ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความปวดที่มาพร้อมรอยยิ้มแรก: เข้าใจภาวะฟันน้ำนมขึ้นในทารก

การเติบโตของทารกในขวบปีแรกเต็มไปด้วยพัฒนาการที่น่าตื่นเต้น แต่ช่วงเวลาที่ทารกร้องไห้กลางคืนเพราะฟันน้ำนมกำลังขึ้นมักสร้างความกังวลใจให้พ่อแม่ไม่น้อย อาการฟันขึ้นมักเริ่มปรากฏในช่วงอายุประมาณห ถึงเจ็ดเดือน โดยฟันซี่แรกที่จะโผล่พ้นเหงือกมักเป็นฟันหน้าล่าง ตามด้วยฟันหน้าบน กระบวนการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการที่ตัวฟันค่อยๆ เคลื่อนตัวดันทะลุผ่านเนื้อเยื่อเหงือกขึ้นมา ส่งผลให้เหงือกบริเวณดังกล่าวเกิดอาการบวมแดง อักเสบ และสร้างความเจ็บปวดระคายเคืองให้กับทารกตลอดเวลา ส่งผลให้เด็กมักงอแงตอนกลางคืน นอนไม่หลับ และตื่นขึ้นมาร้องไห้กวนใจบ่อยครั้ง

กลไกทางสรีรวิทยาและสาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยร้องไห้กวนใจยามค่ำคืน

ในทางการแพทย์ การที่ฟันน้ำนมกำลังดันตัวขึ้นทำให้เกิดแรงกดดันภายในเหงือก (Tissue Pressure) เส้นประสาทบริเวณเหงือกจะถูกกระตุ้น ส่งสัญญาณความเจ็บปวดส่งตรงไปยังสมอง นอกจากนี้ ในเวลากลางคืน สิ่งเร้ารอบตัวลดลง ทารกจึงโฟกัสกับความเจ็บปวดที่เหงือกได้มากกว่าตอนกลางวัน ประกอบกับฮอร์โมนบางชนิดในร่างกายช่วงเวลากลางคืนอาจทำให้การรับรู้ความเจ็บปวดเด่นชัดขึ้น เด็กจึงแสดงออกด้วยการร้องไห้กวนใจแบบปลอบได้ยาก รวมถึงมีพฤติกรรมชอบกัดนิ้ว กัดของเล่น หรือพยายามเอาสิ่งของเข้าปากเพื่อบรรเทาอาการคันเหงือกด้วยตนเอง

สัญญาณเตือนและอาการร่วมที่พ่อแม่ต้องสังเกต

อาการฟันขึ้นมักมีความจำเพาะ แต่ก็มีอาการอื่นๆ ที่มักเกิดขึ้นร่วมด้วย ได้แก่ เหงือกบวมแดงบริเวณที่จะมีฟันขึ้น น้ำลายไหลมากกว่าปกติ (Hypersalivation) พฤติกรรมอยากกัดสิ่งของ เบื่ออาหารเนื่องจากความเจ็บปวดเวลากลืนหรือดูดนม และอาจมีอาการหงุดหงิดกระกกระจาย อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ต้องแยกแยะให้ออกระหว่างอาการฟันขึ้นกับอาการเจ็บป่วยอื่นๆ

ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการฟันขึ้นตามธรรมชาติจะไม่ทำให้ทารกมีไข้สูงเกินสามสิบแปดองศาเซลเซียส ท้องเสียรุนแรง หรืออาเจียน หากทารกมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ไม่ควรเหมาว่าเป็นเพราะฟันขึ้น แต่ควรพาไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุการติดเชื้ออื่นๆ เช่น การติดเชื้อทางเดินหายใจ หรือการติดเชื้อในทางเดินอาหาร

สัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

หากทารกมีอาการดังต่อไปนี้ในขณะที่ฟันกำลังขึ้น ถือเป็นภาวะฉุกเฉินหรือสัญญาณเตือนจากโรคอื่นที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์โดยด่วน

  • ไข้สูงมากกว่าสามสิบแปดจุดห้าองศาเซลเซียสติดต่อกันเกินสองวัน
  • มีผื่นขึ้นตามร่างกายร่วมกับอาการซึม
  • อาเจียนพุ่ง ท้องเสียรุนแรง หรือมีภาวะขาดน้ำ (กระหม่อมยุ๋ม ปัสสาวะน้อยลง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้ง)
  • หายใจหอบเหนื่อย ซี่โครงบุ๋ม หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ
  • ปฏิเสธการดื่มนมหรือน้ำอย่างสิ้นเชิงเกินแปดชั่วโมง

วิธีดูแลรักษาและบรรเทาอาการปวดอย่างถูกวิธี

การบรรเทาอาการปวดจากฟันขึ้นสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ยาเป็นอันดับแรก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทารก

วิธีนวดเหงือกและบรรเทาอาการปวดด้วยวิธีธรรมชาติ

การนวดเหงือกช่วยลดความดันและกระจายความตึงตัวของเนื้อเยื่อเหงือก พ่อแม่สามารถล้างมือให้สะอาดแล้วใช้นิ้วชี้ค่อยๆ นวดคลึงเบาๆ บริเวณเหงือกที่บวม หรือใช้ผ้าก๊อซสะอาดชุบน้ำเย็นจัดเช็ดและนวดเบาๆ นอกจากนี้ การให้ทารกกัดยางกัด (Teething Ring) ที่แช่เย็นไว้ (ห้ามแช่แข็งจนเป็นน้ำแข็งเพราะจะทำลายเนื้อเยื่อเหงือก) ความเย็นจะช่วยให้เส้นประสาทบริเวณนั้นชาลงและลดอาการบวมอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้ยาอย่างปลอดภัยภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

หากทารกมีอาการปวดมากจนนอนไม่ได้ การใช้ยาอาจมีความจำเป็น แต่ต้องอยู่ภายใต้ความระมัดระวังอย่างเคร่งครัด

  • ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) สำหรับเด็ก เป็นยาแก้ปวดและลดไข้ที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อใช้ตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง คือ สิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีอาการ
  • ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye Syndrome) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต
  • หลีกเลี่ยงการใช้เจลทานวดเหงือกที่มีส่วนผสมของสารชา (Benzocaine) เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำจากกุมารแพทย์โดยตรง เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงผิดปกติในทารกได้
  • ห้ามใช้ยาสสมุนไพรหรือยาพื้นบ้านที่ไม่มีฉลากรับรองความปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในช่วงที่ฟันกำลังขึ้น ทารมมักจะเจ็บเหงือกเวลากัดจุกนมหรือเต้านม พ่อแม่ควรใจเย็นและมีความเห็นอกเห็นใจลูกน้อย อาจลองเปลี่ยนมาใช้ช้อนป้อนนมหรือป้อนน้ำแทนชั่วคราวหากลูกปฏิเสธการเข้าเต้า และหมั่นเช็ดทำความสะอาดน้ำลายรอบปากเพื่อป้องกันการเกิดผื่นผิวหนังอักเสบจากน้ำลาย

การป้องกันและการดูแลช่องปากระยะยาว

เมื่อฟันน้ำนมซี่แรกขึ้นมาแล้ว การดูแลความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญทันที พ่อแม่ควรใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดเหงือกและฟันให้ลูกน้อยวันละสองครั้ง และเมื่อฟันเริ่มขึ้นมากขึ้นควรเปลี่ยนมาใช้แปรงสีฟันขนนุ่มพิเศษสำหรับเด็ก โดยใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ในปริมาณเท่าเมล็ดข้าวสารสำหรับเด็กอายุต่ำกว่าสามปี เพื่อป้องกันฟันผุในอนาคตและการสร้างสุขภาพช่องปากที่ดีในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down