ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องอาการไข้ในเด็กและการตอบสนองของร่างกาย

อาการไข้ (Fever) ในเด็กไม่ใช่โรค แต่เป็นกลไกการตอบสนองของร่างกายเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค โดยปกติอุณหภูมิร่างกายจะอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส เมื่อมีเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย สมองส่วนไฮโปธาลามัส (Hypothalamus) จะสั่งการให้ปรับตั้งค่าอุณหภูมิให้สูงขึ้นเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค อย่างไรก็ตาม ในเด็กเล็กโดยเฉพาะทารกที่มีอายุต่ำกว่า 3 เดือน หรือเด็กที่เคยมีประวัติชักจากไข้ การดูแลอย่างใกล้ชิดถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม

สาเหตุและกลไกการเกิดไข้ในเด็ก

สาเหตุส่วนใหญ่ของไข้ในเด็กมาจากการติดเชื้อ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ การติดเชื้อไวรัส (Viral Infection) เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) มือเท้าปาก หรือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ (RSV) ซึ่งพบได้บ่อยที่สุด และการติดเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Infection) ซึ่งมักมีความรุนแรงกว่าและอาจต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) การติดต่อมักผ่านการหายใจเอาละอองฝอยจากผู้ป่วย การสัมผัสสารคัดหลั่ง หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน

สัญญาณอันตรายที่ห้ามรอจนถึงเช้า (Red Flag Symptoms)

หากลูกมีอาการดังต่อไปนี้ พ่อแม่ควรพาไปพบกุมารแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินทันทีโดยไม่ควรรอให้ถึงรุ่งเช้า:

  • เด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือนที่มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส
  • มีอาการชักจากไข้ (Febrile Seizure) แม้ชักเพียงครั้งเดียว
  • หายใจหอบเหนื่อย อกบุ๋ม จมูกบาน หรือมีเสียงครืดคราดในลำคอ
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดื่มนมหรือไม่ยอมทานน้ำ
  • มีภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เช่น ปากแห้ง ตาโหล ไม่ปัสสาวะเกิน 6-8 ชั่วโมง
  • ไข้สูงลอยเกิน 3 วัน หรือไข้ลดแล้วกลับมาสูงใหม่
  • มีผื่นขึ้นตามตัว ร่วมกับอาการซึมหรือจุดเลือดออก
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามให้ยาแอสไพริน (Aspirin) แก่เด็กโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจก่อให้เกิดกลุ่มอาการราย (Reye Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะตับและสมองอักเสบเฉียบพลันที่รุนแรงถึงชีวิต

วิธีดูแลรักษาและการปฐมพยาบาลเมื่อลูกมีไข้ที่ถูกต้อง

เมื่อลูกเริ่มตัวร้อน คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ดังนี้:

การให้ยาลดไข้ตามน้ำหนักตัว

ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เป็นยาตัวแรกที่แนะนำให้ใช้ โดยขนาดการใช้ที่เหมาะสมคือ 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อครั้ง ทุก 4-6 ชั่วโมง ห้ามให้ยาเกินกว่าขนาดที่กำหนด เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตับของเด็กได้

เทคนิคการเช็ดตัวลดไข้ (Tepid Sponge)

การเช็ดตัวที่ถูกต้องไม่ใช่การใช้น้ำเย็นจัด แต่คือการใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย โดยเช็ดเข้าหาหัวใจเพื่อระบายความร้อนผ่านผิวหนัง เน้นเช็ดบริเวณซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ ซึ่งเป็นจุดที่มีเส้นเลือดใหญ่ผ่าน การเช็ดตัวควรกระทำประมาณ 15-20 นาที หากลูกมีอาการหนาวสั่นให้หยุดเช็ดทันทีและห่มผ้าให้ความอบอุ่น

คำแนะนำจากคุณหมอ: การจิบน้ำบ่อยๆ มีความสำคัญเทียบเท่ากับการให้ยา พ่อแม่ควรป้อนน้ำเปล่าหรือน้ำเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและการช็อกจากการเสียสมดุลเกลือแร่

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อดูแลลูกป่วย

  • ห้ามใช้แอลกอฮอล์เช็ดตัว เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและไข้สูงขึ้นอีก ทั้งยังเป็นอันตรายจากการสูดดมไอระเหย
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมาให้ทานเอง หากแพทย์ยังไม่ได้วินิจฉัยว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในกรณีที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก (Dengue Fever) เพราะอาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติและเป็นอันตรายถึงชีวิต

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการให้วัคซีนตามกำหนด (Vaccination) การล้างมือบ่อยๆ การรักษาสุขอนามัยในที่พักอาศัย และการรับประทานอาหารที่ครบ 5 หมู่เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง หากลูกอยู่ในช่วงวัยเรียน การสอนเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยและการเลี่ยงการคลุกคลีกับเด็กที่ป่วยเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

สรุปขั้นตอนปฏิบัติสำหรับผู้ปกครอง (Parent Checklist)

  • ตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเทอร์โมมิเตอร์ที่ได้มาตรฐานเสมอ
  • ให้ยาพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง
  • เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ใช่น้ำเย็น
  • บันทึกอาการและเวลาที่ไข้ขึ้น เพื่อแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องให้แพทย์ทราบ
  • สังเกตระดับความตื่นตัวและการหายใจ หากผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down