ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเข้าใจที่ถูกต้องเมื่อลูกน้อยเป็นไข้ร่วมกับอาการตัวสั่น

อาการไข้ในเด็กเล็กถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนที่สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด โดยเฉพาะเมื่ออาการไข้มาพร้อมกับอาการตัวสั่นหรือหนาวสะท้าน ซึ่งมักทำให้ผู้ปกครองเกิดความสับสนว่าควรจะดูแลอย่างไรดี ระหว่างการเปิดแอร์ให้เย็นเพื่อคลายความร้อน หรือการห่มผ้าหนาๆ เพื่อให้ความอบอุ่น บทความนี้รวบรวมคำแนะนำทางการแพทย์ที่ครอบคลุมและถูกต้องที่สุด เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยต่อสุขภาพของเด็ก

อาการไข้ (Fever) ไม่ใช่โรค แต่เป็นกลไกการตอบสนองของร่างกายต่อการติดเชื้อหรือการอักเสบ โดยศูนย์ควบคุมความอุณหภูมิในสมองจะปรับตั้งค่าอุณหภูมิร่างกายให้สูงขึ้น เพื่อช่วยต่อ1ต้านเชื้อโรค เมื่ออุณหภูมิภายในร่างกายกำลังพุ่งสูงขึ้น สมองจะส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อหดตัวและคลายตัวอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความร้อน ทำให้เด็กเกิดอาการตัวสั่นหรือหนาวสะท้าน แม้ว่าผิวสัมผัสภายนอกจะรู้สึกเย็นหรือตัวร้อนจัดก็ตาม

สาเหตุและกลไกการเกิดไข้ร่วมกับอาการตัวสั่นในเด็ก

การที่เด็กมีไข้สูงร่วมกับอาการตัวสั่น เกิดจากกระบวนการทางสรีรวิทยาที่ร่างกายพยายามปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้น สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการติดเชื้อในระบบต่างๆ ของร่างกาย ดังนี้

  • การติดเชื้อไวรัส: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus Infection) โรคไข้เลือดออก และโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย: เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ทอนซิลอักเสบเป็นหนอง หรือปอดอักเสบ ซึ่งมักทำให้มีไข้สูงและหนาวสั่นเด่นชัด
  • การได้รับวัคซีน: เด็กบางรายอาจมีไข้ต่ำถึงไข้สูงหลังจากการได้รับวัคซีนเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจมีอาการตัวสั่นร่วมด้วยเล็กน้อยในช่วงที่ไข้กำลังขึ้น
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในช่วงที่เด็กมีอาการตัวสั่นเพราะไข้กำลังขึ้น หลีกเลี่ยงการเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นจัดทันที เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายสั่นมากขึ้นและทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายสูงขึ้นไปอีก ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหมาดๆ เช็ดเพื่อปรับอุณหภูมิอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ไขข้อข้องใจ เด็กเป็นไข้ร่วมกับตัวสั่น ควรเปิดแอร์กี่องศาดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือเรื่องการจัดการอุณหภูมิห้องและการเปิดแอร์เมื่อเด็กมีไข้ การเข้าใจกลไกความร้อนของร่างกายจะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง โดยหลักการแพทย์แล้ว อุณหภูมิห้องที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กที่เป็นไข้ควรอยู่ระหว่าง 25 ถึง 27องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป

การปิดแอร์หรือปิดพัดลมไปเลยไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เพราะจะทำให้ระบายความร้อนได้ยาก และอาจทำให้เด็กอึดอัด งอแง หายใจลำบาก ในทางกลับกัน การเปิดแอร์ในระดับที่เย็นจัดเกินไป (เช่น ต่ำกว่า 22 องศาเซลเซียส) จะทำให้หลอดเลือดที่ผิวหนังหดตัว ยิ่งกระตุ้นให้อาการตัวสั่นรุนแรงขึ้น และกักเก็บความร้อนไว้ภายในร่างกาย ทำให้ไข้ลดลงได้ยากยิ่งขึ้น ดังนั้น การเปิดแอร์ในระดับปานกลางและให้ลมแอร์กระจายทั่วห้องโดยไม่เป่าโดนตัวเด็กโดยตรงคือแนวทางที่ดีที่สุด

วิธีห่มผ้าและเลือกเครื่องแต่งกายที่ปลอดภัยสำหรับเด็กเป็นไข้

การเลือกเสื้อผ้าและการห่มผ้าในช่วงที่เด็กมีไข้และตัวสั่นต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นจนเป็นอันตราย โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

  • เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี: ควรสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อผ้าฝ้ายบางเบา สวมสบาย ไม่หนาจนเกินไป เพื่อให้ความร้อนในร่างกายระบายออกสู่ภายนอกได้ง่าย
  • การห่มผ้าในช่วงตัวสั่น: หากเด็กมีอาการหนาวสั่นในระยะที่ไข้กำลังขึ้น สามารถห่มผ้าห่มบางๆ ให้ความอบอุ่นชั่วคราวได้ แต่เมื่ออาการสั่นหยุดลงและร่างกายเริ่มร้อนจัด (Flush stage) ควรถอดผ้าห่มออกทันที
  • หลีกเลี่ยงการห่มผ้าหนาหลายชั้น: ความเชื่อที่ว่าต้องห่มผ้าหนาๆ เพื่อให้เหงื่อออก เป็นความเชื่อที่อันตรายในเด็กเล็ก เพราะอาจทำให้ระบายความร้อนไม่ได้ จนเกิดภาวะชักจากไข้สูง (Febrile Seizure) ได้

สัญญาณเตือนอันตราย Red Flags ที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

แม้ว่าไข้ส่วนใหญ่จะสามารถดูแลเบื้องต้นที่บ้านได้ แต่มีอาการบางประการที่เป็นสัญญาณอันตรายทางการแพทย์ ซึ่งผู้ปกครองต้องรีบพาบุตรหลานไปพบแพทย์ ณ โรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงมากเกิน 39 องศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ยอมลดแม้จะให้ยาลดไข้และเช็ดตัวแล้ว
  • มีอาการชักเกร็ง ตาค้าง หรือหมดสติ
  • เด็กซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือร้องกวนผิดปกติ
  • หายใจหอบเหนื่อย ปีกจมูกบาน หน้าอกบุ๋ม หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ
  • มีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะมีสีเข้มมากหรือไม่อัสสาวะนานเกิน 6 ชั่วโมง
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ผื่นขึ้นกระจายตัว หรืออาเจียนพุ่งรุนแรง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีรับประทานยาแอสไพริน (Aspirin) เด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงในการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ส่งผลต่อตับและสมอง

วิธีรักษาและดูแลเด็กเป็นไข้ที่บ้านอย่างถูกต้อง

การดูแลเด็กป่วยไข้ต้องอาศัยความใส่ใจและความเข้าใจในหลักการแพทย์ เพื่อให้เด็กฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

การให้ยาลดไข้ตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง

ยาลดไข้ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กคือยาพาราเซตามอล (Paracetamol) โดยต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวจริงของเด็ก (10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการไข้ หลีกเลี่ยงการกะปริมาณยาเองโดยไม่ชั่งน้ำหนักเด็ก และห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในเด็กที่มีภาวะสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก

การชดเชยน้ำและสารอาหาร

เนื่องจากเด็กเป็นไข้จะสูญเสียน้ำในร่างกายมากกว่าปกติ คุณพ่อคุณแม่ควรให้เด็กจิบน้ำอุ่น นมแม่ หรือสารละลายเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ สำหรับเด็กโตสามารถทานอาหารอ่อนๆ ที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม หรือโจ๊ก เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานในการต่อสู้กับโรค

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในเด็ก

การป้องกันการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุของไข้และการหนาวสั่น สามารถทำได้โดยการดูแลสุขอนามัยพื้นฐานและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค

  • พาเด็กรับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามกำหนดนัดหมายของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • ฝึกให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจ
  • ส่งเสริมให้เด็กทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายตามวัยเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

ขั้นตอนปฏิบัติเร่งด่วนเมื่อลูกเป็นไข้ร่วมกับตัวสั่น:
  • ปรับอุณหภูมิแอร์ให้อยู่ที่ 25 ถึง 27 องศาเซลเซียส ไม่หนาวหรือร้อนเกินไป
  • สวมเสื้อผ้าโปร่งสบาย ห่มผ้าบางๆ เฉพาะช่วงที่ตัวสั่น และนำผ้าออกเมื่อตัวเริ่มร้อน
  • เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นหมาดๆ และให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว
  • ให้เด็กจิบน้ำหรือเกลือแร่บ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีสัญญาณอันตราย เช่น ซึม ชัก หอบเหนื่อย รีบพาไปพบแพทย์ทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down