

จะมีอาการปวด บวม แดง ร้อนบริเวณแผลอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเนื้อเยื่อถูกฉีกขาดและมีการตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม หากเป็นบริเวณใบหน้า อาการบวมจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากเนื่องจากเนื้อเยื่อใบหน้ามีความหย่อนและมีเส้นเลือดมาเลี้ยงจำนวนมาก

ระยะลุกลาม (วันที่สองถึงวันที่สาม)

หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม เชื้อแบคทีเรียจะแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นหนองใต้ผิวหนัง ผิวหนังรอบแผลเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำหรือดำ มีน้ำเหลืองปนเลือดไหลซึม ผู้ป่วยจะมีไข้หนาวสั่น อ่อนเพลีย และต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงโตและเจ็บ

สัญญาณอันตรายระดับวิกฤตที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากพบอาการเหล่านี้ร่วมกับการถูกกัดที่ใบหน้าหรือจุดเสี่ยง ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดและดูแลจากแพทย์เฉพาะทางทันที

  • แผลฉีกขาดลึก เห็นกระดูก เอ็น หรือกล้ามเนื้อ
  • มีเลือดไหลไม่หยุด หรือมีเลือดพุ่งออกจากบาดแผล
  • ใบหน้าชา ขยับกล้ามเนื้อใบหน้าไม่ได้ ตาปิดไม่ได้ หรืออ้าปากไม่ขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสียหายของเส้นประสาท
  • มีอาการบวมลามอย่างรวดเร็ว ผิวหนังเปลี่ยนสีเป็นเขียวคล้ำหรือดำ
  • มีไข้สูง หายใจหอบเหนื่อย เวียนศีรษะ หรือมีความดันโลหิตต่ำ ซึ่งเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์มาตรฐาน

เมื่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาล แพทย์จะดำเนินการประเมินและรักษาตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ดังนี้

  • การทำความสะอาดแผลเฉพาะทาง (Wound Debridement & Irrigation): แพทย์จะทำการฉีดยาชาและใช้น้ำเกลือปริมาณมากฉีดล้างลึกถึงก้นแผลเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและเนื้อเยื่อที่ตายออกให้หมด
  • การประเมินความเสียหายของโครงสร้างลึก: ในกรณีที่โดนกัดที่ใบหน้า ศีรษะ หรือมือ แพทย์อาจต้องปรึกษาแพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง (Plastic Surgeon) เพื่อทำการเย็บซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และผิวหนังอย่างประณีตเพื่อลดโอกาสเกิดแผลเป็นน่าเกลียด
  • การให้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): ผู้ป่วยแผลถูกกัดเกือบทุกราย โดยเฉพาะที่ใบหน้าและจุดเสี่ยง จะต้องได้รับยาปฏิชีวนะทั้งแบบรับประทานหรือฉีดเข้าเส้นเลือด เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างครอบคลุม
  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและบาดทะยัก: แพทย์จะพิจารณาประวัติการรับวัคซีนเดิมของผู้ป่วย และให้วัคซีนกระตุ้นหรืออิมมูโนโกลบูลิน (Rabies Immunoglobulin) ตามความเหมาะสมทันที
คำแนะนำจากคุณหมอ: การเย็บปิดแผลถูกกัดบริเวณใบหน้าต้องอาศัยเทคนิคพิเศษและความเชี่ยวชาญสูง ห้ามให้ผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญเย็บปิดแผลทันทีโดยไม่ล้างแผลและให้ยาฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง เพราะอาจกักเก็บเชื้อโรคไว้ภายในและทำให้ใบหน้าเน่าอักเสบหนักกว่าเดิม

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อถูกกัด

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ผิดวิธีอาจทำให้อาการแย่ลงได้:

  • ห้ามเย็บแผลเองหรือปล่อยทิ้งไว้โดยไม่พบแพทย์: การปล่อยให้แผลปิดเองโดยมีเชื้อโรคอยู่ภายในจะทำให้เกิดฝีหนองขนาดใหญ่
  • ห้ามใช้สมุนไพรพอกแผลเด็ดขาด: การนำสมุนไพร กากยา หรือสารเคมีใดๆ มาแปะทายาลงบนแผลเปิด จะเป็นการเพิ่มเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง
  • ห้ามบีบหรือเค้นแผลแรงๆ: เพื่อพยายามไล่เลือดออก เพราะจะทำให้เนื้อเยื่อรอบข้างช้ำมากขึ้น และช่วยให้เชื้อโรคกระจายตัวเข้าสู่เส้นเลือดฝอยได้ง่ายขึ้น

วิธีป้องกันและการดูแลตนเองระยะยาว

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สัตว์เลี้ยงที่ไม่คุ้นเคย สอนเด็กเล็กให้ระมัดระวังในการเล่นกับสัตว์ และไม่รบกวนสัตว์ขณะกำลังกินอาหารหรือนอนหลับ หากมีสัตว์เลี้ยงในบ้านควรพาไปรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าตามกำหนดสม่ำเสมอทุกปี

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

หากท่านหรือบุตรหลานถูกกัดที่ใบหน้าหรือจุดเสี่ยง ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนนี้ทันที

  • ล้างทำความสะอาดแผลเบื้องต้นด้วยน้ำสะอาดและสบู่เบาๆ เป็นเวลาสิบถึงสิบห้านาที
  • ใช้ผ้าสะอาดกดซับบริเวณที่มีเลือดออกเพื่อห้ามเลือด
  • รีบเดินทางไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอดูอาการหรือรอให้แผลอักเสบ
  • จดจำรายละเอียดของสัตว์ที่กัด (ชนิด ลักษณะ อาการของสัตว์ และประวัติการรับวัคซีน) เพื่อแจ้งแก่แพทย์ผู้รักษา
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down