ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อันตรายใกล้ตัวที่พ่อแม่ต้องรู้: เมื่อลูกน้อยปวดท้องผิดปกติ

ภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception) คือหนึ่งในภาวะฉุกเฉินทางศัลยกรรมที่พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็ก โดยเฉพาะในช่วงอายุ 6 เดือน ถึง 3 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เด็กยังไม่สามารถสื่อสารความเจ็บปวดออกมาเป็นคำพูดได้ชัดเจน หากพ่อแม่หรือผู้ดูแลขาดความเข้าใจในสัญญาณเตือน อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ลำไส้ขาดเลือด ลำไส้เน่า หรือภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและการตัดสินใจพาพบแพทย์อย่างทันท่วงทีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษา

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค: เมื่อลำไส้เคลื่อนที่ผิดจังหวะ

กลไกการเกิดโรคคือการที่ลำไส้ส่วนต้นเคลื่อนตัวเข้าไปซ้อนในลำไส้ส่วนที่อยู่ถัดไป คล้ายกับการพับของกล้องส่องทางไกล ส่งผลให้เกิดการอุดตันของทางเดินอาหาร การบีบตัวของลำไส้ผิดปกติ และที่สำคัญที่สุดคือการกดทับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงผนังลำไส้ ทำให้เกิดภาวะขาดเลือด (Ischemia) จนนำไปสู่เนื้อตายในที่สุด

ในเด็กเล็กส่วนใหญ่ (มากกว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์) มักหาสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ หรือเรียกว่า Idiopathic Intussusception ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณผนังลำไส้โตขึ้นจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจหรือทางเดินอาหาร ทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวผิดจังหวะ ส่วนในเด็กโตอาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของโครงสร้างลำไส้ เช่น มีติ่งเนื้อ หรือผนังลำไส้ผิดปกติ (Meckel's diverticulum) เป็นตัวเหนี่ยวนำให้เกิดการกลืนกัน

สัญญาณเตือนและอาการที่ต้องเฝ้าระวัง

อาการของภาวะลำไส้กลืนกันมักเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและมีความจำเพาะสูง ดังนี้:

  • อาการปวดท้องเป็นพักๆ (Colicky pain): ลูกจะร้องกวนอย่างรุนแรง หน้าตาบิดเบี้ยว ขดตัวเหมือนกุ้ง ร้องไห้กระสับกระส่ายสลับกับช่วงที่สงบลงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะกลับมาร้องซ้ำอีกเป็นรอบๆ
  • อาเจียน (Vomiting): มักพบหลังจากเริ่มมีอาการปวดท้อง โดยในช่วงแรกจะเป็นอาเจียนจากอาหาร แต่หากอาการดำเนินต่อไป อาจเปลี่ยนเป็นอาเจียนที่มีน้ำดีปน (สีเขียวเหลือง)
  • อุจจาระผิดปกติ (Currant jelly stool): นี่คือสัญญาณอันตรายขั้นวิกฤต ซึ่งเกิดจากการที่ลำไส้ขาดเลือดจนมีเลือดและเมือกปนออกมากับอุจจาระ ทำให้มีลักษณะคล้ายวุ้นสีแดงเข้มเหมือนแยมผลไม้
  • คลำพบก้อนที่ท้อง: ในบางรายแพทย์อาจตรวจพบก้อนที่ช่องท้อง ซึ่งมักมีลักษณะคล้ายไส้กรอก (Sausage-shaped mass) บริเวณท้องส่วนบนหรือด้านขวา
  • อาการเพลียและซึม: หากปล่อยไว้นาน เด็กจะเริ่มมีอาการขาดน้ำ อ่อนเพลีย ซึมลง หรือหมดสติได้จากภาวะช็อก
สัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่ต้องถึงมือหมอทันที:
  • ลูกมีอาการปวดท้องรุนแรง ร้องไห้ไม่หยุดและปลอบไม่สงบ
  • อาเจียนพุ่งต่อเนื่องจนไม่สามารถรับประทานนมหรือน้ำได้
  • ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน หรือมีลักษณะคล้ายวุ้นสีแดง
  • มีอาการซึมลงอย่างรวดเร็ว หรือดูอ่อนเพลียผิดปกติ

ขั้นตอนการวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาในโรงพยาบาล กุมารแพทย์และศัลยแพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว:

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะเน้นสอบถามลักษณะการปวดท้องและพฤติกรรมของเด็ก
  • การตรวจด้วยอัลตราซาวด์ช่องท้อง (Abdominal Ultrasound): เป็นวิธีมาตรฐานที่มีความแม่นยำสูงมาก (มากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์) เพื่อยืนยันการวินิจฉัย
  • เอกซเรย์ช่องท้อง (Abdominal X-ray): เพื่อตรวจหาภาวะลำไส้อุดตันหรือภาวะลำไส้ทะลุ

วิธีรักษาตามหลักมาตรฐาน

การรักษาภาวะลำไส้กลืนกันแบ่งออกเป็นสองขั้นตอนหลัก โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กเป็นสำคัญ:

  1. การดันลำไส้กลับด้วยลมหรือสารทึบรังสี (Air or Contrast Enema): เป็นวิธีหลักสำหรับเด็กที่ยังไม่มีอาการลำไส้ทะลุ แพทย์จะทำการสวนลมหรือสารทึบรังสีผ่านทางทวารหนัก เพื่อใช้แรงดันช่วยดันลำไส้ส่วนที่กลืนกันให้คลายตัวออก
  2. การผ่าตัด (Surgical Intervention): หากการสวนด้วยลมไม่ได้ผล หรือผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ลำไส้ทะลุ หรือลำไส้เน่าตาย จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์กุมารเวชกรรมทันทีเพื่อแก้ไขและประเมินสภาพลำไส้
คำแนะนำจากคุณหมอ:

พ่อแม่ห้ามซื้อยาแก้ปวดท้องหรือยาถ่ายให้ลูกทานเองเด็ดขาดเมื่อพบอาการดังกล่าว เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงหรือบดบังอาการสำคัญที่ต้องใช้ในการวินิจฉัยของแพทย์ หากสงสัยให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที การรักษาที่เร็วภายใน 24 ชั่วโมงแรกจะมีโอกาสสำเร็จสูงและมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่ำกว่ามาก

บทสรุปสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

ภาวะลำไส้กลืนกันไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นภาวะที่รู้เร็ว รักษาไว โอกาสหายขาดสูง พ่อแม่ควรจดจำรูปแบบการปวดท้อง (ร้องกวนสลับนิ่ง) และลักษณะอุจจาระ (มูกเลือด) หากพบความผิดปกติเพียงเล็กน้อย อย่ารอให้ถึงเช้าหรือรอดูอาการจนลูกซึม การตัดสินใจพาพบแพทย์โดยเร็วที่สุดคือหัวใจสำคัญในการปกป้องลูกน้อยจากภาวะฉุกเฉินนี้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down