ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องอาการปวดท้องในเด็กที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

อาการปวดท้องในเด็กเป็นปัญหาที่กุมารแพทย์พบได้บ่อยที่สุดอย่างหนึ่งในคลินิกเฉพาะทาง โดยเฉพาะอาการปวดรอบสะดือซึ่งเป็นจุดรวมของเส้นประสาทที่รับความรู้สึกจากอวัยวะภายในช่องท้องหลายส่วน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญคือการแยกแยะระหว่างอาการปวดจากภาวะที่ไม่รุนแรง เช่น ท้องผูก (Constipation) หรืออาหารไม่ย่อย กับภาวะฉุกเฉินทางศัลยกรรมอย่างโรคไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis) ซึ่งหากวินิจฉัยล่าช้าอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนถึงขั้นไส้ติ่งแตกและติดเชื้อในกระแสเลือดได้

กลไกการเกิดอาการปวดและสาเหตุที่เป็นไปได้

อาการปวดรอบสะดือเกิดจากระบบประสาทส่วนกลางรับสัญญาณจากอวัยวะที่อยู่บริเวณช่องท้องตอนกลาง ในระยะเริ่มต้นของโรคไส้ติ่งอักเสบ เด็กมักจะเริ่มด้วยอาการปวดตื้อๆ รอบสะดือก่อน เนื่องจากเกิดการอุดตันของไส้ติ่งทำให้มีการขยายตัวและกระตุ้นเส้นประสาทส่วนนี้ ต่อมาเมื่อมีการอักเสบมากขึ้นจนไปกระตุ้นเยื่อบุช่องท้อง อาการปวดจะย้ายตำแหน่งลงมาที่บริเวณท้องน้อยด้านขวา (Right Lower Quadrant) ในขณะที่อาการท้องผูกมักเกิดจากการที่กากอาหารคั่งค้างในลำไส้ใหญ่ ทำให้เกิดแรงดันและอาการปวดบิดเป็นพักๆ รอบสะดือ แต่ไม่มีภาวะอักเสบซ่อนอยู่

สัญญาณเตือนภัย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาพบแพทย์ทันที

พ่อแม่ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณต่อไปนี้ถือเป็นภาวะที่ต้องได้รับการประเมินจากกุมารแพทย์โดยเร่งด่วน:

  • อาการปวดท้องที่มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ลดลงแม้จะมีการขับถ่าย
  • ปวดท้องย้ายตำแหน่งจากรอบสะดือลงมาที่ท้องน้อยด้านขวาอย่างชัดเจน
  • มีไข้สูงร่วมด้วย ซึ่งมักแสดงถึงการอักเสบหรือติดเชื้อ
  • อาการอาเจียน โดยเฉพาะหากอาเจียนเป็นน้ำดีหรือมีอาการปวดรุนแรงจนเด็กไม่ยอมเคลื่อนไหวตัว
  • ท้องแข็งเกร็งหรือกดเจ็บเฉพาะจุดอย่างรุนแรง (เมื่อกดแล้วปล่อยจะรู้สึกเจ็บจี๊ด)
  • เด็กซึมลง ไม่ยอมกินน้ำหรือนม หรือมีอาการเพลียผิดปกติ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามให้เด็กรับประทานยาระบาย หรือยาแก้ปวดกลุ่มยาถ่ายโดยเด็ดขาดหากยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เพราะหากเป็นไส้ติ่งอักเสบ การใช้ยาระบายจะเพิ่มความดันในลำไส้และอาจทำให้ไส้ติ่งแตกเร็วยิ่งขึ้น

การวินิจฉัยทางการแพทย์และการแยกโรค

แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด รวมถึงรูปแบบการกินอาหารและการขับถ่าย จากนั้นจะตรวจร่างกายด้วยการคลำช่องท้องเพื่อหาจุดกดเจ็บและการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหน้าท้อง หากสงสัยภาวะไส้ติ่งอักเสบ แพทย์จะทำการส่งตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ การตรวจเลือดดูระดับเม็ดเลือดขาว (CBC) เพื่อดูการอักเสบ และในบางกรณีอาจต้องมีการตรวจเอกซเรย์คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) หรือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อความแม่นยำสูงสุดในการวินิจฉัย

วิธีดูแลเบื้องต้นและการรักษา

หากอาการปวดท้องมีสาเหตุมาจากท้องผูก แพทย์จะแนะนำการปรับพฤติกรรมการกินอาหารที่เน้นกากใยสูงและการดื่มน้ำให้เพียงพอ รวมถึงการฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา หากอาการรุนแรงอาจมีการใช้ยาช่วยอุจจาระอ่อนนุ่ม (Stool Softeners) ตามคำแนะนำของแพทย์ แต่หากผลการตรวจระบุว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ การรักษาหลักคือการผ่าตัดเอาไส้ติ่งออก (Appendectomy) ซึ่งในปัจจุบันนิยมทำแบบส่องกล้อง (Laparoscopic Surgery) เพื่อลดระยะเวลาการพักฟื้นและลดแผลผ่าตัด

คำแนะนำจากคุณหมอ: ในระหว่างรอการประเมินจากแพทย์ หากลูกมีอาการปวดท้อง ให้เด็กนอนพักในท่าที่สบายที่สุด งดอาหารและน้ำทางปากเพื่อป้องกันการอาเจียน และห้ามวางกระเป๋าน้ำร้อนบริเวณท้องเองเด็ดขาด เพราะความร้อนอาจกระตุ้นให้อาการอักเสบแย่ลงได้หากเป็นโรคไส้ติ่ง

การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพทางเดินอาหาร

การป้องกันอาการปวดท้องส่วนใหญ่ในเด็กเริ่มต้นจากการมีระบบขับถ่ายที่ดี พ่อแม่ควรปลูกฝังนิสัยการรับประทานผักผลไม้สดทุกวัน ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และสนับสนุนให้เด็กมีการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้และป้องกันภาวะท้องผูกเรื้อรังซึ่งเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการอุดตันของไส้ติ่งได้

สรุปสิ่งที่พ่อแม่ต้องสังเกต (Parent Actionable Checklist)

  • บันทึกเวลาและลักษณะของอาการปวดว่าปวดต่อเนื่องหรือปวดเป็นพักๆ
  • ตรวจสอบว่ามีการขับถ่ายอุจจาระหรือผายลมปกติหรือไม่
  • สังเกตสีและลักษณะของอุจจาระ หากมีความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
  • หากลูกปวดท้องจนร้องไห้งอแงไม่หยุด หรือไข้ขึ้นสูงเกิน 38 องศาเซลเซียส ให้รีบพบกุมารแพทย์ทันที อย่ารอช้าจนเกิน 12-24 ชั่วโมงหากอาการไม่ดีขึ้น
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down