ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตับอักเสบในเด็กและผู้ใหญ่: อาการเตือนตัวเหลืองตาเหลืองและวิธีรักษาให้หายขาด

ตับถือเป็นอวัยวะมหัศจรรย์ที่มีหน้าที่สำคัญยิ่งต่อร่างกาย ทั้งการเผาผลาญสารอาหาร การสร้างโปรตีนสำคัญ การขจัดสารพิษ และการช่วยระบบย่อยอาหาร เมื่อเกิดภาวะตับอักเสบ (Hepatitis) ซึ่งหมายถึงการที่เนื้อตับเกิดการอักเสบและเซลล์ตับถูกทำลาย ไม่ว่าจะเกิดจากเชื้อโรค สารพิษ ภูมิคุ้มกัน หรือยา จะส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกายในวงกว้าง โรคตับอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัยตั้งแต่ทารกแรกเกิด เด็กเล็ก ไปจนถึงผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โดยมีความรุนแรงตั้งแต่ระดับน้อยที่หายเองได้ ไปจนถึงระดับรุนแรงที่นำไปสู่ภาวะตับวายและอันตรายถึงชีวิต บทความนี้จะพาทุกท่านทำความเข้าใจโรคตับอักเสบอย่างละเอียด เพื่อการสังเกตอาการและการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคตับอักเสบในเด็กและผู้ใหญ่

ภาวะตับอักเสบสามารถแบ่งออกเป็นชนิดเฉียบพลัน (Acute Hepatitis) ซึ่งมีอาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นระยะเวลาไม่เกินหกเดือน และชนิดเรื้อรัง (Chronic Hepatitis) ที่มีการอักเสบต่อเนื่องยาวนานกว่าหกเดือน สาเหตุหลักทางการแพทย์แบ่งออกได้ดังนี้

  • ไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ (Viral Hepatitis): เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ไวรัสหลัก ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Virus) มักติดต่อผ่านการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน ไวรัสตับอักเสบชี (Hepatitis B Virus) และไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C Virus) ติดต่อผ่านทางเลือด สารคัดหลอด และจากแม่สู่ลูก ไวรัสตับอักเสบดี (Hepatitis D Virus) ที่ต้องอาศัยไวรัสตับอักเสบชีร่วมด้วย และไวรัสตับอักเสบอี (Hepatitis E Virus) ที่ติดต่อผ่านน้ำและอาหารเช่นเดียวกับชนิดเอ
  • ตับอักเสบจากยาและสารพิษ (Drug-Induced and Toxic Hepatitis): การใช้ยาบางชนิดเกินขนาดหรือการแพ้ยา เช่น ยาพาราเซตามอล ยาลดไข้บางชนิด ยาปฏิชีวนะ หรือยาสสมุนไพรและอาหารเสริมที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งตับต้องทำหน้าที่ขับออก ทำให้เซลล์ตับได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง
  • ตับอักเสบจากไขมันสะสมในตับ (Non-Alcoholic Fatty Liver Disease - NAFLD): พบได้บ่อยขึ้นในเด็กและผู้ใหญ่ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน หรือภาวะเมตาบอลิก
  • ตับอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune Hepatitis): ภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าใจผิดและเข้าโจมตีเซลล์ตับของตนเอง
  • โรคทางพันธุกรรมและความผิดปกติแต่กำเนิด: เช่น โรควิลสัน (Wilson Disease) ที่มีการสะสมของทองแดงในตับ หรือภาวะท่อน้ำดีอุดตันแต่กำเนิดในทารก

อาการสำคัญและลำดับการดำเนินของโรค

การแสดงออกของโรคตับอักเสบมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับสาเหตุและอายุของผู้ป่วย ในเด็กเล็กอาจแสดงอาการแตกต่างจากผู้ใหญ่ โดยทั่วไปอาการจะแบ่งออกเป็นระยะตามการดำเนินของโรค ดังนี้

ระยะเริ่มแรก (Prodromal Phase): ผู้ป่วยมักมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่หรือติดเชื้อทางเดินอาหาร ได้แก่ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามตัว มีไข้ต่ำๆ ปวดท้องบริเวณชายโครงขวา ปัสสาวะมีสีเข้มคล้ายชาเขียวเข้มหรือโคคาโคลา

ระยะออกอาการเด่นชัด (Icteric Phase): เมื่อตับอักเสบรุนแรงขึ้นจะเกิดภาวะดีซ่าน (Jaundice) ทำให้มีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองอย่างเห็นได้ชัด อุจจาระมีสีซีดลงเหมือนสีดินน้ำมัน อาการคันตามผิวหนังเนื่องจากเกลือให้น้ำดีคั่งในกระแสเลือด

ระยะฟื้นตัว (Convalescent Phase): อาการตัวเหลืองเริ่มลดลง ความอยากอาหารกลับมาเป็นปกติ แต่อาการอ่อนเพลียอาจหลงเหลืออยู่เป็นเวลาหลายสัปดาห์

คำแนะนำจากคุณหมอ: ในเด็กทารก หากพบว่ามีอาการตัวเหลืองหลังคลอดเกินสองสัปดาห์ ร่วมกับอุจจาระสีซีดและปัสสาวะสีเหลืองเข้ม ต้องรีบพามาพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองโรคท่อน้ำดีอุดตันแต่กำเนิดทันที เพราะหากวินิจฉัยช้าเกินไปอาจเกิดภาวะตับแข็งถาวร

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ภาวะตับอักเสบบางชนิดอาจลุกลามอย่างรวดเร็วและนำไปสู่ภาวะตับวายเฉียบพลัน (Acute Liver Failure) ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลทันที สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ผู้ดูแลและผู้ป่วยต้องระวังมีดังนี้

  • ซึมลง สับสน พูดจาสับสน หรือหมดสติ ซึ่งเป็นสัญญาณของโรคสมองจากตับ (Hepatic Encephalopathy)
  • อาเจียนเป็นเลือด หรือมีเลือดออกตามไรฟัน จ้ำเลือดตามตัวง่าย เนื่องจากตับไม่สามารถสร้างสารแข็งตัวของเลือดได้
  • ท้องมาน (Ascites) มีอาการท้องโตขึ้นอย่างรวดเร็วจากของเหลวในช่องท้อง
  • หายใจหอบเหนื่อย ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะน้อยมาก
  • มีไข้สูงร่วมกับอาการปวดท้องรุนแรง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมีอาการสงสัยว่าตับอักเสบ แพทย์จะทำการวินิจฉัยอย่างละเอียดด้วยขั้นตอนดังนี้

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะสอบถามประวัติการรับประทานยา อาหาร การได้รับเลือด ประวัติการเดินทาง ประวัติการฉีดวัคซีน และตรวจร่างกายเพื่อคลำหาขนาดของตับและม้าม รวมถึงสังเกตอาการตัวเหลืองตาเหลือง
  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ (Liver Function Tests - LFT): ตรวจวัดระดับเอนไซม์ตับ เช่น อะลานีนอะมิโนรานสเฟอเรส (ALT) และแอสปาร์เตตอะมิโนทรานสเฟอเรส (AST) เพื่อดูการอักเสบของเซลล์ตับ รวมถึงตรวจระดับบิลิรูบิน (Bilirubin) และการทำงานของการสังเคราะห์โปรตีน เช่น อัลบูมินและการแข็งตัวของเลือด (PT/INR)
  • การตรวจหาเชื้อไวรัส (Viral Hepatitis Serology): เจาะเลือดตรวจหาแอนติบอดีหรือแอนติเจนของไวรัสตับอักเสบเอ บี ซี และอี
  • การตรวจทางรังสีวิทยา: การอัลตราซาวนด์ช่องท้อง (Abdominal Ultrasound) เพื่อดูขนาดรูปร่างของตับ ความหนาแน่น ไขมันพอกตับ และลักษณะของท่อน้ำดี
  • การตัดชิ้นเนื้อตับไปตรวจ (Liver Biopsy): ในกรณีที่หาสาเหตุไม่ได้ชัดเจนหรือต้องการประเมินระดับความเสียหายของตับอย่างละเอียด

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการปฏิบัติตัวที่บ้าน

แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรคตับอักเสบ ดังนี้

การรักษาตับอักเสบจากไวรัสเฉียบพลันชนิดเอและอี: ส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการเนื่องจากโรคสามารถหายเองได้ ผู้ป่วยควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ รับประทานอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย ร่างกายจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันและกำจัดเชื้อไวรัสออกไปได้เอง

การรักษาตับอักเสบจากไวรัสเรื้อรังชนิดบีและซี: แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสเฉพาะทางเพื่อยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส ลดการอักเสบ และป้องกันการเกิดตับแข็งหรือมะเร็งตับในระยะยาว

การรักษาตับอักเสบจากยาและสารพิษ: ต้องหยุดใช้ยาสันนิษฐานทันที ในกรณีที่ได้รับยาพาราเซตามอลเกินขนาด แพทย์จะมีสารต้านพิษเฉพาะคืออะเซทิลซิสเทอีน (Acetylcysteine) เพื่อป้องกันตับวาย

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาชุด ยาลูกกลอน ยาสสมุนไพร หรือยาปฏิชีวนะมารับประทานเองเด็ดขาดเมื่อมีอาการตับอักเสบ เพราะยาเหล่านี้ต้องผ่านกระบวนการเมตาบอลิกที่ตับ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มภาระและความเสียหายให้แก่เซลล์ตับที่กำลังอักเสบอยู่ นอกจากนี้ การใช้ยาพาราเซตามอลต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด

โภชนาการและการดูแลสุขภาพสำหรับผู้ป่วยตับอักเสบ

การรับประทานอาหารมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยฟื้นฟูเซลล์ตับ

  • รับประทานอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพดีในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ปลา ไข่ขาว เนื้อสัตว์ไม่ไขมัน เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อตับ
  • เน้นอาหารคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนและผักผลไม้สดที่มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระสูง
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารทอด อาหาร ด และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด
  • หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือไม่สุก เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อนผ่านทางเดินอาหาร

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันโรคตับอักเสบสามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและรับวัคซีนป้องกัน

  • ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ: วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและบีเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง ควรให้เด็กรับวัคซีนตามโปรแกรมสร้างเสริมภูมิคุ้มกันของกระทรวงสาธารณสุข และผู้ใหญ่ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันควรได้รับการตรวจเลือดและฉีดวัคซีนเช่นกัน
  • รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล: ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่และใช้ช้อนกลาง
  • ความปลอดภัยทางเพศสัมพันธ์และการใช้เข็มฉีดยา: สวมถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และหลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน รวมถึงการสัก เจาะร่างกาย หรือฝังเข็มในสถานประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐานความสะอาด
  • ควบคุมน้ำหนักและตรวจสุขภาพประจำปี: ป้องกันโรคไขมันพอกตับด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอและตรวจเลือดเช็กค่าการทำงานของตับเป็นประจำทุกปี

สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

ตับอักเสบเป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ การสังเกตอาการเตือนอย่างใกล้ชิด เช่น อาการตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลียผิดปกติ ปัสสาวะสีเข้ม และรีบนำผู้ป่วยหรือบุตรหลานมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและช่วยให้ตับฟื้นตัวกลับมาทำงานได้อย่างปกติ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down