ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องการดูแลลูกเมื่อมีไข้สูง

อาการไข้ในเด็กเป็นเรื่องปกติที่พ่อแม่มักจะต้องเผชิญ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ไข้ไม่ใช่โรค แต่เป็นเพียงกลไกการตอบสนองของร่างกายต่อการอักเสบหรือการติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม การมีไข้สูงติดต่อกันนาน หรือมีอาการร่วมที่รุนแรง อาจเป็นสัญญาณของภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์อย่างทันท่วงที การมีความรู้ความเข้าใจในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

สาเหตุและกลไกการเกิดไข้ในเด็ก

ไข้ (Fever) เกิดขึ้นเมื่อศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายที่อยู่ในสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ปรับระดับอุณหภูมิให้สูงขึ้นเพื่อต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม ส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุหลักดังนี้:

  • การติดเชื้อไวรัส: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) โรคมือเท้าปาก หรือการติดเชื้อในทางเดินหายใจ
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย: เช่น คออักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หรือปอดอักเสบ
  • ปัจจัยอื่นๆ: เช่น การได้รับวัคซีน การสวมใส่เสื้อผ้าหนาเกินไปในสภาพอากาศร้อน หรือภาวะร่างกายขาดน้ำ

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อลูกมีไข้

เมื่อลูกเริ่มตัวร้อน พ่อแม่ควรจัดการสภาพแวดล้อมและช่วยเหลือตามขั้นตอนที่ถูกต้องเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย ดังนี้:

  • การเช็ดตัวลดไข้ (Tepid Sponge): ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง บิดพอหมาด เช็ดตามข้อพับ ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ เพื่อช่วยในการระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดเพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและไข้สูงขึ้นกว่าเดิม
  • การให้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol): เป็นยาที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็ก โดยให้ในขนาด 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมง เมื่อมีไข้
  • การดื่มน้ำและพักผ่อน: ให้เด็กดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ (Dehydration) หากเป็นทารกควรให้ดูดนมแม่บ่อยขึ้น
  • การระบายอากาศ: สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่ควรห่มผ้าหนาหรือห่อตัวเด็กแน่นเกินไปแม้ในขณะที่เด็กมีอาการหนาวสั่น
คำแนะนำจากคุณหมอ: การวัดไข้ที่แม่นยำที่สุดคือการวัดทางทวารหนักหรือทางหูสำหรับเด็กเล็ก แต่สำหรับเด็กโตการวัดทางรักแร้หรือช่องปากสามารถทำได้ โดยไข้สูงหมายถึงอุณหภูมิร่างกายตั้งแต 38.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ที่ต้องรีบพบแพทย์

หากพบอาการดังต่อไปนี้ ห้ามรอจนถึงเช้า ควรพาไปห้องฉุกเฉินทันที:

  • มีไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส หรือไข้สูงติดต่อกันเกิน 3 วัน
  • เด็กมีอาการซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือดูอ่อนเพลียมากผิดปกติ
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนอกบุ๋ม หรือมีเสียงดังผิดปกติขณะหายใจ
  • มีอาการชักจากไข้ (Febrile Seizure)
  • ปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะน้อยลง หรือไม่มีปัสสาวะเกิน 6-8 ชั่วโมง ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะขาดน้ำรุนแรง
  • มีจุดเลือดออกตามตัว หรือมีอาการอาเจียนรุนแรง ทานอาหารไม่ได้เลย

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

มีข้อผิดพลาดหลายประการที่พ่อแม่พึงหลีกเลี่ยง:

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin): เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการราย (Reye's Syndrome) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • ระมัดระวังยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen): หากสงสัยว่าเด็กอาจเป็นไข้เลือดออก ห้ามใช้ยาในกลุ่มนี้เด็ดขาดเพราะจะทำให้เลือดออกในทางเดินอาหารได้ง่ายขึ้น
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ทานเอง: ไข้ส่วนใหญ่ในเด็กเกิดจากไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่มีผลในการรักษา การใช้ยาพร่ำเพรื่อนำไปสู่ปัญหาเชื้อดื้อยา
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีไข้สูงและมีผื่นขึ้นร่วมด้วย หรือมีอาการปวดท้องรุนแรง ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาภาวะไข้เลือดออก (Dengue Fever) หรือโรคติดเชื้ออื่นๆ ทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้จนเด็กมีอาการช็อกหรือซึม

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

การป้องกันไข้ที่ดีที่สุดคือการสร้างสุขอนามัยที่ดีและการได้รับวัคซีนครบตามกำหนด:

  • ล้างมือให้สะอาดเป็นประจำเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดของโรค
  • ดูแลโภชนาการให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมรับมือกับเชื้อโรค
  • ฉีดวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริม เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี เพื่อลดความรุนแรงของโรค

สรุปขั้นตอนปฏิบัติสำหรับพ่อแม่

เมื่อลูกมีไข้สูง ให้ตั้งสติและปฏิบัติตามนี้:

  1. วัดอุณหภูมิร่างกายให้แน่ชัด
  2. เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นและให้ยาลดไข้ตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง
  3. เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการซึม หายใจหอบ หรือไข้ไม่ลด ให้รีบพาไปพบกุมารแพทย์โดยไม่ต้องรอเวลา
  4. บันทึกอาการและระยะเวลาที่มีไข้ เพื่อแจ้งข้อมูลให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down