ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot

ลูกปวดท้องกะทันหันทำอย่างไร? อาหารที่ควรเลือกและของแสลงที่ต้องเลี่ยงเพื่อบรรเทาอาการ

ทำไมต้องอาการปวดท้องในเด็กและกลไกทางการแพทย์

อาการปวดท้องในเด็กเป็นภาวะที่พบได้บ่อยที่สุดอย่างหนึ่งในคลินิกกุมารเวชกรรม ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุเพียงเล็กน้อย เช่น อาการท้องอืด ท้องผูก หรืออาจเป็นสัญญาณของภาวะที่รุนแรงกว่า เช่น ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis) หรือลำไส้อุดตัน การเข้าใจกลไกการปวดท้องเบื้องต้นจะช่วยให้พ่อแม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ อาการปวดท้องเกิดจากการกระตุ้นตัวรับความรู้สึกที่ผนังทางเดินอาหาร หรือการอักเสบของอวัยวะภายในช่องท้อง ซึ่งในเด็กเล็กมักแสดงออกด้วยการร้องกวน ไม่ยอมทานอาหาร หรือบิดตัวไปมา

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องพบแพทย์ทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพาบุตรหลานไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด:
  • ปวดท้องรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หรือปวดเฉพาะจุด โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อยด้านขวา
  • มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการปวดท้อง
  • อาเจียนเป็นสีเขียวปนน้ำดี หรืออาเจียนพุ่งอย่างรุนแรง
  • ท้องแข็งตึง กดแล้วเจ็บมาก หรือเด็กงอขาขึ้นแนบอกเพื่อลดอาการปวด
  • มีเลือดปนในอุจจาระ หรืออุจจาระมีลักษณะคล้ายมูกเลือด
  • เด็กมีอาการซึมลง อ่อนเพลีย หรือมีภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะออกน้อยกว่า 4-6 ชั่วโมง

เมนูอาหารแนะนำเมื่อลูกมีอาการปวดท้องจากระบบย่อยอาหาร

ในกรณีที่อาการปวดท้องไม่รุนแรงและเกิดจากภาวะลำไส้แปรปรวนหรืออาการท้องอืด การเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายและช่วยเคลือบกระเพาะอาหารเป็นสิ่งสำคัญ:

  • ข้าวต้มหรือโจ๊กเนื้อละเอียด: เป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ย่อยง่าย และให้พลังงานแก่ร่างกายโดยไม่ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักเกินไป
  • กล้วยน้ำว้าสุก: มีสารเพคติน (Pectin) ช่วยปรับสมดุลในลำไส้และช่วยให้อุจจาระเป็นก้อนในกรณีที่มีอาการถ่ายเหลวร่วมด้วย
  • แอปเปิลต้มหรือเนื้อแอปเปิลบด: ช่วยย่อยและให้วิตามินที่จำเป็น แนะนำให้ปอกเปลือกออกเพื่อลดการสะสมของกากใยที่อาจทำให้เกิดแก๊สในท้อง
  • ซุปใส: การรับประทานน้ำซุปใสที่อุ่นจะช่วยให้กล้ามเนื้อทางเดินอาหารผ่อนคลายและลดอาการเกร็งตัวได้
  • น้ำเกลือแร่ (ORS): กรณีที่มีอาการถ่ายเหลวร่วมด้วย การจิบน้ำเกลือแร่สูตรสำหรับเด็กจะช่วยป้องกันภาวะเกลือแร่ในเลือดผิดปกติได้ดีที่สุด

ของแสลงและอาหารที่ควรเลี่ยงเด็ดขาดขณะมีอาการปวดท้อง

อาหารบางประเภทจะกระตุ้นการทำงานของลำไส้ เพิ่มการสร้างแก๊ส หรือทำให้อาการปวดแย่ลง ควรหลีกเลี่ยงดังนี้:

  • นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนม: เนื่องจากในช่วงที่ลำไส้อักเสบหรือปวดท้อง ร่างกายอาจมีภาวะขาดเอนไซม์ย่อยนมชั่วคราว ทำให้เกิดแก๊สและท้องอืดมากขึ้น
  • อาหารรสจัดและเผ็ดร้อน: สารในอาหารเหล่านี้จะไประคายเคืองเยื่อบุทางเดินอาหารและเพิ่มการบีบตัวของลำไส้
  • อาหารที่มีไขมันสูงและของทอด: ย่อยยากและค้างในกระเพาะนาน ส่งผลให้รู้สึกแน่นท้องและปวดท้องมากขึ้น
  • น้ำอัดลมและน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง: น้ำตาลในปริมาณมากจะดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้และอาจทำให้เกิดอาการถ่ายเหลวรุนแรงขึ้น รวมถึงแก๊สในน้ำอัดลมจะทำให้เกิดอาการแน่นท้อง

วิธีดูแลและการรักษาเบื้องต้นที่บ้าน

คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลที่ถูกต้องสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ดังนี้:
  • การประคบอุ่น: ใช้กระเป๋าน้ำร้อนห่อด้วยผ้าขนหนูวางบริเวณท้องเพื่อช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อทางเดินอาหาร
  • การนวดท้องเบาๆ: นวดวนตามเข็มนาฬิกาเบาๆ เพื่อช่วยไล่แก๊สในลำไส้
  • การงดอาหารมื้อใหญ่: ให้แบ่งทานมื้อย่อยๆ ทีละน้อย เพื่อลดภาระของกระเพาะอาหาร
  • สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด: จดบันทึกเวลาที่ปวด ลักษณะการปวด (ปวดบิด หรือ ปวดตื้อ) และตำแหน่งที่ปวด เพื่อให้ข้อมูลที่แม่นยำแก่แพทย์เมื่อไปพบ

การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพทางเดินอาหารในระยะยาว

การป้องกันอาการปวดท้องในเด็กเน้นไปที่สุขอนามัยและการสร้างวินัยในการรับประทานอาหาร:

  • การล้างมือ: ฝึกให้เด็กมีสุขนิสัยล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำเพื่อลดการติดเชื้อในทางเดินอาหาร (Gastroenteritis)
  • อาหารที่มีกากใยเหมาะสม: เพื่อป้องกันอาการท้องผูกซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการปวดท้องในเด็ก
  • การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: เพื่อรักษาระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ตามปกติ
  • การตรวจสุขภาพฟันและช่องปาก: บางครั้งอาการปวดท้องเกิดจากการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดเนื่องจากปัญหาในช่องปาก

สุดท้ายนี้ อาการปวดท้องในเด็กแม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไข้ หรืออาเจียนไม่หยุด การพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดถือเป็นหนทางที่ปลอดภัยที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down