ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเป็นไข้สูงเปิดแอร์นอนได้ไหม: คำตอบและกลไกทางการแพทย์

คำถามที่พ่อยกและแม่มักกังวลใจอย่างมากเมื่อเด็กมีอาการตัวร้อนคือ "ลูกเป็นไข้สูงเปิดแอร์นอนได้ไหม" ในทางกุมารเวชศาสตร์ คำตอบคือ สามารถเปิดเครื่องปรับอากาศให้เด็กนอนได้ และในหลายกรณีการอยู่ในห้องที่มีอากาศเย็นสบายอย่างเหมาะสมยังช่วยสนับสนุนกระบวนการระบายความร้อนออกจากร่างกายของเด็กได้ดีกว่าการอยู่ในห้องที่อับชื้นและร้อนอบอ้าว

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค และสมาคมกุมารแพทย์ระบุว่า อุณหภูมิสิ่งแวดล้อมมีผลอย่างยิ่งต่อการกำกับอุณหภูมิร่างกาย (Thermoregulation) การปล่อยให้เด็กอยู่ในห้องที่ร้อนเกินไปจะทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ยาก ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลาง (Core Body Temperature) สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เสี่ยงต่อการเกิดภาวะชักจากไข้สูง (Febrile Seizure) อย่างไรก็ตาม การเปิดแอร์อย่างผิดวิธี เช่น อุณหภูมิต่ำเกินไป ลมแอร์เป่าลงตัวเด็กโดยตรง หรือความชื้นในอากาศต่ำเกินไป อาจส่งผลให้ระบบทางเดินหายใจระคายเคืองและกระตุ้นให้อาการไอ จาม หรือคัดจมูกรุนแรงขึ้นได้

คำแนะนำจากคุณหมอ: การให้เด็กป่วยนอนในห้องแอร์สามารถทำได้อย่างปลอดภัย หากมีการควบคุมอุณหภูมิห้องให้อยู่ในระดับพอเหมาะ (25-27 องศาเซลเซียส) มีการถ่ายเทอากาศที่ดี และมีการรักษาระดับความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศอย่างเหมาะสม

สาเหตุและกลไกการเกิดไข้ร่วมกับอาการไอจามในเด็ก

กลไกการเกิดไข้ (Pathophysiology of Fever) เริ่มต้นเมื่อร่างกายได้รับเชื้อโรค เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza), เชื้อเอชเอ็มพีวี (Human Metapneumovirus - hMPV), เชื้ออาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus - RSV) หรือเชื้อแบคทีเรีย เซลล์เม็ดเลือดขาวจะปลดปล่อยสารสื่ออักเสบที่เรียกว่า ไพโรเจน (Pyrogens) เช่น Interleukin-1 (IL-1) และ Tumor Necrosis Factor (TNF) เข้าสู่กระแสเลือด สารเหล่านี้จะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ให้ปรับระดับอุณหภูมิอ้างอิงของร่างกาย (Set-point) สูงขึ้น ร่างกายจึงตอบสนองด้วยการหดตัวของเส้นเลือดฝ้ายที่ผิวหนังเพื่อลดการสูญเสียความร้อน ส่งผลให้เด็กมีอาการมือเท้าเย็นและหนาวสั่นในระยะแรกของการมีไข้

ปัจจัยที่ทำให้เด็กไอและจามมากขึ้นเมื่อนอนห้องแอร์

เมื่อเด็กป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เยื่อบุทางเดินหายใจจะเกิดการบวมและอักเสบ การนอนในห้องปรับอากาศอาจกระตุ้นให้ไอและจามเพิ่มขึ้นจากปัจจัยหลักดังนี้:

  • ความชื้นในอากาศต่ำ (Low Humidity): เครื่องปรับอากาศจะดึงความชื้นออกจากอากาศ ทำให้อากาศแห้ง เมื่อเด็กสูดดมอากาศแห้งเข้าสู่ทางเดินหายใจ จะทำให้เมือก (Mucus) ที่บุทางเดินหายใจแห้งกรอบ ลดประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ขนแกว่ง (Ciliary Clearance) ในการกำจัดเชื้อโรค ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองคอและกระตุ้นกลไกการไอ
  • การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลัน (Thermal Shock): หากอุณหภูมิห้องเย็นจัด ลมแอร์สัมผัสผิวหนังโดยตรง จะทำให้หลอดเลือดฝ้ายที่เยื่อบุจมูกหดตัวและขยายตัวอย่างรวดเร็ว กระตุ้นภาวะภูมิแพ้อากาศ หรือทำให้เยื่อบุจมูกบวม ส่งผลให้มีน้ำมูกไหล คัดจมูก และจาม
  • ฝุ่นละอองและสารก่อภูมิแพ้ในแอร์: แผ่นกรองอากาศที่ไม่ได้ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมออาจเป็นแหล่งสะสมของสปอร์เชื้อรา ไรฝุ่น และเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งจะถูกพัดกระจายออกมาตามกระแสลมและกระตุ้นการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ

ระยะการดำเนินโรคและลำดับอาการของไข้สูงในเด็ก

การเข้าใจระยะของไข้ช่วยให้ผู้ดูแลสามารถรับมือและให้การดูแลได้อย่างถูกวิธีตามหลักการแพทย์ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้:

  • ระยะไข้ขึ้น (Chill Phase): เป็นระยะที่ไฮโปทาลามัสเริ่มปรับ Set-point สูงขึ้น เด็กจะมีอาการตัวร้อนแต่ปลายมือปลายเท้าเย็น หนาวสั่น ร้องงอแง ในระยะนี้ห้ามเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นจัดเด็ดขาด เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายผลิตความร้อนเพิ่มขึ้น
  • ระยะไข้สูงคงที่ (Flush Phase): เป็นระยะที่อุณหภูมิร่างกายขึ้นสูงถึงจุด Set-point ใหม่ ผิวหนังจะแดง ร้อน แห้ง หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว เด็กมักมีอาการซึม เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ หรือปวดเมื่อยตามตัว ระยะนี้เป็นระยะที่ต้องทำการเช็ดตัวลดไข้ (Tepid Sponge) และระบายความร้อนออกจากร่างกายอย่างเต็มที่
  • ระยะไข้ลด (Defervescence Phase): เป็นระยะที่ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิปรับระดับ Set-point กลับสู่ปกติ ร่างกายจะขับความร้อนออกทางผิวหนังโดยการขยายตัวของหลอดเลือดฝ้ายและมีเหงื่อออกมาก เด็กจะเริ่มสบายตัวขึ้น ดื่มน้ำและรับประทานอาหารได้มากขึ้น

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาเด็กพบแพทย์ทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งในสัญญาณเตือนอันตรายเหล่านี้ ห้ามรอให้ไข้ลดเองที่บ้าน ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อพบกุมารแพทย์โดยทันที

ผู้ดูแลต้องเฝ้าระวังอาการวิกฤตที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต หรือแสดงถึงการติดเชื้อรุนแรง เช่น ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) หรือปอดอักเสบรุนแรง (Severe Pneumonia) ได้แก่:

  • ไข้สูงไม่ลดลง: เด็กมีไข้สูงเกิน 39.0 องศาเซลเซียส และไข้ไม่ลดลงเลยหลังได้รับยาลดไข้และเช็ดตัวอย่างถูกต้อง หรือไข้สูงต่อเนื่องเกิน 3 วัน (72 ชั่วโมง)
  • อาการชักจากไข้สูง (Febrile Convulsion): เด็กมีอาการเกร็ง กระตุก ตาค้าง ไม่รู้สึกตัว หรือหมดสติ
  • ซึมจัด หรือสับสน: เด็กไม่สบตา ปลุกตื่นยาก ร้องงอแงแบบผิดปกติ ไม่เล่น ไม่ตอบสนองต่อผู้ดูแล
  • ภาวะหายใจล้มเหลว/หอบเหนื่อย (Respiratory Distress): หายใจเร็วเกินค่ามาตรฐานตามวัย, หายใจมีเสียงวี้ด (Wheezing) หรือเสียงครืดคราด, ปีกจมูกบานขณะหายใจ, มีการบุ๋มของชายโครง (Subcostal Retractions) หรืออกบุ๋มอย่างชัดเจน
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง (Severe Dehydration): ปากแห้ง ผิวแห้ง ตาลึกบ๋อม ไม่มีน้ำตาเวลาร้องไห้ ไม่ถ่ายปัสสาวะนานเกิน 6 ชั่วโมง หรือปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มมาก
  • มีผื่นจุดเลือดออก (Petechiae / Purpura): เกิดผื่นแดงหรือจุดเลือดออกใต้ผิวหนังที่ไม่บุ๋มหายไปเมื่อใช้นิ้วกด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคไข้เลือดออก (Dengue Hemorrhagic Fever) หรือโรคติดเชื้อเมนิงโกคอกคัส (Meningococcal Disease)
  • ทารกแรกเกิดถึงอายุต่ำกว่า 3 เดือน: มีไข้สูงเกิน 38.0 องศาเซลเซียส ต้องได้รับการประเมินโดยกุมารแพทย์ทันทีทุกกรณี

การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์สำหรับเด็กที่มีไข้สูง

เมื่อพาเด็กมาพบกุมารแพทย์ แพทย์จะดำเนินกระบวนการประเมินและตรวจวินิจฉัยตามขั้นตอนมาตรฐานดังนี้:

  • การซักประวัติอย่างละเอียด (History Taking): สอบถามระยะเวลาที่มีไข้ ลักษณะของไข้ อาการร่วม เช่น ไอ จาม ประวัติการสัมผัสผู้ป่วย ประวัติวัคซีน และปริมาณน้ำหรือนมที่เด็กดื่มได้
  • การตรวจร่างกายเชิงลึก (Physical Examination): ตรวจฟังเสียงปอดและหัวใจ (Auscultation) ตรวจช่องคอและต่อมทอนซิล ตรวจแก้วหูเพื่อหาภาวะหูชั้นกลางอักเสบ (Otitis Media) และตรวจคลำช่องท้อง
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory Tests):
    • Rapid Antigen Test / Nasopharyngeal Swab: ตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza A/B), เชื้อ RSV, เชื้อ COVID-19 หรือเชื้อ Streptococcus กลุ่ม A ในคอ
    • การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count - CBC): เพื่อดูการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน แยกการติดเชื้อไวรัสออกจากแบคทีเรีย และตรวจระดับเกล็ดเลือดในกรณีสงสัยโรคไข้เลือดออก
    • การตรวจสารอักเสบในเลือด (C-Reactive Protein - CRP / Procalcitonin): ใช้ประเมินความรุนแรงของการอักเสบและการติดเชื้อแบคทีเรียเชิงลึก
    • ภาพถ่ายรังสีทรวงอก (Chest X-ray): พิจารณาทำในกรณีที่เด็กมีอาการหายใจหอบ ฟังได้เสียงผิดปกติในปอด หรือสงสัยภาวะปอดบวม (Pneumonia)

เคล็ดลับการจัดสภาพแวดล้อมห้องแอร์สำหรับเด็กป่วย

การปรับห้องแอร์ให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมจะช่วยให้เด็กนอนหลับพักผ่อนได้เต็มที่ ลดการระคายเคืองของทางเดินหายใจ และช่วยลดไข้ได้อย่างปลอดภัย โดยมีหลักการปฏิบัติดังนี้:

1. กำหนดอุณหภูมิห้องอย่างเหมาะสม

ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ระหว่าง 25 - 27 องศาเซลเซียส ไม่ควรตั้งอุณหภูมิเย็นเกินไป (ต่ำกว่า 24 องศาเซลเซียส) เพราะจะทำให้เด็กเกิดอาการหนาวสั่น หลอดเลือดหดตัว และไข้กลับสูงขึ้นได้

2. ควบคุมทิศทางลมแอร์

ปรับบานสวิง (Louvers) ให้กระแสลมพัดขนานไปกับเพดานห้อง ห้ามให้ลมเย็นจากแอร์ตกกระทบตัวเด็กโดยตรง ควรใช้แผ่นกั้นลมแอร์ (Air Deflector) หรือจัดตำแหน่งเตียงนอนให้อยู่ห่างจากทิศทางลมพัด

3. รักษาระดับความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ

ควรให้ความชื้นสัมพัทธ์ในห้องแอร์อยู่ที่ระดับ 40% - 60% สามารถทำได้โดยการใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ (Cool Mist Humidifier) หรือวางภาชนะใส่น้ำสะอาดไว้ภายในห้อง เพื่อป้องกันเยื่อบุทางเดินหายใจแห้ง

4. การแต่งกายและการเลือกผ้าห่ม

สวมเสื้อผ้าผ้าฝ้าย (Cotton) ที่โปร่ง เบา ระบายอากาศได้ดี ไม่ควรสวมเสื้อหนาหรือใส่เสื้อผ้าหลายชั้น และใช้ผ้าห่มผืนบางคลุมบริเวณอกถึงขา โดยเว้นส่วนศีรษะและเปิดปลายเท้าไว้เพื่อช่วยระบายความร้อน

วิธีดูแลรักษาและพยาบาลเด็กป่วยที่บ้าน

การดูแลรักษาเด็กเป็นไข้สูงเน้นการรักษาตามอาการ (Symptomatic Treatment) เพื่อให้เด็กสบายตัวขึ้นและป้องกันภาวะแทรกซ้อน:

วิธีเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ (Tepid Sponge)

การเช็ดตัวเป็นวิธีระบายความร้อนด้วยการพาความร้อน (Convection) และการระเหยของน้ำ (Evaporation) ซึ่งควรปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด:

  • เตรียมน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง (ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำผสมแอลกอฮอล์เด็ดขาด)
  • ถอดเสื้อผ้าเด็กออกในห้องที่ไม่มีลมพัดชดเชย
  • ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำบิดหมาด เช็ดบริเวณใบหน้า คอ และพักผ้าไว้บริเวณซอกคอ รักแร้ ข้อพับ และขาหนีบ เป็นเวลา 2-3 นาทีต่อจุด เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มีหลอดเลือดขนาดใหญ่ผ่าน
  • เช็ดผิวย้อนทิศทางการไหลเวียนของขน (เช็ดจากปลายมือปลายเท้าเข้าหาหัวใจ) เพื่อเปิดรูขุมขนให้ระบายความร้อน
  • ระยะเวลาในการเช็ดตัวควรรวมประมาณ 15 - 20 นาที จากนั้นซับตัวให้แห้งและสวมเสื้อผ้าโปร่ง

การทดแทนน้ำและเกลือแร่ (Fluid Replacement)

ไข้สูงทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำเพิ่มขึ้นจากอัตราการเมตาบอลิซึมและการหายใจที่เร็วขึ้น ผู้ดูแลควรให้เด็กดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ หรือดื่มสารน้ำเกลือแร่สำหรับเด็ก (Oral Rehydration Salts - ORS) จิบทีละน้อยตลอดวัน สำหรับเด็กทารกให้เน้นการเข้าเต้าให้นมแม่หรือนมผงตามปกติเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

ข้อควรระวังสำคัญและข้อห้ามเด็ดขาดในการรักษาไข้เด็ก

ข้อควรระวังทางการแพทย์: การให้ยาผิดประเภทหรือผิดขนาดในเด็กอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อตับ ไต หรือระบบเลือดได้

1. ขนาดยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ที่ถูกต้อง

การคำนวณขนาดยาพาราเซตามอลในเด็กต้องใช้น้ำหนักตัวของเด็กเป็นหลัก ไม่ควรใช้การกะปริมาณตามอายุ ขนาดยาที่ปลอดภัยคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม ต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อ ครั้ง รับประทานทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ และไม่ควรรับประทานเกิน 5 ครั้งต่อวัน (ปริมาณสูงสุดไม่เกิน 60-75 มก./กก./วัน)

2. ข้อห้ามใช้ยาแอสไพรินและยากลุ่ม NSAIDs

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเด็ดขาด: เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการไรย์ (Reye's Syndrome) ซึ่งทำให้เกิดภาวะตับวายฉับพลันและสมองบวมที่มีอันตรายถึงชีวิต
  • หลีกเลี่ยงยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หากยังไม่ได้ตัดโรคไข้เลือดออก: ยากลุ่ม NSAIDs มีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดและระคายเคืองกระเพาะอาหาร หากเด็กเป็นโรคไข้เลือดออก การได้รับยากลุ่มนี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารอย่างรุนแรง

3. ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ให้เด็กทานเอง

ไข้สูงในเด็กมากกว่า 80-90% เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่ได้รับการตรวจและสั่งจ่ายจากแพทย์นอกจากจะไม่ช่วยให้หายป่วยแล้ว ยังส่งผลให้เกิดเชื้อดื้อยา (Drug Resistance) และผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การปกป้องเด็กจากโรคติดเชื้อทางเดินหายใจและการลดความรุนแรงของโรคสามารถทำได้ด้วยแนวทางดังนี้:

  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรค (Vaccination):
    • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine): แนะนำให้เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป เข้ารับการฉีดเป็นประจำทุกปี
    • วัคซีนไอพีดี (Pneumococcal Conjugate Vaccine - PCV): ช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัส นิวโมเนียอี ที่เป็นสาเหตุของปอดอักเสบรุนแรงและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
    • ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปสำหรับ RSV (Beyfortus / Nirsevimab): สำหรับกลุ่มเสี่ยงและทารกตามคำแนะนำของกุมารแพทย์
  • การสุขาภิบาลห้องและอุปกรณ์ปรับอากาศ: ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (Filter) ของเครื่องปรับอากาศทุก 2-4 สัปดาห์ และทำการล้างแอร์ใหญ่ทุก 6 เดือน เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคและฝุ่นละออง
  • โภชนาการและการนอนหลับ: ส่งเสริมให้เด็กได้รับอาหารครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ และนอนหลับพักผ่อนตามสุขอนามัยการนอนที่ดี (Sleep Hygiene)

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับพ่อแม่เมื่อลูกเป็นไข้สูงในห้องแอร์

เพื่อความสะดวกในการนำไปปฏิบัติ ผู้ดูแลสามารถสรุปขั้นตอนการดูแลได้ตามรายการตรวจสอบดังนี้:

  • สามารถเปิดแอร์นอนได้ โดยปรับอุณหภูมิให้อยู่ในช่วง 25 - 27 องศาเซลเซียส
  • ไม่เปิดให้กระแสลมแอร์เป่าลงตัวเด็กโดยตรง และเปิดเครื่องเพิ่มความชื้นหรือวางน้ำในห้อง
  • เมื่อตัวร้อนจัด เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องนาน 15-20 นาที ย้อนรูขุมขน
  • ให้ยาพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว (10-15 มก./กก./ครั้ง) ทุก 4-6 ชั่วโมง เมื่อมีไข้
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาไอบูโพรเฟนหากยังไม่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ และห้ามใช้แอสไพรินเด็ดขาด
  • กระตุ้นให้เด็กจิบน้ำหรือเกลือแร่ ORS บ่อยๆ สวมเสื้อผ้าโปร่งสบาย
  • หากพบสัญญาณอันตราย เช่น ชัก ซึมมาก หายใจหอบ หรือไข้ไม่ลดเกิน 3 วัน ให้พาพบกุมารแพทย์ทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down