ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจเรื่องผื่นในเด็กเล็ก การระบาดของโรคติดต่อในโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก

อาการผื่นขึ้นตามร่างกายของลูกน้อยเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่โรคติดต่อทางเดินหายใจและทางเดินอาหารแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว โรคติดเชื้อที่พบบ่อยและสร้างความตื่นตระหนกให้ผู้ปกครองเสมอคือโรค มือ เทา ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease) ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Enterovirus อาการแสดงเริ่มต้นมักมีความคล้ายคลึงกับโรคผื่นแพ้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผื่นแพ้อากาศ ผื่นจากความร้อน หรือผื่นแพ้ยา ทำให้พ่อแม่หลายท่านเกิดความสับสนและอาจรักษาไม่ตรงจุด การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการสังเกตลักษณะของผื่น การแยกแยะโรคอย่างแม่นยำ และการดูแลประคับประคองอาการที่บ้าน จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เด็กๆ ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค มือ เทา ปาก และช่องทางการติดต่อ

โรค มือ เทา ปาก เป็นโรคติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enteroviruses ที่พบบ่อยที่สุดคือสายพันธุ์ Coxsackievirus A16 และ Enterovirus 71 (EV71) โดยสายพันธุ์หลังนี้มักทำให้เกิดอาการทางระบบประสาทที่รุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่น เชื้อไวรัสนี้ติดต่อได้ง่ายมากผ่านทางสาร secretions จากร่างกายของผู้ป่วย ได้แก่ น้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพองที่ผิวหนัง และอุจจาระ การติดืเชื้อมักเกิดขึ้นผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสิ่งของเครื่องใช้ ของเล่น หรืออาหารและน้ำดื่มที่มีเชื้อปนเปื้อน เด็กที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดคือเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ และมักใช้มือสัมผัสสิ่งของเข้าปาก รวมถึงการอยู่รวมกันในสถานที่หนาแน่น เช่น สถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล เชื้อไวรัสมีระยะฟักตัวประมาณ 3 ถึง 7 วัน ก่อนที่เด็กจะเริ่มแสดงอาการไข้และมีผื่นปรากฏขึ้น

ลักษณะเฉพาะของผื่นมือเท้าปากและการแยกแยะจากผื่นแพ้ประเภทต่างๆ

การแยกแยะระหว่างผื่นมือเท้าปากกับผื่นแพ้ (Allergic Rash) เป็นทักษะสำคัญที่แพทย์มักใช้ในการวินิจฉัยเบื้องต้น โดยลักษณะของผื่นในแต่ละโรคมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนดังนี้

ลักษณะของผื่นมือเท้าปาก

  • ตำแหน่งที่พบ: มักพบบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบปาก ภายในช่องปาก (กระพุ้งแก้ม เพดานปาก ลิ้น) และบางครั้งอาจพบบริเวณก้น หัวเข่า หรือข้อศอก
  • ลักษณะทางกายภาพ: เริ่มต้นจากจุดแดงราบ ก่อนจะกลายเป็นตุ่มน้ำใส (Vesicles) มีฐานสีแดงล้อมรอบ ขนาดประมาณ 2 ถึง 5 มิลลิเมตร ตุ่มน้ำเหล่านี้มักไม่คัน แต่ตุ่มในปากอาจแตกออกเป็นแผลตื้นๆ ทำให้เจ็บปวดเวลากลืนอาหารและน้ำ

ลักษณะของผื่นแพ้ (Allergic Rash เช่น ผื่นลมพิษ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือผื่นแพ้อาหาร)

  • ตำแหน่งที่พบ: พบได้ทั่วร่างกาย ขึ้นอยู่กับการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้หรือปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกัน มักพบบริเวณข้อพับ แขน ขา หรือลำตัว
  • ลักษณะทางกายภาพ: มักมีลักษณะเป็นผื่นนูนแดง ปื้นแดง บวม หรือเป็นตุ่มนูนกระจาย ที่สำคัญคือจะมีอาการคันมากถึงมากที่สุด ไม่มีตุ่มน้ำใสที่เป็นเอกลักษณ์เหมือนโรค มือ เทา ปาก และไม่มีแผลเจ็บในช่องปากร่วมด้วย
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากเด็กมีไข้ร่วมกับมีแผลในปากและตุ่มน้ำที่ฝ่ามือฝ่าเท้า ให้สงสัยโรค มือ เทา ปาก ไว้ก่อนเสมอ แต่หากไม่มีไข้ ผื่นกระจายตัวทั่วตัว มีอาการคันยิบๆ และมีประวัติสัมผัสสารเคมี อาหาร หรือฝุ่นละออง ให้คิดถึงกลุ่มผื่นแพ้มากกว่า

อาการแสดงและระยะเวลาการดำเนินของโรค มือ เทา ปาก

การดำเนินโรคของ มือ เทา ปาก มักเป็นไปตามลำดับขั้นตอนทางการแพทย์ที่ชัดเจน โดยแบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น (Prodromal Phase): เด็กจะมีไข้ต่ำถึงสูง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เจ็บคอ และไม่อยากกลืนอาหารหรือนม เนื่องจากมีแผลในปาก
  • ระยะออกผื่นและแผลในปาก (Acute Phase): หลังจากมีไข้ประมาณ 1 ถึง 2 วัน จะเริ่มมีตุ่มน้ำใสที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และแผลในช่องปาก เด็กจะงอแงมาก น้ำลายไหลยืดเพราะกลืนน้ำลายไม่ได้ เจ็บแผลในปาก
  • ระยะฟื้นตัว (Convalescence Phase): อาการไข้จะลด and หายไปภายใน 3 ถึง 7 วัน ตุ่มน้ำที่ผิวหนังจะเริ่มยุบและแห้งลง บางรายอาจพบอาการเล็บลอกหรือผิวหนังลอกบริเวณที่เคยเป็นตุ่มน้ำได้หลังจากหายแล้ว 2 ถึง 4 สัปดาห์ ซึ่งเป็นอาการปกติที่ไม่เป็นอันตราย

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที

แม้ว่าโรค มือ เทา ปาก ส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ แต่ในบางกรณีโดยเฉพาะเชื้อไวรัส Enterovirus 71 อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น สมองอักเสบ ก้านสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือปอดบวมน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต พ่อแม่ผู้ดูแลต้องสังเกตสัญญาณอันตรายอย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงมากเกิน 39 อาศัยเซลเซียส หรือไข้ไม่ยอมลดแม้เช็ดตัวและทานยาลดไข้
  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก ไม่สนใจสิ่งรอบตัว
  • มีอาการสะดุ้งผวา (Myoclonus) แขนขา 3 กะตุก หรือกระตุกขณะหลับ บ่งบอกถึงการอักเสบของระบบประสาทส่วนกลาง
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว หายใจมีเสียงครืดคราด หรืออกบุ๋ม
  • อาเจียนพุ่งบ่อยครั้ง กินอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้เลย จนเกิดภาวะขาดน้ำ (ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะสีเข้มจัดหรือไม่อวชเลยนานเกิน 6 ชั่วโมง)
  • เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ หรือมีอาการชัก
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการสะดุ้งผวาบ่อยๆ และซึมลงในเด็กที่เป็นโรค มือ เทา ปาก ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยสีแดงเข้มที่สุด ห้ามรอจนถึงวันนัดติดตามอาการ ให้รีบพาไปพบกุมารแพทย์เวชปฏิบัติฉุกเฉินทันที

วิธีรักษาตามหลักการแพทย์และการดูแลรักษาที่บ้าน

เนื่องจากโรค มือ เทา ปาก เกิดจากเชื้อไวรัส จึงไม่มีการรักษาจำเพาะด้วยยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ (Supportive Care) เพื่อให้เด็กสบายตัวขึ้นและป้องกันภาวะขาดน้ำ

  • การจัดการไข้และอาการเจ็บปวด: ให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง (10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีไข้หรือปวด) ห้ามใช้ยาแอสไพรินเด็ดขาดในเด็กเล็กเพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิด Reye syndrome
  • การป้องกันภาวะขาดน้ำ: เนื่องจากเด็กเจ็บแผลในปาก ทำให้ไม่อยากดื่มนมหรือน้ำ พ่อแม่ควรป้อนน้ำเปล่า น้ำเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง สามารถให้ทานอาหารอ่อนนุ่ม เย็นๆ เช่น ไอศกรีม โยเกิร์ต นมแช่เย็น หรือโจ๊กอุ่นๆ เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดในช่องปากขณะกลืน
  • การเช็ดตัวลดไข้: ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้องในการเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อน โดยเช็ดบริเวณซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ

สิ่งที่ไม่ควรทำและข้อควรระวังสำคัญในการดูแลเด็กป่วย

การดูแลเด็กที่เป็นโรค มือ เทา ปาก มีข้อห้ามและข้อควรระวังทางการแพทย์ที่เคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของเด็ก

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ให้เด็กทานเอง: ยาปฏิชีวนะใช้รักษาโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย ไม่มีผลต่อเชื้อไวรัส และอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหรือเชื้อดื้อยาได้
  • ห้ามเจาะตุ่มน้ำใสเด็ดขาด: การเจาะตุ่มน้ำอาจทำให้เกิดแผลเปิดและเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน (Secondary Bacterial Infection)
  • ห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือยาในกลุ่ม NSAIDs ในช่วงแรก: เนื่องจากยังไม่สามารถตัดโรคไข้เลือดออกหรือโรคติดเชื้ออื่นๆ ที่อาจมีภาวะเลือดออกผิดปกติออกจากวินิจฉัยได้ การใช้ยาในกลุ่มนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเลือดออกในทางเดินอาหาร

วิธีป้องกันการแพร่กระจายเชื้อและการเสริมสร้างสุขอนามัย

การป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของโรค มือ เทา ปาก ในครอบครัวและสถานที่เลี้ยงเด็ก สามารถทำได้ด้วยมาตรการเข้มงวดด้านสุขอนามัย

  • ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ: ฝึกให้เด็กและผู้ดูแลล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดให้บ่อยครั้ง โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังจากเปลี่ยนผ้าอ้อม
  • ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิว: ทำความสะอาดของเล่น เครื่องใช้ และบริเวณที่เด็กสัมผัสร่วมกันบ่อยๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาวเจือจาง
  • แยกตัวเด็กป่วย: หากพบว่าเด็กติดเชื้อ ควรให้หยุดเรียนและแยกตัวจากเด็กอื่นๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน หรือจนกว่าแผลในปากและตุ่มน้ำที่ผิวหนังจะหายสนิท เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อในโรงเรียน
  • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด: ในช่วงที่มีการระบาดของโรค ควรงดพาเด็กเล็กไปเที่ยวในสถานที่สาธารณะที่มีคนหนาแน่น เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือสนามเด็กเล่นในร่ม
คำแนะนำจากคุณหมอ: สุขอนามัยในครอบครัวคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด การล้างมือด้วยสบู่สามารถลดอัตราการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirus ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแลในการรับมือโรค มือ เทา ปาก

เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วเมื่อลูกน้อยป่วย ขอให้ยึดปฏิบัติตามเช็กลิสต์ด้านล่างนี้

  • สังเกตอาการผื่นและไข้: ตรวจดูฝ่ามือ ฝ่าเท้า รอบปาก และช่องปากอย่างสม่ำเสมอเมื่อลูกมีไข้
  • ประเมินการดื่มน้ำและปัสสาวะ: บันทึกปริมาณน้ำที่เด็กดื่มและสังเกตว่าปัสสาวะออกปกติหรือไม่ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • ให้ยาลดไข้ตามน้ำหนักตัว: ใช้ยาพาราเซตามอลคำนวณตามน้ำหนักตัวจริง หลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพรินและไอบูโพรเฟน
  • จัดเตรียมอาหารอ่อนเย็น: เตรียมอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนที่มีอุณหภูมิเย็นเพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บแผลในปาก
  • เฝ้าระวัง Red Flags: สังเกตอาการซึม อาการสะดุ้งผวา และไข้สูงไม่ลด หากพบอาการเหล่านี้ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที
  • แยกเด็กออกจากผู้อื่น: กักตัวเด็กป่วยไว้ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดในชุมชน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down