ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตับอักเสบในเด็ก: ภัยเงียบที่ไม่มีอาการเตือน

ในฐานะกุมารแพทย์ สิ่งที่น่ากังวลใจที่สุดคือการที่พ่อแม่พาลูกมาตรวจสุขภาพด้วยอาการเพียงเล็กน้อย หรือตรวจพบความผิดปกติจากผลเลือดแบบบังเอิญ ทั้งที่ตับของเด็กกำลังส่งสัญญาณเตือนผ่านค่าเอนไซม์ตับที่สูงผิดปกติ ภาวะตับอักเสบในเด็ก (Pediatric Hepatitis) ไม่ได้หมายถึงการที่เด็กต้องมีตัวเหลืองตาเหลืองเสมอไป หลายกรณีเด็กยังคงวิ่งเล่นได้ปกติ แต่กระบวนการอักเสบภายในกำลังดำเนินไป หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะตับอักเสบรุนแรงหรือตับวายเฉียบพลัน (Acute Liver Failure) ได้

กลไกและการเกิดโรคตับอักเสบในเด็ก

ตับเป็นอวัยวะที่มีความสามารถในการฟื้นตัวสูง แต่เมื่อเกิดการบาดเจ็บของเซลล์ตับ (Hepatocytes) เอนไซม์ที่อยู่ภายในเซลล์ เช่น AST (Aspartate Aminotransferase) และ ALT (Alanine Aminotransferase) จะรั่วไหลออกมาสู่กระแสเลือด ทำให้เมื่อตรวจเลือดจะพบว่าค่าตับสูงกว่าปกติ สาเหตุของการอักเสบในเด็กประกอบด้วยปัจจัยหลัก ดังนี้

  • การติดเชื้อไวรัส: อาทิ ไวรัสตับอักเสบ เอ บี ซี หรือเชื้อไวรัสอื่น เช่น Epstein-Barr Virus (EBV) และ Cytomegalovirus (CMV)
  • ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (NAFLD): ซึ่งพบมากขึ้นในเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน
  • โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune Hepatitis): ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาทำลายเซลล์ตับตัวเอง
  • การได้รับยาหรือสารพิษ: การใช้ยาพาราเซตามอลเกินขนาด หรือยาบางชนิดที่ส่งผลต่อตับ
  • โรคทางพันธุกรรมและเมตาบอลิซึม: เช่น โรควิลสัน (Wilson disease)

ค่าตับแบบไหนที่เรียกว่าผิดปกติและต้องระวัง

ในการตรวจเลือดเพื่อประเมินสุขภาพตับ แพทย์จะดูค่า ALT และ AST เป็นหลัก โดยปกติค่า ALT จะมีความจำเพาะต่อตับมากกว่า AST หากตรวจพบค่าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (ปกติมักไม่เกิน 40-50 U/L ในเด็ก) แพทย์จะพิจารณาระดับความรุนแรง หากพบว่าค่าตับสูงเกิน 5-10 เท่าของค่าปกติ หรือมีค่า Bilirubin ในเลือดสูงร่วมกับค่าการแข็งตัวของเลือด (PT/INR) เริ่มผิดปกติ นี่คือสัญญาณอันตรายระดับวิกฤตที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาล

สัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่ต้องพบแพทย์ทันที:
  • ลูกมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด หรือนอนหลับมากกว่าปกติ
  • อาการตัวเหลือง ตาเหลือง (Jaundice) ซึ่งแสดงถึงตับเริ่มทำงานล้มเหลว
  • ถ่ายอุจจาระสีซีด หรือปัสสาวะสีเข้มเหมือนน้ำชา
  • มีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหลหยุดยาก หรือจุดเลือดออกตามตัว
  • ท้องบวมโตผิดปกติเนื่องจากมีน้ำในช่องท้อง (Ascites)

วิธีวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อตรวจพบค่าตับผิดปกติโดยไม่มีอาการ กุมารแพทย์จะเริ่มกระบวนการสืบค้นเพื่อหาต้นตอโดยละเอียด ได้แก่:

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: ประวัติการใช้ยา สมุนไพร อาหารเสริม ประวัติวัคซีน และประวัติสัมผัสผู้ป่วยโรคตับ
  • การตรวจร่างกาย: ตรวจหาอาการตับโต ม้ามโต หรือร่องรอยการกดเจ็บที่หน้าท้อง
  • การตรวจเลือดขั้นสูง: ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ ตรวจการทำงานของตับในด้านการสร้างโปรตีนและการแข็งตัวของเลือด
  • การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound): เพื่อดูโครงสร้างตับและลักษณะของเนื้อตับว่ามีการอักเสบเรื้อรังหรือพังผืดหรือไม่

วิธีรักษาและการดูแลที่ถูกต้อง

การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุหลัก หากเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ส่วนใหญ่จะเน้นการรักษาตามอาการและการเฝ้าระวัง แต่หากเกิดจากโรคประจำตัวหรือยา แพทย์จะทำการปรับเปลี่ยนยาหรือใช้ยาเฉพาะทางเพื่อหยุดกระบวนการอักเสบ

คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาทานเองเด็ดขาด โดยเฉพาะยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน) หรือยาชุดสมุนไพร เพราะอาจซ้ำเติมให้ตับอักเสบมากขึ้นจนเกิดตับวายได้ หากลูกป่วยให้ปรึกษากุมารแพทย์เสมอเรื่องขนาดยาพาราเซตามอลที่ปลอดภัยตามน้ำหนักตัว (10-15 mg/kg ต่อโดส)

การป้องกันและสร้างสุขภาพตับที่ดีให้ลูกรัก

1. การฉีดวัคซีน: วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ เอ และ บี เป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
2. สุขอนามัย: สอนให้ลูกล้างมือให้สะอาดก่อนทานอาหาร เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสตับอักเสบเอที่ปนเปื้อนในอาหารและน้ำ
3. ควบคุมน้ำหนัก: ส่งเสริมการออกกำลังกายและทานอาหารที่มีกากใยสูง ลดอาหารจำพวกแป้งขัดขาวและน้ำตาล เพื่อป้องกันภาวะไขมันพอกตับ
4. ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ: การตรวจเลือดเช็คสุขภาพประจำปีเป็นวิธีเดียวที่จะทราบภาวะตับอักเสบระยะเริ่มแรกในเด็กที่ไม่มีอาการชัดเจน

สรุปรายการสิ่งที่พ่อแม่ต้องตรวจสอบ (Checklist)

  • ตรวจสอบค่า ALT/AST ในผลเลือดลูกว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่
  • สังเกตสีปัสสาวะและอุจจาระของลูกเป็นประจำ
  • เก็บประวัติยาที่ลูกได้รับไว้เสมอเพื่อแจ้งแพทย์
  • หากพบค่าตับสูง ต้องติดตามการรักษาตามนัดอย่างเคร่งครัด ห้ามหยุดยาเอง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down