ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อาการปวดท้องในเด็กที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

อาการปวดท้องเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในเด็ก และส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุที่ไม่รุนแรง เช่น ท้องอืด ท้องผูก หรืออาหารไม่ย่อย อย่างไรก็ตาม ในฐานะกุมารแพทย์ ผมพบว่าอาการปวดท้องบางลักษณะอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะความผิดปกติภายในที่สำคัญ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) และนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ (Kidney Stones) แม้ภาวะเหล่านี้จะพบได้น้อยกว่าในผู้ใหญ่ แต่ในปัจจุบันอุบัติการณ์การตรวจพบในเด็กมีแนวโน้มสูงขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป

กลไกการเกิดนิ่วในเด็ก: ทำไมร่างกายถึงสร้างก้อนนิ่ว

การเกิดนิ่วทั้งสองชนิดมีกลไกทางสรีรวิทยาที่แตกต่างกัน แต่มีปัจจัยส่งเสริมที่คล้ายคลึงกัน ดังนี้:

  • นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones): เกิดจากความไม่สมดุลของส่วนประกอบในน้ำดี เช่น คอเลสเตอรอล บิลิรูบิน หรือเกลือแคลเซียมที่เข้มข้นจนตกตะกอนเป็นก้อนแข็ง ปัจจัยเสี่ยงในเด็กมักเกี่ยวข้องกับภาวะโรคเลือด (เช่น โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย) การได้รับยาบางชนิดเป็นเวลานาน หรือภาวะอ้วนในเด็ก
  • นิ่วในไต (Kidney Stones): เกิดจากการสะสมของแร่ธาตุในปัสสาวะ เช่น แคลเซียม ออกซาเลต หรือกรดยูริก ที่มีความเข้มข้นสูงเกินไปจนรวมตัวเป็นก้อน สาเหตุหลักมักเกิดจากพฤติกรรมการดื่มน้ำน้อย การกินอาหารรสเค็มจัด การได้รับโปรตีนมากเกินไป หรือความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้การขับถ่ายแร่ธาตุผ่านไตผิดปกติ

ส่องสัญญาณเตือน: ปวดแบบไหนที่ต้องสงสัยว่าเป็นนิ่ว

ความแตกต่างของตำแหน่งอาการปวดคือเบาะแสสำคัญในการวินิจฉัยโรค:

อาการของนิ่วในถุงน้ำดี

เด็กมักมีอาการปวดที่บริเวณใต้ชายโครงขวาหรือบริเวณยอดอก (Epigastric pain) อาการปวดมักรุนแรงและเกิดขึ้นเฉียบพลันโดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย หากนิ่วเคลื่อนไปอุดตันในท่อน้ำดี เด็กอาจมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง หรืออุจจาระมีสีซีดผิดปกติ

อาการของนิ่วในไต

อาการปวดมักเริ่มจากบริเวณบั้นเอวหรือหลัง แล้วร้าวลงมายังบริเวณขาหนีบหรืออวัยวะเพศ ลักษณะการปวดมักเป็นแบบปวดบิดเป็นพักๆ (Colicky pain) อย่างรุนแรง เด็กอาจมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะมีเลือดปน หรือปัสสาวะมีสีขุ่นคล้ายน้ำซาวข้าว

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากเด็กมีอาการปวดท้องรุนแรงจนเหงื่อแตก ตัวเย็น หรือไม่สามารถเดินได้ตามปกติ ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ห้ามปล่อยทิ้งไว้จนกว่าเด็กจะซึมลง

สัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่ต้องพบแพทย์ทันที

นอกเหนือจากอาการปวดท้องทั่วไป หากพบอาการดังต่อไปนี้ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยทันที:

  • มีไข้สูงร่วมกับอาการปวดท้อง ซึ่งอาจบ่งบอกถึงภาวะติดเชื้อในถุงน้ำดีหรือในระบบทางเดินปัสสาวะ
  • อาเจียนรุนแรงจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ตามปกติ
  • ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะออกน้อยมากหรือปัสสาวะไม่ออกมานานกว่า 6-8 ชั่วโมง
  • อาการปวดท้องรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนท้องแข็งเกร็ง ไม่ยอมให้กดหรือสัมผัสบริเวณหน้าท้อง

การวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ กระบวนการตรวจสอบจะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร ปริมาณการดื่มน้ำ และประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว ต่อด้วยการตรวจร่างกายโดยกุมารแพทย์ สำหรับการยืนยันผลมักใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ ได้แก่:

  • การตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound): เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดและมีความแม่นยำสูงในการตรวจหานิ่วในถุงน้ำดีและนิ่วในไต โดยไม่ต้องเจ็บตัวและไม่มีรังสี
  • การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis): เพื่อหาเม็ดเลือดแดงหรือเม็ดเลือดขาวที่บ่งบอกถึงการบาดเจ็บหรือการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
  • การตรวจเลือด: เพื่อดูค่าการทำงานของตับ (Liver function test) หรือการทำงานของไต (Kidney function test)

วิธีรักษาและการดูแล

การรักษาจะขึ้นอยู่กับขนาดของนิ่วและอาการที่แสดงออก:

  • นิ่วที่มีขนาดเล็ก: แพทย์อาจให้ยาเพื่อช่วยให้ก้อนนิ่วหลุดออกมาได้เอง (ในกรณีของนิ่วในไต) พร้อมกับการให้เด็กดื่มน้ำให้เพียงพอและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
  • นิ่วที่มีขนาดใหญ่หรือก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน: อาจจำเป็นต้องใช้การส่องกล้อง การใช้คลื่นกระแทกสลายนิ่ว (Lithotripsy) หรือการผ่าตัด ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามความเหมาะสมของอายุและน้ำหนักตัวของเด็ก
คำแนะนำจากคุณหมอ: การป้องกันที่ดีที่สุดคือการปลูกฝังนิสัยการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง (ขนมกรุบกรอบ, อาหารแปรรูป) และอาหารที่มีรสหวานจัด เพื่อลดภาระการทำงานของไตและป้องกันการเกิดนิ่วตั้งแต่วัยเด็ก

สรุปขั้นตอนปฏิบัติสำหรับผู้ปกครอง

1. สังเกตลักษณะอาการปวดของลูกให้ชัดเจนว่าปวดบริเวณไหนและมีอาการร่วมใดบ้าง
2. หากสงสัยว่าปวดจากนิ่ว ควรจดบันทึกพฤติกรรมการกินและการขับถ่ายปัสสาวะเพื่อแจ้งแพทย์
3. ห้ามซื้อยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน) ให้ลูกทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจส่งผลต่อการทำงานของไต
4. เน้นให้ลูกรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงและดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอเป็นประจำทุกวัน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down