ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เด็กเป็นไข้เปิดแอร์ได้ไหม ไขข้อข้องใจจากกุมารแพทย์

อาการไข้ในเด็กเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก ยิ่งเมื่อลูกน้อยล้มป่วยลงพร้อมกับอาการตัวร้อนจัด คำถามคลาสสิกที่มักเกิดขึ้นในห้องตรวจกุมารแพทย์เสมอคือ เด็กเป็นไข้เปิดแอร์ได้ไหม เพราะในอดีตมักมีความเชื่อต่อกันมาว่าห้ามโดนลมแอร์ ห้ามอาบน้ำ หรือต้องห่มผ้าหนาๆ เพื่อขับเหงื่อ ซึ่งในความเป็นจริงทางการแพทย์ยุคปัจจุบัน ความเชื่อเหล่านี้มีความคลาดเคลื่อนและอาจส่งผลเสียต่อเด็กมากกว่าผลดี การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการเกิดไข้ การจัดการอุณหภูมิห้องที่เหมาะสม และการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลลูกรักให้ปลอดภัยและหายจากอาการเจ็บป่วยได้อย่างรวดเร็ว

คำแนะนำจากคุณหมอ: การเปิดแอร์ในห้องที่มีเด็กเป็นไข้สามารถทำได้และควรทำด้วยซ้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นไปอีกจากความร้อนอบอ้าว สิ่งสำคัญคือการควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมและไม่ให้ลมแอร์เป่าโดนตัวเด็กโดยตรง

สาเหตุและกลไกการเกิดไข้ในเด็ก

ไข้ (Fever) ไม่ใช่โรค แต่เป็นอาการแสดงหนึ่งของร่างกายที่บ่งบอกว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อหรือความผิดปกติภายในร่างกาย เมื่อเชื้อโรค เช่น ไวรัสหรือแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย เม็ดเลือดขาวจะหลั่งสารที่เรียกว่า ไพโรเจน (Pyrogens) ออกมา ซึ่งสารเหล่านี้จะเดินทางไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมอุณหภูมิร่างกายที่สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ให้ตั้งจุดตั้งรับอุณหภูมิร่างกาย (Set Point) ให้สูงขึ้นกว่าปกติ ส่งผลให้ร่างกายมีกลไกในการสร้างความร้อนเพิ่มขึ้น เช่น การเกิดอาการหนาวสั่น หลอดเลือดหดตัวเพื่อให้ร่างกายกักเก็บความร้อน และเมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น หัวใจและระบบเมแทบอลิซึมจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สาเหตุส่วนใหญ่ของไข้ในเด็กมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เชื้ออาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus หรือ RSV) หรือการติดเชื้อทางเดินอาหาร นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการได้รับวัคซีน การอักเสบภายในร่างกาย หรือการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงเกินไปจนร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน ซึ่งในเด็กเล็ก โดยเฉพาะทารก กลไกการควบคุมอุณหภูมิร่างกายยังพัฒนา ใช้งานได้ไม่เต็มที่เท่าผู้ใหญ่ จึงทำให้เกิดไข้ได้ง่ายและอุณหภูมิพุ่งสูงได้อย่างรวดเร็ว

ไข้แบบไหนควรเปิดแอร์ ไข้แบบไหนควรปิด

การตัดสินใจว่าจะเปิดแอร์หรือปิดแอร์เมื่อเด็กเป็นไข้ ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการและอุณหภูมิของร่างกายในขณะนั้น โดยกุมารแพทย์มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยดังต่อไปนี้

กรณีที่ควรเปิดแอร์

เมื่อเด็กมีไข้ร่วมกับอาการตัวร้อนจัด ผิวหนังแดง และมีความรู้สึกร้อนรุ่ม การเปิดแอร์ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะสภาพอากาศในห้องที่ร้อนอบอ้าวจะทำให้ร่างกายของเด็กไม่สามารถระบายความร้อนส่วนเกินออกมาได้ ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงขึ้นไปอีก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการชักจากไข้สูง (Febrile Seizure) การเปิดแอร์จะช่วยลดอุณหภูมิรอบตัวให้อยู่ในระดับที่เย็นสบาย ช่วยให้หลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังคลายตัวและระบายความร้อนได้ดีขึ้น แนะนำให้ตั้งอุณหภูมิแอร์ไว้ที่ระดับสองสิบห้าถึงสองสิบเจ็ดองศาเซลเซียส และสวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย ไม่หนาจนเกินไป

กรณีที่ควรปิดแอร์หรือปรับเปลี่ยน

หากเด็กอยู่ในระยะที่กำลังมีอาการหนาวสั่นจัด (Chills) ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิร่างกายกำลังไต่ระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กจะรู้สึกหนาวสะท้านและตัวเย็นชั่วคราว ในช่วงเวลานี้การเปิดแอร์ที่เย็นจัดอาจทำให้เด็กยิ่งหนาวสั่นมากขึ้นและไม่สบายตัว สามารถปิดแอร์ชั่วคราวหรือปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้น พร้อมกับห่มผ้าห่มบางๆ เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นจนกว่าอาการหนาวสั่นจะหายไป เมื่อเข้าสู่ระยะที่ไข้คงที่และตัวเริ่มร้อนแล้ว จึงค่อยเปิดแอร์ตามปกติ นอกจากนี้ หากเป็นห้องที่ระบบระบายอากาศไม่ดี หรือเด็กมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับทางเดินหายใจที่ไวต่ออากาศแห้ง การใช้เครื่องฟอกอากาศร่วมด้วยหรือปรับทิศทางลมแอร์ไม่ให้โดนตัวเด็กโดยตรงก็เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

อาการและสัญญาณอันตราย Red Flags ที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้ว่าไข้ส่วนใหญ่ในเด็กจะหายได้เองเมื่อดูแลตามอาการ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตสัญญาณอันตรายอย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงมากโดยวัดอุณหภูมิทางทวารหนักหรือทางรักแร้ได้สูงกว่าสามสิบเก้าองศาเซลเซียส และไข้ไม่ยอมลดลงเลยหลังจากให้ยาลดไข้และเช็ดตัวแล้ว
  • มีอาการชักเกร็ง กระตุก หรือหมดสติ ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์โดยด่วน
  • เด็กซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือมีความผิดปกติทางระบบประสาท
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือมีเสียงครืดคราดในลำคอ
  • มีอาการขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา กระหม่อมบุ๋มลงไปในทารก หรือปัสสาวะมีสีเข้มจัดและไม่อปัสสาวะเลยนานเกินหกชั่วโมง
  • มีผื่นขึ้นตามผิวหนังร่วมกับไข้สูง อาเจียนพุ่ง หรือปวดศีรษะรุนแรง

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การดูแลเด็กเป็นไข้ที่บ้านต้องทำด้วยความเข้าใจและถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อช่วยบรรเทาอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

การให้ยาลดไข้ที่ปลอดภัย

ยาลดไข้หลักที่ปลอดภัยสำหรับเด็กคือ ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) โดยต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวของเด็กอย่างเคร่งครัด คือสิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ให้กินทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเฉพาะเวลาที่มีไข้เท่านั้น ห้ามให้ยาบ่อยเกินกำหนดเพราะอาจเป็นอันตรายต่อตับ สำหรับยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) สามารถใช้ได้ในเด็กอายุมากกว่าหกเดือนขึ้นไป แต่ห้ามใช้เด็ดขาดหากสงสัยว่าเป็นโรคไข้เลือดออก เนื่องจากจะทำให้เลือดออกง่ายขึ้นและเป็นอันตรายถึงชีวิต และห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาด เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye Syndrome) ซึ่งส่งผลให้สมองและตับได้รับความเสียหายรุนแรง

การเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกวิธี

การเช็ดตัวควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเด็ดขาด เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและกักเก็บความร้อนไว้ข้างในมากขึ้น การเช็ดตัวให้เริ่มจากการเช็ดบริเวณใบหน้า ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ ซึ่งเป็นจุดที่มีเส้นเลือดใหญ่ผ่าน เพื่อช่วยระบายความร้อนออกสู่ภายนอก จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดตามลำตัวและแขนขา วางผ้าบริเวณหน้าผากและซอกพับต่างๆ นานประมาณสิบถึงสิบห้าสิบนาที แล้วซับตัวให้แห้งและสวมเสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำผสมแอลกอฮอล์เช็ดตัวเด็กเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์จะซึมเข้าสู่ผิวหนังและทาง ะเดินหายใจทำให้เด็กเกิดภาวะเป็นพิษและหมดสติได้

การป้องกันภาวะขาดน้ำและการโภชนาการ

เมื่อมีไข้ ร่างกายจะสูญเสียน้ำผ่านทางผิวหนังและการหายใจมากกว่าปกติ จึงควรให้เด็กจิบน้ำอุ่นหรือน้ำเกลือแร่สำหรับเด็ก (ORS) บ่อยๆ สำหรับทารกควรให้ดื่มนมแม่หรือนมสูตรปกติให้บ่อยขึ้น ด้านอาหารควรเลือกอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือซุปอุ่นๆ ที่มีสารอาหารครบถ้วน หลีกเลี่ยงอาหารมันหรืออาหารย่อยยาก

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการเจ็บป่วยและลดความถี่ในการเป็นไข้สามารถทำได้ด้วยการสร้างสุขอนามัยที่ดีในครอบครัว ฝึกให้เด็ก ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ รักษาสิ่งแวดล้อมภายในบ้านให้สะอาด ปลอดโปร่ง และมีการถ่ายเทอากาศที่ดี นอกจากนี้ การรับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี วัคซีนป้องกันโรคไอแอม ไวรัสอาร์เอสวี และวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกันอื่นๆ จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและการนอนโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำแนะนำจากคุณหมอ: ความรักความใส่ใจและการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดของคุณพ่อคุณแม่ คือหัวใจสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ลูกน้อยผ่านพ้นช่วงเวลาที่เจ็บป่วยไปได้อย่างปลอดภัย หากมีข้อสงสัยหรือกังวลใจเกี่ยวกับอาการของลูก ควรปรึกษากุมารแพทย์ผู้ดูแลทันที

สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ผู้ดูแล

  • เปิดแอร์ให้เด็กเป็นไข้ได้เพื่อช่วยระบายความร้อน แต่ควรตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสมที่สองสิบห้าถึงสองสิบเจ็ดองศาเซลเซียส และไม่ให้ลมแอร์เป่าโดนตัวเด็กโดยตรง
  • ปิดแอร์ชั่วคราวหากเด็กมีอาการหนาวสั่นจัด จนกว่าร่างกายจะปรับอุณหภูมิได้คงที่
  • ให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาอันตรายให้เด็กกินเอง
  • หมั่นเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น ให้เด็กจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • สังเกตอาการเรดแฟกซ์ เช่น ไข้สูงมาก ซึม หอบเหนื่อย ชัก และรีบพาไปพบแพทย์ฉุกเฉินทันทีหากพบอาการผิดปกติ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down