ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกมีไข้สูงกลางดึก อาการที่ทำให้พ่อแม่ใจหายวาบ

อาการไข้สูงในเด็กเล็กถือเป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่สร้างความวิตกกังวลให้กับคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในยามวิกาลที่โรงพยาบาลปิดให้บริการ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อลูกมีไข้ การประเมินความรุนแรงของอาการ และการสังเกตสัญญาณเตือนอันตรายอย่างแม่นยำ จึงเป็นทักษะชีวิตที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยปกป้องลูกน้อยจากภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ทันท่วงที ในฐานะกุมารแพทย์ ผมพบว่าความตื่นตระหนกมักนำไปสู่การปฏิบัติที่คลาดเคลื่อน ดังนั้น การมีความรู้ทางการแพทย์ที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รับมือได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุด

ไข้คืออะไร และกลไกการเกิดไข้ในเด็ก

ไข้ไม่ใช่โรค แต่เป็นกลไกการตอบสนองตามธรรมชาติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เมื่อร่างกายของเด็กได้รับเชื้อโรค เช่น ไวรัสหรือแบคทีเรีย สมองส่วนไฮโปทาลามัส ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย จะปรับตั้งค่าอุณหภูมิให้สูงขึ้น เพื่อกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการต่อสู้กับเชื้อโรค การที่อุณหภูมิกายสูงขึ้นจึงเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังกำจัดสิ่งแปลกปลอม อย่างไรก็ตาม หากไข้สูงเกินไปอาจทำให้เด็กไม่สบายตัว หงุดหงิด งอแง หรือเสี่ยงต่อการเกิดภาวะชักจากไข้ในเด็กที่มีแนวโน้มทางพันธุกรรม

สาเหตุและเชื้อโรคที่เป็นต้นเหตุของไข้สูงในเด็ก

สาเหตุส่วนใหญ่ของไข้สูงในเด็กมักเกิดจากการติดเชื้อ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักดังนี้

  • การติดเชื้อไวรัส: เป็นสาเหตุพบบ่อยที่สุด เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสอาร์เอสวี โรคมือเท้าปาก และไวรัสที่ทำให้เกิดท้องเสีย การติดเชื้อไวรัสส่วนใหญ่สามารถหายได้เองตามอาการหากได้รับการดูแลที่เหมาะสม
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย: มีความรุนแรงมากกว่า เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ปอดบวม ทอนซิลอักเสบเป็นหนอง หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

อาการร่วมและระยะของการดำเนินโรค

ในระยะแรกของการมีไข้ เด็กมักจะมีอาการหนาวสั่น ตัวเย็น มือเท้าเย็น เนื่องจากหลอดเลือดหดตัวเพื่อเก็บความร้อน เมื่ออุณหภูมิร่างกายขึ้นถึงจุดที่สมองตั้งไว้ ตัวจะเริ่มร้อนจัด หน้าแดง หายใจเร็วขึ้น และชีพจรเต้นเร็วขึ้น หากไข้ลดลง เด็กจะมีเหงื่อออกมาก ซึ่งเป็นกระบวนการระบายความร้อนตามธรรมชาติของร่างกาย อาการร่วมอื่นๆ ที่มักพบได้แก่ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อลูกมีไข้ที่บ้านอย่างถูกต้อง

เมื่อลูกมีไข้สูง สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติและดำเนินการดูแลเบื้องต้นตามหลักการแพทย์ ดังนี้

การให้ยาลดไข้ที่ถูกต้องตามน้ำหนักตัวถือเป็นหัวใจสำคัญ ยาพาราเซตามอลเป็นยาปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็ก โดยคำนวณจากขนาดยา 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ ห้ามให้ยาเกินขนาดเด็ดขาด และควรใช้กระบอกฉีดยาหรือช้อนตวงยาที่ได้มาตรฐาน

การเช็ดตัวลดไข้ควรทำด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย หลีกเลี่ยงน้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็ง เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและระบายความร้อนได้ยากขึ้น วิธีเช็ดที่ถูกต้องคือใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดบริเวณหน้า ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ และลำตัว เพื่อช่วยให้เส้นเลือดขยายตัวและระบายความร้อนออกทางผิวหนัง

การให้ดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำสะอาดบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเด็กที่มีไข้จะสูญเสียน้ำทางผิวหนังและการหายใจมากกว่าปกติ สำหรับเด็กทารกควรให้ดื่มนมแม่หรือนมผงบ่อยขึ้นตามต้องการ

คำแนะนำจากคุณหมอ: เสื้อผ้าของเด็กควรเลือกชนิดที่บางเบา ระบายอากาศได้ดี ไม่ควรห่มผ้าหนาหรือใส่เสื้อผ้าหลายชั้น เพราะจะทำให้ความระบายความร้อนในร่างกายทำได้ยากขึ้น และอาจทำให้ไข้สูงขึ้นกว่าเดิม

สัญญาณเตือนอันตรายที่ห้ามรอจนถึงเช้า

การเฝ้าระวังอาการทางคลินิกเป็นสิ่งสำคัญมาก คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ทันทีหากพบสัญญาณเตือนวิกฤตดังต่อไปนี้

  • ไข้สูงเกินสามวัน: หรือไข้ที่ไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้ อุณหภูมิยังคงสูงต่อเนื่อง
  • มีอาการชักจากไข้: เกิดการเกร็ง ตาลอย หรือหมดสติชั่วขณะ
  • ซึมมากผิดปกติ: ปลุกตื่นยาก ไม่สบตา ไร้เรี่ยวแรง หรือร้องกวนตลอดเวลาโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • หายใจหอบเหนื่อย: หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือมีเสียงครืดคราดในลำคอ
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง: ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลงมากหรือไม่มีปัสสาวะเลยนานเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง: ผื่นแดงหรือจุดสีม่วงที่ไม่จางหายไปเมื่อใช้นิ้วกด
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์และตับวายที่เป็นอันตรายถึงชีวิต และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กรับประทานเองโดยเด็ดขาดหากยังไม่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์

การตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด ตรวจร่างกาย ฟังปอดและหัวใจ ตรวจช่องปากและคอ หากจำเป็น แพทย์อาจพิจารณาตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การเจาะเลือดตรวจหาเม็ดเลือดขาว การตรวจหาเชื้อไวรัสด้วยวิธีแยงจมูก หรือการตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการติดเชื้อและให้การรักษาจำเพาะ เช่น การให้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่เกิดจากแบคทีเรีย หรือการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำในเด็กที่มีภาวะขาดน้ำรุนแรง

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อและการเกิดไข้สูงทำได้โดยการสร้างสุขอนามัยที่ดีในครอบครัว ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจ และที่สำคัญที่สุดคือการพาเด็กมารับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามกำหนดนัดของกุมารแพทย์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคที่แข็งแกร่งและลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยในอนาคต

สรุปคำแนะนำสำหรับผู้ดูแล: ตั้งสติเมื่อลูกมีไข้ วัดอุณหภูมิร่างกายให้แน่ชัด ให้ยาลดไข้ตามน้ำหนักตัว เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น ให้ดื่มน้ำเกลือแร่บ่อยๆ และสังเกตสัญญาณอันตรายอย่างใกล้ชิด หากพบอาการซึม หอบ หรือไข้ไม่ลด ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงเช้า
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down