ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคมือเท้าปากในเด็ก

โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease หรือ HFMD) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยในเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี แม้ว่าในหลายกรณีโรคนี้สามารถหายได้เอง แต่ในฐานะกุมารแพทย์ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับระบบประสาทและหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการรุนแรง พ่อแม่ผู้ปกครองจึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์วิกฤตกับบุตรหลานของท่าน

สาเหตุและการติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง

โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) ที่พบบ่อยที่สุดคือเชื้อคอกซากีไวรัส (Coxsackievirus A16) และเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71) ซึ่งชนิดหลังนี้เป็นสายพันธุ์ที่มักทำให้เกิดอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนทางสมองได้บ่อยกว่าสายพันธุ์อื่น การติดต่อหลักเกิดขึ้นผ่านการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระของผู้ติดเชื้อ รวมถึงการสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ซึ่งมักแพร่กระจายได้รวดเร็วในโรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก

สัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่บ่งบอกว่าลูกอาจมีอาการรุนแรง

การเฝ้าระวังอาการรุนแรงเป็นหัวใจสำคัญที่พ่อแม่ห้ามมองข้าม หากเด็กมีอาการดังต่อไปนี้ ควรพาไปพบกุมารแพทย์โดยด่วนที่สุดโดยไม่ต้องรอให้ครบวัน:

  • มีไข้สูงติดต่อกันนานเกิน 3 วัน หรือไข้สูงจนทำให้เด็กดูเพลีย ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
  • มีอาการซึม สลับกับอาการกระสับกระส่ายผิดปกติ หรือร้องกวนมากตลอดเวลาโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • มีอาการสะดุ้งผวา หรือมือเท้าสั่นขณะนอนหลับ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในระบบประสาท
  • หายใจหอบเหนื่อย อัตราการหายใจเร็วผิดปกติ หรือมีอาการอกบุ๋มขณะหายใจ
  • อาเจียนรุนแรง หรืออาเจียนพุ่งหลายครั้ง
  • เด็กไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำอย่างต่อเนื่องจนเกิดภาวะขาดน้ำ ปัสสาวะออกน้อยหรือสีเข้มผิดปกติ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: การสังเกตอาการซึมและพฤติกรรมของเด็กสำคัญไม่น้อยไปกว่าการวัดไข้ หากเด็กดูไม่สดใส ไม่เล่นเหมือนปกติ แม้ไข้จะลดลงแล้ว ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

วิธีรักษาและการดูแลที่บ้านอย่างถูกวิธี

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาด้วยยาต้านไวรัสโดยตรงสำหรับโรคมือเท้าปาก การรักษาหลักจึงเน้นไปที่การประคับประคองตามอาการ ดังนี้:

  • การลดไข้: ให้รับประทานยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ในขนาด 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้
  • การดูแลช่องปาก: เนื่องจากมีแผลในปากทำให้เด็กเจ็บคอและไม่อยากอาหาร ควรให้รับประทานอาหารที่มีลักษณะอ่อน เย็น หรือเป็นของเหลว เช่น โยเกิร์ต นมเย็น หรือไอศกรีม เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด
  • การให้สารน้ำ: ป้องกันภาวะขาดน้ำโดยให้เด็กจิบน้ำบ่อยๆ หรือดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) หากมีอาการท้องเสียร่วมด้วย
  • การเช็ดตัวลดไข้: ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อน โดยเช็ดเข้าหาหัวใจและเน้นบริเวณข้อพับต่างๆ
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) กับเด็กที่สงสัยว่าติดเชื้อไวรัส หากไม่มั่นใจในชนิดของยาควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อป้องกันปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อลูกป่วย

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ให้เด็กทานเอง เพราะมือเท้าปากเกิดจากไวรัส ยาปฏิชีวนะไม่มีผลในการรักษาแต่อย่างใด
  • ห้ามประคบเย็นจัดหรือใช้น้ำแข็งจัดๆ วางบนร่างกายเด็กเพราะจะทำให้เด็กหนาวสั่นและไข้สูงขึ้นจากปฏิกิริยาของร่างกาย
  • ห้ามนำเด็กไปในที่สาธารณะหรือสถานที่ที่มีเด็กอื่นอยู่รวมกันจนกว่าอาการจะหายสนิท เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อสู่ผู้อื่น

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

การป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการรักษาสุขอนามัยที่ดี ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ โดยเฉพาะก่อนทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ รวมถึงการทำความสะอาดของเล่นและพื้นที่ส่วนรวมของเด็กด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก (EV71 Vaccine) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรงและภาวะแทรกซ้อนได้ พ่อแม่ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อพิจารณาการฉีดวัคซีนเสริมตามความเหมาะสมของช่วงวัย

สรุปขั้นตอนปฏิบัติสำหรับผู้ปกครอง

  • เฝ้าระวังอาการซึม อาการชัก หรือหายใจหอบ หากพบต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
  • จดบันทึกปริมาณการปัสสาวะและการดื่มน้ำ เพื่อประเมินภาวะขาดน้ำ
  • แยกของใช้และอุปกรณ์ของเด็กที่ป่วยเพื่อป้องกันการติดเชื้อสู่สมาชิกคนอื่นในบ้าน
  • ติดตามอาการอย่างใกล้ชิดตลอด 24-48 ชั่วโมงแรกที่เริ่มมีอาการ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down