ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจเรื่องการติดเชื้อซ้ำ: ติดโควิดซ้ำได้ไหมและภูมิคุ้มกันอยู่ได้นานเท่าไร

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (COVID-19) ยังคงเป็นประเด็นที่ผู้ป่วยและครอบครัวให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคำถามที่พบบ่อยในห้องตรวจว่า ติดโควิดซ้ำได้ไหม คำตอบทางการแพทย์คือ สามารถติดเชื้อซ้ำได้ เนื่องจากไวรัสตัวนี้มีการกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ประกอบกับภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นไม่ว่าจากการติดเชื้อธรรมชาติหรือจากการได้รับวัคซีน (Vaccine) จะมีระดับที่ค่อยๆ ลดลงตามระยะเวลาที่ผ่านไป

ในทางการแพทย์ ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อโควิด-19 มักจะมีระยะเวลาคงอยู่ประมาณ 3 ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของไวรัสในขณะนั้น สุขภาพร่างกายโดยรวมของผู้ป่วย และความรุนแรงของการติดเชื้อในครั้งก่อนหน้า ดังนั้น ผู้ที่เคยติดเชื้อมาแล้วจึงยังมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อซ้ำได้อีก หากได้รับเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่มีความสามารถในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น (Immune Evasion)

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคเมื่อติดเชื้อซ้ำ

การติดเชื้อซ้ำ (Reinfection) เกิดจากการที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจอีกครั้ง หลังจากที่เคยหาย จากโรคและร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาแล้วระยะหนึ่ง กลไกสำคัญที่ทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำมีดังนี้:

  • การกลายพันธุ์ของไวรัส (Viral Mutation): ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงสร้างโปรตีนที่เปลือกนอกของไวรัสเปลี่ยนไป ทำให้ภูมิคุ้มกันเดิมที่มีอยู่ไม่สามารถจดจำและจับกับเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ระดับภูมิคุ้มกันที่ลดลงตามกาลเวลา (Waning Immunity): ไม่ว่าภูมิคุ้มกันจะมาจากวัคซีนหรือการติดเชื้อตามธรรมชาติ ปริมาณแอนติบอดี (Antibody) ในกระแสเลือดจะค่อยๆ ลดลงต่ำกว่าระดับที่สามารถป้องกันการติดเชื้อใหม่ได้ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน
  • การสัมผัสเชื้อปริมาณมาก (High Viral Load): การอยู่ในพื้นที่แออัด อับอากาศ หรือใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย ทำให้ได้รับปริมาณไวรัสเข้าสู่ร่างกายสูงเกินกว่าที่ภูมิคุ้มกันที่เหลืออยู่จะรับมือไหว

อาการและลำดับขั้นตอนการดำเนินโรคของการติดเชื้อซ้ำ

อาการของผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำอาจมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน บางรายอาจมีอาการรุนแรงน้อยกว่าการติดเชื้อครั้งแรกเนื่องจากร่างกายยังพอมีเซลล์ความจำ (Memory T-Cell) เหลืออยู่ แต่ในบางรายที่มีโรคประจำตัวหรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาการก็อาจรุนแรงเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมได้ ลำดับอาการมักแสดงออกดังนี้:

  • ระยะเริ่มต้น (Day 1 - 3): มีอาการระคายคอ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอแห้งๆ หรือมีไข้ต่ำๆ ร่วมกับอาการอ่อนเพลียปวดเมื่อยตามตัว
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด (Day 4 - 7): อาการไออาจรุนแรงขึ้น มีเสมหะ บางรายสูญเสียการรับรสหรือกลิ่น (Anosmia) แต่อาการนี้พบได้น้อยลงในสายพันธุ์ปัจจุบัน มีอาการปวดศีรษะและแน่นอก
  • ระยะฟื้นตัว (Day 8 - 14): อาการไข้และอาการทางระบบทางเดินหายใจเริ่มดีขึ้นตามลำดับ แต่อาการอ่อนเพลียเรื้อรังอาจหลงเหลืออยู่ได้ระยะหนึ่ง
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms): หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ได้แก่ ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียสและกินยาลดไข้แล้วไม่ยอมลด, หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หน้าอกบุ๋มขณะหายใจ, ระดับออกซิเจนในเลือดปลายนิ้วลดลงต่ำกว่า 94 เปอร์เซ็นต์, ซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือในเด็กเล็กมีอาการไม่ยอมดื่มน้ำและปัสสาวะน้อยกว่า 6 ชั่วโมง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์และการรักษาที่ถูกต้อง

เมื่อสงสัยว่ามีการติดเชื้อซ้ำ การตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นสามารถทำได้โดยการใช้ชุดตรวจแอนติเจนด้วยตนเอง (ATK - Antigen Test Kit) แยงจมูกอย่างถูกวิธี หากผลตรวจเป็นบวกและมีอาการชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง

แนวทางการรักษาทางการแพทย์จะเน้นการรักษาตามอาการและการให้ยาต้านไวรัสตามดุลยพินิจของแพทย์ (เช่น แพกโลวิด หรือ โมลนูพิราเวียร์) สำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เพื่อลดความรุนแรงของโรคและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

คำแนะนำจากคุณหมอเกี่ยวกับการดูแลรักษาที่บ้าน:
  • พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำอุ่นมากๆ เพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจชุ่มชื้นและละลายเสมหะ
  • รับประทานยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง (10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีไข้)
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อทานเองเด็ดขาด เนื่องจากโควิด-19 เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะไม่มีผลในการรักษาและอาจก่อให้เกิดเชื้อดื้อยาได้
  • แยกตัวออกจากผู้อื่นในบ้านสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ

วิธีการป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อซ้ำทำได้โดยการปฏิบัติตนตามมาตรการสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด รวมถึงการสร้างภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพ:

  • การฉีดวัคซีนกระตุ้น (Booster Dose): ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มกระตุ้นตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข หรือแพทย์ประจำตัว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เพื่อยกระดับภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นและช่วยลดความรุนแรงหากได้รับเชื้อ
  • การสวมหน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่าง: ในพื้นที่แออัด ปิดทึบ หรือมีการระบายอากาศไม่ดี ควรสวมหน้ากากอนามัยอย่างมิดชิด
  • การล้างมือ: หมั่นล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังสัมผัสจุดสัมผัสร่วม
  • การดูแลสุขภาพร่างกาย: รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนให้สนิท และออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ

บทสรุปสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแล

การติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ลดลงและการกลายพันธุ์ของไวรัส สิ่งสำคัญคือการไม่ประมาท สังเกตอาการตนเองและคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิด รักษาสุขอนามัยที่ดี และเข้ารับวัคซีนกระตุ้นตามกำหนด หากมีอาการป่วยควรแยกกักตัวและรีบปรึกษาแพทย์ทันทีเมื่อพบสัญญาณอันตราย เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวท่านเองและคนรอบข้าง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down