ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจตับอักเสบในเด็ก: ภัยเงียบที่ไม่มีอาการ

ตับอักเสบ (Hepatitis) ในเด็กเปรียบเสมือนภัยเงียบที่อาจไม่แสดงอาการเด่นชัดให้เห็นในระยะเริ่มต้น พ่อแม่หลายท่านมักเข้าใจผิดว่าหากลูกยังวิ่งเล่นได้ปกติ กินข้าวได้ดี แสดงว่าตับยังคงทำงานได้ตามปกติ แต่ในทางการแพทย์ภาวะตับอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากเชื้อไวรัส สารเคมี หรือภาวะทางภูมิคุ้มกัน ซึ่งหากตรวจพบค่าตับผิดปกติจากการตรวจสุขภาพประจำปีหรือการตรวจเลือดด้วยเหตุผลอื่น สิ่งนี้คือสัญญาณเตือนที่สำคัญซึ่งห้ามละเลยเด็ดขาด เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จนเกิดการอักเสบรุนแรง อาจนำไปสู่ภาวะตับวายเฉียบพลัน (Acute Liver Failure) ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่อันตรายถึงชีวิต

ค่าตับแบบไหนที่บอกว่าลูกกำลังป่วย

เมื่อกุมารแพทย์สั่งตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของตับ (Liver Function Test) ค่าที่สำคัญที่สุดในการบ่งชี้ถึงการอักเสบของเซลล์ตับคือค่าเอนไซม์ตับ ได้แก่

  • ALT (Alanine Aminotransferase): เป็นค่าที่มีความจำเพาะต่อเซลล์ตับสูงที่สุด หากค่านี้สูงเกินเกณฑ์ปกติ แสดงว่ามีการบาดเจ็บหรืออักเสบของเซลล์ตับเกิดขึ้น
  • AST (Aspartate Aminotransferase): เอนไซม์ชนิดนี้พบได้ทั้งในตับ กล้ามเนื้อ และหัวใจ หากค่านี้สูงร่วมกับ ALT จะเป็นเครื่องยืนยันว่ามีความผิดปกติที่ระบบตับ
  • Albumin และ Bilirubin: หากค่าอัลบูมินต่ำกว่าเกณฑ์หรือบิลิรูบินสูงจนตัวเหลืองตาเหลือง แสดงว่าตับเริ่มสูญเสียการทำงานในการสร้างโปรตีนและกำจัดของเสียแล้ว
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ค่าตับในเด็กแต่ละช่วงวัยมีเกณฑ์อ้างอิงไม่เท่ากับผู้ใหญ่ การแปลผลต้องให้กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านทางเดินอาหารและตับเป็นผู้ประเมินเท่านั้น อย่าด่วนสรุปเองหากเห็นค่าสูงเพียงเล็กน้อย หรือในทางกลับกัน อย่าชะล่าใจหากค่าสูงเพียงแค่หน่วยเดียว

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค: ทำไมตับถึงอักเสบโดยไม่มีอาการ

สาเหตุของตับอักเสบในเด็กที่มีลักษณะเงียบเชียบแบ่งออกได้เป็นหลายกลุ่มหลัก ดังนี้

  • การติดเชื้อไวรัส: ไวรัสกลุ่มตับอักเสบ (Hepatitis A, B, C) รวมถึงไวรัสชนิดอื่น เช่น Epstein-Barr Virus (EBV) หรือ Cytomegalovirus (CMV) สามารถทำให้ตับอักเสบได้โดยที่เด็กไม่มีไข้หรือดีซ่านชัดเจน
  • ภาวะไขมันพอกตับในเด็ก (NAFLD): ปัจจุบันพบมากขึ้นในเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ซึ่งเป็นภาวะตับอักเสบเรื้อรังที่ไม่มีอาการปวดท้อง แต่ส่งผลให้ค่าตับสูงต่อเนื่อง
  • การใช้ยาและสารพิษ: การได้รับยาบางชนิดต่อเนื่อง เช่น ยาแก้ปวดพาราเซตามอลเกินขนาด หรือยาฆ่าเชื้อบางกลุ่ม รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่ผ่านการรับรอง
  • โรคทางภูมิคุ้มกันและพันธุกรรม: โรคตับอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune Hepatitis) หรือโรคสะสมทองแดงในตับ (Wilson Disease) ซึ่งมักมาด้วยค่าตับที่ผิดปกติเรื้อรัง

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ที่บ่งบอกว่าตับกำลังวิกฤต

แม้ในช่วงแรกจะไม่มีอาการ แต่หากตับเริ่มอักเสบรุนแรงจนเข้าสู่ระยะตับวาย ร่างกายเด็กจะส่งสัญญาณวิกฤตที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที ดังนี้

  • อาการตัวเหลือง ตาเหลือง (Jaundice): ผิวหนังและตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองชัดเจน
  • อุจจาระซีด ปัสสาวะเข้ม: ปัสสาวะมีสีเหมือนน้ำชา หรืออุจจาระมีสีซีดเหมือนสีดินน้ำมัน
  • อาการซึมลง: เด็กมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ซึม ไม่ยอมเล่น พูดจาสับสน หรือนอนหลับผิดปกติ
  • ท้องโต: มีน้ำในช่องท้อง (Ascites) ส่งผลให้ท้องบวมตึง
  • เลือดออกผิดปกติ: มีจ้ำเลือดตามตัว หรือเลือดกำเดาไหลไม่หยุด

วิธีรักษาและการดูแลที่ถูกต้อง

เมื่อตรวจพบว่าค่าตับสูง แพทย์จะดำเนินการดังนี้

  1. หาสาเหตุต้นตอ: ส่งตรวจเลือดเพิ่มเติมเพื่อหาชนิดไวรัส ตรวจระดับภูมิคุ้มกัน และอาจพิจารณาทำอัลตราซาวด์ช่องท้อง (Ultrasound) เพื่อดูโครงสร้างตับ
  2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการใช้ยา: หยุดยาทุกชนิดที่อาจเป็นพิษต่อตับ และปรับโภชนาการสำหรับเด็กที่มีภาวะไขมันพอกตับ
  3. การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด: นัดติดตามผลเลือดเป็นระยะเพื่อดูแนวโน้มว่าค่าตับลดลงสู่ระดับปกติหรือไม่
คำแนะนำจากคุณหมอ: สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือการซื้อยาสมุนไพร ยาต้ม หรือผลิตภัณฑ์บำรุงตับมาให้เด็กทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะสมุนไพรบางชนิดอาจเพิ่มภาระการทำงานให้ตับที่กำลังอักเสบอยู่ให้เสียหายหนักกว่าเดิม

สรุป checklist สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง

  • หมั่นสังเกตสีปัสสาวะและอุจจาระของลูกเป็นประจำ
  • หากมีการตรวจสุขภาพประจำปีแล้วพบค่าตับ (ALT/AST) สูงกว่าปกติ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก แต่ต้องพาพบกุมารแพทย์เพื่อติดตามผลซ้ำ
  • ห้ามให้ลูกทานยาพาราเซตามอลเกินขนาดหรือทานติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่มีเหตุอันควร
  • ส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักเพื่อป้องกันภาวะไขมันพอกตับ
  • ได้รับวัคซีนป้องกันตับอักเสบให้ครบตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down