ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องโรคไวรัสตับอักเสบเอในผู้ใหญ่และภาพรวมของโรค

โรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) เป็นการติดเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดการอักเสบของตับ ซึ่งติดต่อผ่านทางการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนเชื้ออุจจาระของผู้ติดเชื้อ แม้ว่าในอดีตโรคนี้มักพบได้บ่อยในเด็กและมักแสดงอาการไม่รุนแรง แต่ในปัจจุบันด้วยระบบสุขาภิบาลที่ดีขึ้นทำให้ประชากรวัยผู้ใหญ่จำนวนมากไม่เคยได้รับเชื้อและไม่มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ เมื่อผู้ใหญ่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ อาการมักมีความรุนแรงมากกว่าเด็กหลายเท่า มีโอกาสเกิดภาวะตับวายเฉียบพลันและภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้คำถามที่ว่าผู้ใหญ่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอไหม กลายเป็นประเด็นสำคัญทางการแพทย์ที่ทุกคนควรทำความเข้าใจ

สาเหตุ กลไกการเกิดโรค และการติดต่อ

เชื้อไวรัสไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Virus - HAV) จัดอยู่ในวงศ์ Picornaviridae เป็นไวรัสที่มีสารพันธุกรรมเป็นอาร์เอ็นเอ (RNA) เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางระบบทางเดินอาหาร ไวรัสจะเดินทางผ่านกระแสเลือดไปยังตับและเข้าสู่เซลล์ตับเพื่อเพิ่มจำนวน

กลไกการเกิดโรคไม่ได้เกิดจากการทำลายเซลล์ตับโดยตรงจากตัวไวรัส แต่เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายพยายามกำจัดเซลล์ตับที่มีการติดเชื้อ ทำให้เกิดการอักเสบ บวม และสูญเสียการทำงานของตับชั่วคราว การติดต่อเกิดขึ้นได้ง่ายผ่านช่องทางอุจจาระสู่ปาก เช่น การรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารทะเลปนเปื้อน น้ำแข็งที่ไม่สะอาด หรือการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยไม่ล้างมือให้สะอาด

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินโรค

ระยะฟักตัวของโรคไวรัสตับอักเสบเอค่อนข้างนาน เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15 ถึง 50 วัน ก่อนที่ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการ โดยอาการจะแบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มแรก (Prodromal Phase): ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามตัว มีไข้ต่ำๆ และรู้สึกเจ็บแน่นบริเวณชายโครงขวาซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ
  • ระยะมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง (Icteric Phase): หลังจากมีอาการเริ่มต้นประมาณ 3 ถึง 7 วัน อาการตัวเหลือง (Jaundice) ตาเหลือง ปัสสาวะมีสีเข้มเหมือนสีชา และอุจจาระมีสีซีดจะเริ่มปรากฏชัดเจน ในระยะนี้อาการอ่อนเพลียอาจรุนแรงขึ้น
  • ระยะฟื้นตัว (Convalescent Phase): อาการตัวเหลืองและอาการทางร่างกายอื่นๆ จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายเป็นปกติภายใน 2 ถึง 3 เดือน โดยตับจะกลับมาทำงานเป็นปกติและผู้ป่วยจะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต
ข้อควรระวังทางการแพทย์: แม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายขาดจากโรคได้เอง แต่ในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคตับเรื้อรังร่วมด้วย อาจเกิดภาวะตับวายเฉียบพลันซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูง จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ร่วมกับการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ถือเป็นสัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

  • ซึมลง สับสน หรือหมดสติ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางสมองจากภาวะตับวาย (Hepatic Encephalopathy)
  • อาเจียนติดต่อกันหลายครั้ง ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือน้ำได้เลยจนเกิดภาวะขาดน้ำ
  • มีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน หรือมีจ้ำเลือดตามตัว
  • ท้องมาน มีอาการบวมน้ำที่ขาและหน้าท้องอย่างรวดเร็ว
  • ไข้สูงมากและปวดท้องรุนแรงร่วมด้วย

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการสงสัยโรคตับอักเสบ แพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยผ่านขั้นตอนมาตรฐานดังนี้

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะซักประวัติการรับประทานอาหาร การเดินทาง และการสัมผัสผู้ป่วย พร้อมทั้งตรวจร่างกายเพื่อคลำหาขนาดของตับและประเมินอาการตัวเหลืองตาเหลือง
  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ (Blood Tests): เพื่อตรวจระดับเอนไซม์ตับ เช่น AST และ ALT ที่มักจะมีค่าสูงขึ้นมาก รวมถึงการตรวจหาแอนติบอดีจำเพาะต่อไวรัส เช่น Anti-HAV IgM เพื่อยืนยันการติดเชื้อเฉียบพลัน และ Anti-HAV IgG เพื่อตรวจสอบภูมิคุ้มกัน

วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง

ปัจจุบันยังไม่มี thuốc รักษาจำเพาะสำหรับการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการและการประคับประคองเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เอง

  • การพักผ่อน: ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการทำงานหนักหรือออกกำลังกายหักโหมจนกว่าค่าการทำงานของตับจะกลับสู่ภาวะปกติ
  • การรับประทานอาหาร: เน้นอาหารอ่อนย่อยง่าย รสจืด สะอาด และให้พลังงานเพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงและอาหารรสจัด
  • การงดแอลกอฮอล์และยาที่เป็นพิษต่อตับ: ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด และหลีกเลี่ยงการซื้อยา รับประทานเองโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะพาราเซตามอลเกินขนาดหรือยาชุดสมุนไพรที่ไม่แน่ใจ เพราะจะทำให้ตับทำงานหนักขึ้น
คำแนะนำจากคุณหมอ: การป้องกันด้วยวัคซีนถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการตัดวงจรการแพร่ระบาดและป้องกันโรคตับอักเสบเรื้อรังหรือเฉียบพลันที่อาจเกิดขึ้นได้

กลุ่มเสี่ยงสูงที่ควรได้รับวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอในวัยผู้ใหญ่

แม้ว่าวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอจะแนะนำให้ฉีดตั้งแต่เด็ก แต่ผู้ใหญ่หลายกลุ่มมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับวัคซีนนี้เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ได้แก่

  • ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรัง เช่น โรคตับอักเสบบีหรือซีเรื้อรัง ไขมันพอกตับ หรือตับแข็ง เนื่องจากหากติดเชื้อไวรัสเอซ้ำเติมจะมีความเสี่ยงตับวายสูงมาก
  • ผู้ที่ต้องเดินทางไปปฏิบัติงานหรือท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคสูง
  • บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ประกอบอาชีพทำอาหาร หรือผู้สัมผัสใกล้ชิดกับระบบบำบัดน้ำเสีย
  • ผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ชายรักชาย (MSM) เนื่องจากมีความเสี่ยงในการติดเชื้อผ่านทางเพศสัมพันธ์บางรูปแบบ

ตารางการฉีดวัคซีนและแนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันที่ถูกต้อง

การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอในผู้ใหญ่ประกอบด้วยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อบริเวณต้นแขน โดยมีแนวทางดังนี้

  • วัคซีนชนิดเดี่ยว: ฉีดจำนวน 2 เข็ม โดยเข็มที่สองจะฉีดห่างจากเข็มแรกประมาณ 6 ถึง 12 เดือน เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันในระดับที่สูงและอยู่ได้ยาวนานหลายทศวรรษ
  • วัคซีนชนิดผสม: มีวัคซีนที่ป้องกันทั้งไวรัสตับอักเสบเอและไวรัสตับอักเสบบีรวมอยู่ในเข็มเดียว ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันทั้งสองโรค โดยจะฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ตามตารางแพทย์กำหนด

ก่อนการฉีดวัคซีนในผู้ใหญ่บางราย แพทย์อาจพิจารณาเจาะเลือดตรวจหาภูมิคุ้มกันเดิมก่อน หากเคยติดเชื้อมาแล้วและมีภูมิคุ้มกัน (Anti-HAV IgG เป็นบวก) ก็ไม่จำเป็นต้องรับวัคซีนซ้ำ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down