ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจอาการปวดท้องเรื้อรังในเด็กตอนกลางคืน

อาการปวดท้องเรื้อรังตอนกลางคืนจนนอนไม่ได้ (Chronic nocturnal abdominal pain) เป็นภาวะที่สร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก ในทางกุมารเวชศาสตร์ อาการปวดที่เกิดขึ้นในขณะที่เด็กกำลังหลับจนกระทั่งต้องตื่นขึ้นมากลางดึก ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่สำคัญว่าอาจมีพยาธิสภาพทางร่างกายที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่อาการปวดจากความเครียดหรืออารมณ์ ซึ่งต่างจากการปวดท้องในตอนกลางวันที่จะพบได้บ่อยในเด็กวัยเรียนที่อาจเกิดจากภาวะลำไส้แปรปรวน (Functional Abdominal Pain) การที่เด็กตื่นขึ้นมาเพราะความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่แพทย์ต้องให้ความสำคัญสูงสุดในการวินิจฉัยแยกโรค

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค: ทำไมลูกถึงปวดท้องตอนกลางคืน

อาการปวดท้องในเด็กสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายกลไก โดยสาเหตุที่พบบ่อยในทางคลินิกมีดังนี้

  • โรคกระเพาะอาหารอักเสบหรือแผลในกระเพาะอาหาร (Peptic Ulcer Disease): มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori หรือการใช้ยาในกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) อาการปวดมักสัมพันธ์กับการหิว หรือกรดเกินในกระเพาะ
  • ภาวะการติดเชื้อพยาธิ (Parasitic Infection): พยาธิบางชนิด เช่น พยาธิเข็มหมุด มักจะออกมาวางไข่บริเวณทวารหนักในเวลากลางคืน ทำให้เด็กมีอาการคันและปวดท้องบิดร่วมด้วย หรือพยาธิชนิดอื่นที่อาจทำให้เกิดภาวะอุดกั้นในลำไส้เล็ก
  • ภาวะกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease - GERD): การที่กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาขณะนอนราบ ทำให้เด็กมีอาการแสบร้อนกลางอกหรือปวดท้องส่วนบน
  • ภาวะท้องผูกเรื้อรัง (Chronic Constipation): การมีอุจจาระค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่จำนวนมาก ทำให้เกิดอาการปวดบิดเป็นระยะ
  • โรคแพ้นมวัวหรืออาหาร (Food Allergy): การอักเสบในระบบทางเดินอาหารจากการแพ้อาหารสะสม
คำแนะนำจากคุณหมอ: พ่อแม่ควรสังเกตลักษณะการปวด เช่น ปวดบิด ปวดตื้อ หรือปวดแปลบ รวมถึงตำแหน่งที่ปวด และระยะเวลาที่ปวด เพื่อให้ข้อมูลที่แม่นยำแก่แพทย์เมื่อมาพบที่คลินิก

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ห้ามละเลย

หากลูกมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรพาไปพบกุมารแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ร้ายแรงกว่าปกติ:

  • น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือการเจริญเติบโตหยุดชะงัก
  • มีไข้เรื้อรังโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด หรืออุจจาระมีสีดำผิดปกติ
  • อาการปวดท้องที่รุนแรงจนเด็กเหงื่อแตก ตัวเย็น หรืออาเจียนพุ่ง
  • ปวดท้องบริเวณท้องน้อยด้านขวา (อาจบ่งบอกถึงไส้ติ่งอักเสบเรื้อรัง)
  • ปวดท้องจนกระทั่งร่างกายซีด หรือตรวจพบภาวะโลหิตจาง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อเข้าพบกุมารแพทย์ แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด ได้แก่ รูปแบบการปวด อาหารที่รับประทาน พฤติกรรมการขับถ่าย และการตรวจร่างกายอย่างเป็นระบบ การวินิจฉัยอาจรวมถึง:

  • การตรวจเลือด (CBC) เพื่อดูภาวะโลหิตจางและการติดเชื้อ
  • การตรวจอุจจาระ (Stool Examination) เพื่อหาไข่พยาธิ หรือร่องรอยเลือดแฝง
  • การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง (Abdominal Ultrasound) ในกรณีที่สงสัยพยาธิสภาพในช่องท้อง
  • การตรวจส่องกล้องทางเดินอาหาร (Endoscopy) ในกรณีที่สงสัยโรคกระเพาะอาหารอักเสบรุนแรง

วิธีดูแลรักษาและการป้องกันที่ถูกต้อง

การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบ เช่น การให้ยาถ่ายพยาธิ การให้ยาลดกรด หรือการปรับพฤติกรรมการทานอาหาร พ่อแม่สามารถดูแลลูกเบื้องต้นได้ดังนี้:

  • ปรับอาหาร: หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด คาเฟอีน และน้ำอัดลมก่อนนอน
  • จดบันทึกอาการ: บันทึกว่าลูกทานอะไรก่อนนอนและปวดท้องเมื่อไหร่ เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการวินิจฉัย
  • สุขอนามัย: ฝึกให้เด็กล้างมือก่อนทานอาหารเสมอ เพื่อป้องกันการติดเชื้อพยาธิ
  • การใช้ยา: ห้ามซื้อยาฆ่าเชื้อหรือยาลดกรดให้เด็กทานเองโดยไม่ผ่านการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เพราะอาจเป็นการปิดบังอาการของโรคที่ร้ายแรงกว่า
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามให้เด็กรับประทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน) หากสงสัยว่าปวดท้องจากโรคกระเพาะ เพราะยาอาจกัดกระเพาะและทำให้เกิดเลือดออกในทางเดินอาหารได้ ให้ปรึกษาแพทย์เรื่องการใช้พาราเซตามอลตามขนาดยาที่เหมาะสม (10-15 mg/kg ต่อโดส) เท่านั้น

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่

หากลูกปวดท้องกลางคืนซ้ำๆ ให้ปฏิบัติดังนี้:

  • อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็นแค่ปวดท้องธรรมดา ให้สังเกตสัญญาณอันตราย (Red Flags)
  • พาไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและวินิจฉัยแยกโรค
  • งดการให้ยาปฏิชีวนะหรือยาแก้ปวดเองโดยไม่มีคำสั่งแพทย์
  • รักษาสุขอนามัยในบ้านเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อพยาธิ
  • ติดตามน้ำหนักตัวและการเจริญเติบโตของเด็กอย่างสม่ำเสมอ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down