ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกโดนหมาจรจัดกัด: วิกฤตฉุกเฉินที่พ่อแม่ต้องรับมือให้ถูกต้องทันที

เหตุการณ์เด็กถูกสุนัขจรจัดกัดหรือข่วนถือเป็นอุบัติเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่สร้างความตกใจและวิตกกังวลให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก เนื่องจากสุนัขจรจัดมักไม่มีประวัติการรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่แน่นอน และช่องปากของสุนัขเต็มไปด้วยเชื้อโรคแบคทีเรียหลากหลายชนิด การจัดการในนาทีทองหลังถูกกัดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อรุนแรงและการลุกลามของโรคอันตรายถึงชีวิต

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคจากแผลสุนัขกัด

เมื่อเด็กถูกสุนัขกัด กลไกการทำลายเนื้อเยื่อเกิดขึ้นจากแรงกดและเขี้ยวของสุนัขที่ทะลุผ่านผิวหนัง ทำให้เกิดแผลฉีกขาด แผลเจาะลึก หรือรอยช้ำภายใน เชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก ได้แก่ เชื้อแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไปในช่องปากของสุนัข เช่น พาสตูเรลลา (Pasteurella) สตาฟิโลคอกคัส (Staphylococcus) และสเตรปโตคอกคัส (Streptococcus) ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบ บวม แดง และเป็นหนองได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และกลุ่มที่น่ากลัวที่สุดคือเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า (Rabies virus) ซึ่งหากเข้าสู่ระบบประสาทและแสดงอาการแล้ว จะมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยเปอร์เซ็นต์

อาการและลำดับการดำเนินของโรคหลังถูกกัด

อาการหลังถูกสุนัขกัดสามารถแบ่งออกเป็นระยะตามเวลาที่ผ่านไป ดังนี้

  • ระยะเฉียบพลัน (ชั่วโมงแรกถึงสามวันแรก): เด็กจะมีอาการเจ็บปวดที่แผล มีเลือดออก บวม แดง และร้อนบริเวณรอบแผล หากมีการติดเชื้อแบคทีเรีย จะเริ่มมีน้ำเหลืองหรือหนองไหลออกจากแผลร่วมด้วย
  • ระยะติดเชื้อเฉพาะที่ (วันที่สามถึงเจ็ด): แผลเริ่มลุกลาม มีอาการปวดมากขึ้น ไข้ต่ำๆ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงโตและเจ็บ
  • ระยะฟักตัวของโรคพิษสุนัขบ้า (สัปดาห์ถึงหลายเดือน): ในช่วงแรกเด็กอาจไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แต่ไวรัสจะค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านเส้นประสาทเข้าสู่ไขสันหลังและสมอง ซึ่งระยะเวลาฟักตัวนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ถูกกัดและความลึกของแผล
ข้อควรระวังทางการแพทย์: แผลที่บริเวณใบหน้า ศีรษะ คอ หรือปลายนิ้วมือ ซึ่งมีเส้นประสาทและหลอดเลือดหนาแน่น จะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ระบบประสาทและกระแสเลือดได้เร็วกว่าบริเวณอื่น พ่อแม่จึงต้องสังเกตอาการและรีบพาไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วนที่สุด

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันทีหรือเข้าห้องฉุกเฉิน

หากเด็กมีอาการเหล่านี้หลังถูกสุนัขกัด ถือเป็น Red Flag ที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท ซึ่งต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอ:

  • มีไข้สูงหนาวสั่น หรือซึมลง ไม่ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม
  • แผลลุกลามอย่างรวดเร็ว มีรอยแดงขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ หรือมีอาการบวมตึงมาก
  • มีหนองไหลจากแผล มีกลิ่นเหม็น หรือเนื้อเยื่อรอบแผลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำหรือดำ
  • เด็กมีอาการกลัวน้ำ กลัวลม กระสับกระส่าย หงุดหงิดผิดปกติ หรือมีอาการชักเกร็ง
  • อาการปวดแผลทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้จะได้รับยาแก้ปวดแล้วก็ตาม

ขั้นตอนการปฐมพยาบาลฉุกเฉินที่บ้านอย่างถูกต้อง

ทันทีที่ลูกโดนหมาจรจัดกัด พ่อแม่ต้องตั้งสติและปฏิบัติขั้นตอนฉุกเฉินดังนี้เพื่อลดจำนวนเชื้อโรคในแผลให้ได้มากที่สุด:

  • ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที: เปิดน้ำก๊อกให้ไหลผ่านแรงพอประมาณ ชะล้างรอยกัดและบริเวณรอบแผลต่อเนื่องเป็นเวลาสิบถึงสิบห้านาที การใช้น้ำสะอาดล้างแผลช่วยลดปริมาณเชื้อไวรัสและแบคทีเรียลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • ทำAความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ: หลังจากล้างด้วยสบู่ ให้ทาแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดนไอโอดีน (Povidone-iodine) เพื่อทำลายเชื้อโรคที่ยังตกค้าง
  • ห้ามปิดแผลแน่นหนา: หลีกเลี่ยงการใช้พลาสเตอร์ทึบปิดแผลสนิททันที เว้นแต่แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและทำการเย็บหรือทำแผลให้ เนื่องจากแผลสุนัขกัดมักมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดไม่ใช้อากาศ
  • รีบพาไปสถานพยาบาล: นำเด็กส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินแผล ฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และวัคซีนบาดยักษ์ตามความเหมาะสม

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

เมื่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาล แพทย์จะดำเนินการประเมินอาการและรักษาตามขั้นตอนมาตรฐานดังนี้:

  • การประเมินและล้างแผลซ้ำ: แพทย์จะทำการตรวจความลึกของแผล ล้างแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อมาตรฐานทางการแพทย์ และอาจพิจารณาตัดแต่งเนื้อเยื่อที่ตายแล้วออก
  • การพิจารณาเย็บแผล: โดยทั่วไปแผลสุนัขกัดมักไม่เย็บปิดทันที ยกเว้นแผลที่ฉีกขาดมากบริเวณใบหน้าซึ่งต้องคำนึงถึงความสวยงามร่วมด้วย แต่แพทย์จะให้แผลเปิดระบายหนองเพื่อป้องกันการติดเชื้อลุกลาม
  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies Vaccine): เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับกรณีถูกหมาจรจัดกัด เนื่องจากไม่สามารถติดตามดูอาการสุนัขได้สิบวัน โดยแพทย์จะฉีดเข้าชั้นผิวหนังหรือกล้ามเนื้อตามกำหนดนัดหลายเข็ม
  • การให้เซรุ่มต้านโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies Immunoglobulin - RIG): ในกรณีที่แผลลึกหรือมีความเสี่ยงสูง แพทย์จะฉีดอิมมูโนโกลบูลินรอบแผลเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปทันที
  • การฉีดวัคซีนบาดยักษ์ (Tetanus Toxoid): ตรวจสอบประวัติการรับวัคซีนเดิมของเด็ก หากเกินกำหนดหรือประวัติไม่ชัดเจน จะได้รับการฉีดกระตุ้น
  • การให้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาฆ่าเชื้อรับประทานเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่มักเกิดขึ้นในแผลสัตว์กัด
คำแนะนำจากคุณหมอ: สิ่งสำคัญที่สุดหลังจากกลับบ้านคือการพาเด็กมารับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ครบตามกำหนดทุกนัดอย่างเคร่งครัด ห้ามขาดแม้แต่เข็มเดียว เนื่องจากโรคพิษสุนัขบ้าเมื่อแสดงอาการแล้วไม่สามารถรักษาให้หายได้

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในการดูแลแผลสุนัขกัด มีข้อห้ามสำคัญที่พ่อแม่ต้องระวังเพื่อไม่ให้อาการแย่ลง:

  • ห้ามใช้สมุนไพรพอกแผลเด็ดขาด: การนำยาสุนไพร ผงถ่าน หรือยาสบใดๆ มาโรยบนแผลสด จะเพิ่มความเสี่ยงสูงมากในการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรงและทำให้แผลเน่าเปื่อย
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง: การใช้ยาฆ่าเชื้อต้องอยู่ภายใต้คำสั่งแพทย์เท่านั้น เพื่อป้องกันการดื้อยาและเลือกใช้ยาให้ตรงกับเชื้อโรค
  • ห้ามละเลยการติดตามอาการสุนัข: หากเป็นสุนัขที่มีเจ้าของและสามารถกักขังดูอาการได้สิบวัน ต้องสังเกตว่าสุนัขตายหรือมีอาการผิดปกติทางประสาทหรือไม่ แต่สำหรับสุนัขจรจัดที่ไม่สามารถติดตามได้ ให้ถือว่ามีความเสี่ยงสูงสุดและต้องรับวัคซีนทันที

วิธีป้องกันการถูกสุนัขกัดและการเสริมสร้างความปลอดภัยให้เด็ก

การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนเป็นสิ่งที่ดีที่สุด พ่อแม่ควรปลูกฝังพฤติกรรมความปลอดภัยให้แก่เด็ก ดังนี้:

  • สอนให้เด็กหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สุนัขจรจัด สุนัขที่กำลังกินอาหาร กำลังนอนหลับ หรือสุนัขที่กำลังดูแลลูกอ่อน
  • ห้ามเด็กยื่นมือไปแหย่ ลูบหัว หรือดึงหางสุนัขแปลกหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีผู้ใหญ่ดูแลใกล้ชิด
  • แนะนำวิธีปฏิบัติตัวเมื่อเจอสุนัขดุร้ายเข้าประชิด: ห้ามวิ่งหนีเด็ดขาดเพราะจะกระตุ้นสัญชาตญาณการไล่ล่าของสุนัข ให้ยืนนิ่งๆ เก็บมือแนบลำตัว หลีกเลี่ยงการสบตาตรงๆ และค่อยๆ ถอยหลังออกมาอย่างช้าๆ
  • สนับสนุนให้ชุมชนมีการจัดการสุนัขจรจัดอย่างเหมาะสม เช่น การทำหมันและการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าประจำปี
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ความปลอดภัยของลูกน้อยเริ่มต้นจากการรู้เท่าทันอันตราย หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด การล้างแผลทันทีด้วยน้ำและสบู่พร้อมกับการนำส่งแพทย์เพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและบาดยักษ์อย่างครบถ้วน คือเกราะป้องกันชีวิตที่ดีที่สุดที่พ่อแม่สามารถมอบให้ได้
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down