ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทารกร้องไห้จ้าสลับกับซึมลง: สัญญาณเตือนภัยของภาวะลำไส้กลืนกัน

ในฐานะกุมารแพทย์ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการที่พ่อแม่สังเกตเห็นทารกที่มีอาการผิดปกติอย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะอาการร้องไห้กวนอย่างรุนแรงสลับกับช่วงที่ดูอ่อนเพลียซึมลง อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ความงอแงปกติ แต่เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะทางการแพทย์ฉุกเฉินที่เรียกว่า ภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception) ซึ่งเป็นภาวะที่ส่วนหนึ่งของลำไส้เคลื่อนเข้าไปในลำไส้อีกส่วนหนึ่งคล้ายกับการพับของกล้องส่องทางไกล ทำให้เกิดการอุดตันของทางเดินอาหารและอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงลำไส้ได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ทำความเข้าใจกลไกการเกิดโรค: เหตุใดลำไส้จึงกลืนกัน

ภาวะลำไส้กลืนกันมักพบได้บ่อยในช่วงอายุ 5 เดือนถึง 3 ปี กลไกการเกิดคือส่วนของลำไส้เล็กมักจะเคลื่อนตัวเข้าไปในส่วนของลำไส้ใหญ่ เมื่อลำไส้ถูกดึงรั้งเข้าไปจะทำให้เกิดการบีบตัวของกล้ามเนื้อลำไส้อย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดภาวะอุดตัน (Obstruction) และที่น่ากลัวที่สุดคือการกดทับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงลำไส้ส่วนนั้น ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานจะทำให้ผนังลำไส้ขาดเลือดไปเลี้ยงจนเกิดการเน่าตาย (Gangrene) และอาจเกิดการทะลุของลำไส้ตามมา ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องได้รับการผ่าตัดทันที

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องสังเกต: อาการแบบไหนที่เรียกว่าเข้าข่าย

อาการเริ่มแรกมักเกิดขึ้นอย่างกะทันหันในเด็กที่กำลังมีสุขภาพแข็งแรงดี โดยมีลักษณะเด่นดังนี้:

  • อาการร้องไห้จ้าเป็นพักๆ: เด็กจะร้องไห้กวนอย่างรุนแรง ดูเจ็บปวดมากเนื่องจากมีการบีบตัวของลำไส้เป็นระลอก จากนั้นจะหยุดร้องและดูอ่อนเพลียหรือซึมลงชั่วคราว ก่อนจะกลับมาร้องซ้ำอีกครั้ง
  • อาเจียน: เด็กมักจะมีอาการอาเจียนบ่อยครั้ง โดยอาเจียนอาจมีสีเหลืองหรือสีเขียวปน ซึ่งบ่งบอกถึงการอุดตันที่ค่อนข้างรุนแรง
  • ลักษณะอุจจาระเฉพาะตัว: ในระยะต่อมา เด็กอาจถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน (Currant Jelly Stool) ซึ่งมีลักษณะคล้ายเยลลี่สีแดงเข้ม นี่คือสัญญาณอันตรายระดับวิกฤต
  • อาการซึมลง: เมื่อลำไส้ถูกกดทับนานขึ้น เด็กจะไม่มีแรง ซึมลงมาก ไม่ยอมดื่มนม และอาจมีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วยได้
สัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที:
  • เด็กมีอาการร้องไห้กวนแบบเป็นพักๆ สลับกับอาการซึม
  • อุจจาระมีลักษณะเป็นมูกเลือด หรือถ่ายเป็นเลือดสด
  • อาเจียนรุนแรง ทานนมไม่ได้ และมีภาวะขาดน้ำ (ปากแห้ง กระหม่อมบุ๋ม หรือปัสสาวะน้อยลง)
  • เด็กดูอ่อนเพลียผิดปกติ หน้าซีด หรือดูไม่สบายตัวอย่างรุนแรง

วิธีวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด หากสงสัยภาวะนี้ แพทย์จะส่งตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เช่น การทำอัลตราซาวด์ช่องท้อง (Abdominal Ultrasound) เพื่อดูภาพลำไส้ที่ซ้อนทับกัน หรือการสวนแป้ง (Barium or Air Enema) เพื่อดูทางเดินลำไส้และการรักษาไปในตัว

วิธีรักษาและการจัดการ:
  • การสวนลมหรือสารทึบรังสี: ในระยะเริ่มต้น แพทย์มักใช้วิธีสวนลมหรือสวนสารทึบรังสีผ่านทางทวารหนัก เพื่อดันลำไส้ส่วนที่กลืนกันให้กลับออกมาอยู่ในตำแหน่งปกติ วิธีนี้มักทำได้ผลดีหากมาถึงโรงพยาบาลรวดเร็ว
  • การผ่าตัด: หากการสวนลมไม่สามารถแก้ไขได้ หรือหากตรวจพบว่าลำไส้มีภาวะแทรกซ้อน เช่น การเน่าตายหรือการทะลุ จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านเด็กทันที

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

  • ห้ามสวนทวารด้วยตัวเอง: หากสงสัยภาวะนี้ ห้ามคุณพ่อคุณแม่พยายามสวนทวารหรือให้น้ำมันละหุ่งแก่เด็กเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ลำไส้ที่อักเสบอยู่เกิดการทะลุได้
  • ห้ามป้อนยาลดไข้หรือยาแก้ปวดโดยไม่ปรึกษาแพทย์: ในกรณีที่มีภาวะลำไส้อุดตัน การได้รับยาบางประเภทอาจบดบังอาการแสดงทางคลินิกที่สำคัญ ทำให้การวินิจฉัยล่าช้า
  • ห้ามรอดูอาการที่บ้าน: ภาวะนี้เป็นภาวะฉุกเฉิน ยิ่งมาโรงพยาบาลเร็วเท่าไหร่ โอกาสรักษาด้วยการสวนลมยิ่งมีสูง และโอกาสผ่าตัดใหญ่ยิ่งน้อยลงเท่านั้น

การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพทางเดินอาหาร

แม้ภาวะลำไส้กลืนกันส่วนใหญ่ไม่สามารถป้องกันได้โดยตรง เนื่องจากมักไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่การดูแลสุขอนามัยของลูกน้อยให้ดี การหมั่นสังเกตลักษณะอุจจาระและพฤติกรรมการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป รวมถึงการพาเด็กรับวัคซีนพื้นฐานครบถ้วน เพื่อป้องกันการติดเชื้อในทางเดินอาหารที่เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดต่อมน้ำเหลืองในลำไส้โต จนนำไปสู่ภาวะลำไส้กลืนกันได้ เป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรให้ความสำคัญ

กล่องสรุป: สิ่งที่พ่อแม่ต้องปฏิบัติทันที
  • สังเกต: ดูลักษณะการร้องที่สลับกับความซึม และดูอุจจาระของลูกหากพบมูกเลือดห้ามรอเด็ดขาด
  • งดน้ำงดอาหาร: เมื่อสงสัยภาวะนี้ ให้งดนมและน้ำทันทีขณะเดินทางไปโรงพยาบาล เพื่อเตรียมความพร้อมหากเด็กจำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือผ่าตัดด่วน
  • รีบพบแพทย์: ไปยังแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและแจ้งแพทย์ว่าสงสัยภาวะลำไส้อุดตันหรือลำไส้กลืนกัน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down