ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องโรคไวรัสตับอักเสบเอในเด็ก

โรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) เป็นโรคติดเชื้อที่แพร่กระจายผ่านทางระบบทางเดินอาหาร โดยมีสาเหตุจากเชื้อไวรัส Hepatitis A Virus (HAV) ซึ่งมักพบการปนเปื้อนในอาหารหรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาด แม้ว่าในเด็กเล็กส่วนใหญ่อาการมักจะไม่รุนแรงเท่าในผู้ใหญ่ แต่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอย่างตับอักเสบเฉียบพลันหรือตับวายก็สามารถเกิดขึ้นได้ การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีนจึงเป็นมาตรการป้องกันเชิงรุกที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย

ลูกน้อยฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอเข็มแรกตอนไหน

ตามแนวทางปฏิบัติทางการแพทย์กุมารเวชศาสตร์ การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Vaccine) สามารถเริ่มให้ได้ตั้งแต่เด็กที่มีอายุครบ 1 ปีขึ้นไป โดยตารางมาตรฐานการฉีดแบ่งออกเป็น 2 เข็ม ดังนี้

  • เข็มแรก: เริ่มฉีดได้เมื่อเด็กมีอายุตั้งแต่ 12 เดือน (1 ปี) เป็นต้นไป
  • เข็มที่สอง: ห่างจากเข็มแรกประมาณ 6 ถึง 18 เดือน เพื่อกระตุ้นระดับภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นและอยู่ได้ยาวนานตลอดชีวิต
คำแนะนำจากคุณหมอ: วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอเป็นวัคซีนเสริมที่แนะนำให้เด็กทุกคนได้รับ เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมการกินอาหารนอกบ้านของเด็กมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อสูงขึ้น การฉีดวัคซีนให้ครบตามกำหนดจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์

สาเหตุและการติดต่อของไวรัสตับอักเสบเอ

เชื้อไวรัสตับอักเสบเอติดต่อผ่านทางอุจจาระและปาก (Fecal-Oral Route) ซึ่งหมายถึงการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อนอยู่ เชื้อสามารถทนต่อความร้อนและสภาพแวดล้อมได้ดี ทำให้การปรุงอาหารที่ไม่สุกดีหรือการหยิบจับอาหารด้วยมือที่ไม่สะอาดกลายเป็นช่องทางหลักของการระบาด

อาการที่ควรเฝ้าระวังและการดำเนินของโรค

เมื่อเด็กได้รับเชื้อ ระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ที่ประมาณ 2 ถึง 6 สัปดาห์ โดยอาการมักเริ่มต้นเหมือนไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ (Influenza-like symptoms) ได้แก่:

  • มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา
  • ปัสสาวะมีสีเข้มคล้ายน้ำชา
  • ตาเหลืองหรือตัวเหลือง (Jaundice) ซึ่งมักเกิดขึ้นตามมาหลังจากมีไข้ไปแล้วหลายวัน

สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flags)

หากลูกน้อยมีอาการดังต่อไปนี้ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่พ่อแม่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลโดยด่วน:

  • เด็กมีอาการซึมลงอย่างมาก ปลุกตื่นยาก
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง เข้มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • อาเจียนรุนแรงไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้จนเกิดภาวะขาดน้ำ
  • มีอาการสับสนหรือซึมสลับกับกระสับกระส่าย
  • ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะน้อยมาก (สัญญาณของการขาดน้ำรุนแรง)

การดูแลและการปฏิบัติหลังฉีดวัคซีน

หลังการฉีดวัคซีน ลูกน้อยอาจมีอาการข้างเคียงทั่วไป ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและหายได้เองภายใน 1 ถึง 2 วัน:

  • อาการเฉพาะที่: มีรอยแดง บวม หรือเจ็บตรงบริเวณที่ฉีดวัคซีน ให้คุณแม่ประคบเย็นเบาๆ บริเวณนั้น
  • อาการทั่วไป: มีไข้ต่ำๆ หรืออาการงอแงผิดปกติ สามารถให้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดที่แพทย์แนะนำ (10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม)
  • การดื่มนมหรือน้ำ: ควรให้ลูกดื่มนมหรือน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาด เพราะอาจก่อให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye syndrome) ซึ่งส่งผลกระทบต่อตับและสมองอย่างรุนแรง และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมาให้ลูกทานเองเมื่อมีไข้ เพราะวัคซีนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อแบคทีเรีย

การป้องกันและสร้างสุขอนามัยที่ดี

นอกเหนือจากการฉีดวัคซีน การป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอที่ดีที่สุดคือการปลูกฝังนิสัยรักความสะอาด:

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  • เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ สะอาด และน้ำดื่มที่ผ่านการต้มสุกหรือบรรจุขวดที่ได้มาตรฐาน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ช้อนกลางร่วมกันหรือใช้ภาชนะร่วมกับผู้อื่นในที่สาธารณะ

สรุปสิ่งที่พ่อแม่ต้องทำ

  • ตรวจสอบสมุดวัคซีนของลูกน้อยว่าได้รับครบตามอายุหรือไม่
  • นัดหมายกุมารแพทย์เมื่อลูกอายุครบ 1 ปีเพื่อรับวัคซีนเข็มแรก
  • สังเกตอาการหลังฉีด หากไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส หรือบวมแดงบริเวณที่ฉีดไม่ลดลงควรปรึกษาแพทย์
  • รักษาสุขอนามัยในครอบครัวอย่างเคร่งครัดเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down