ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกติดโควิดหายแล้วแต่ยังเหนื่อยหอบ: สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในเด็กส่วนใหญ่มักมีอาการที่ไม่รุนแรงเท่าในผู้ใหญ่ และเด็กหลายคนสามารถหายจากโรคได้ภายในระยะเวลาอันสั้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันแพทย์พบผู้ป่วยเด็กจำนวนไม่น้อยที่ยังคงมีอาการหลงเหลืออยู่แม้นผลการตรวจหาเชื้อจะเป็นลบแล้วก็ตาม อาการเหล่านี้เรียกว่าภาวะลองโควิด (Long COVID) หรือกลุ่มอาการหลังติดเชื้อโควิด 19 ซึ่งสามารถแสดงออกได้ในหลายระบบของร่างกาย แต่ระบบที่พบบ่อยและสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ปกครองมากที่สุดคือระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอาการเหนื่อยหอบ ไอเรื้อรัง และสมรรถภาพปอดที่ลดลง

ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ ข้อมูลจากสถิติทางการแพทย์ระบุว่า เด็กที่เคยติดเชื้อโควิด 19 สามารถมีอาการลองโควิดได้ตั้งแต่ร้อยละ 2 ไปจนถึงร้อยละ 50 ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อในครั้งแรก โรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด (Asthma) หรือภูมิแพ้ทางเดินหายใจ และอายุของเด็ก โดยเด็กเล็กและเด็กโตที่มีโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังมักมีความเสี่ยงสูงกว่าเด็กทั่วไป การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และแนวทางการฟื้นฟูที่ถูกต้องจึงเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยให้เด็กกลับมามีสุขภาพปอดที่แข็งแรงและใช้ชีวิตได้ตามปกติ

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะลองโควิดที่ระบบทางเดินหายใจ

การที่เด็กมีอาการเหนื่อยหอบหลังจากหายจากโรคโควิด 19 แล้วไม่ได้เกิดจากการที่เชื้อไวรัสยังคงแพร่กระจายอยู่ แต่เกิดจากกระบวนการอักเสบในร่างกายที่ยังคงหลงเหลืออยู่ รวมถึงผลกระทบระยะยาวที่เชื้อไวรัสมีต่อเนื้อเยื่อปอดและหลอดลม โดยมีกลไกทางการแพทย์ที่สำคัญดังนี้

  • การอักเสบเรื้อรังในเนื้อเยื่อปอด (Chronic Pulmonary Inflammation): ในระหว่างที่ติดเชื้อ ไวรัสซาร์ส โควี ทู (SARS-CoV-2) จะเข้าไปจับกับเซลล์รับสัญญาณในระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง แม้เชื้อจะหมดไปแล้ว แต่กระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่ออาจทำให้เกิดพังผืดเล็กน้อยในเนื้อเยื่อปอด (Pulmonary Fibrosis) ส่งผลให้ความยืดหยุ่นของปอดลดลง
  • การไวเกินของหลอดลม (Airway Hyperresponsiveness): หลอดลมของเด็กจะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติหลังจากการติดเชื้อ ทำให้เกิดอาการหดเกร็งของหลอดลมได้ง่ายเมื่อเจออากาศเย็น ฝุ่นควัน หรือการออกกำลังกาย ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคหอบหืด
  • ความผิดปกติของการแลกเปลี่ยนก๊าซ: การอักเสบเรื้อรังทำให้เยื่อบุถุงลมมีความหนาตัวขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนลดลง เด็กจึงต้องหายใจเร็วและถี่ขึ้นเพื่อให้ร่างกายได้รับออกซิเจนเพียงพอ ซึ่งแสดงออกเป็นอาการเหนื่อยหอบเมื่อออกแรง

อาการสำคัญและลักษณะของอาการเหนื่อยหอบในเด็ก

อาการลองโควิดที่ระบบทางเดินหายใจในเด็กสามารถแสดงออกได้หลากหลายรูปแบบ และมักมีความรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล พ่อแม่ควรสังเกตอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

  • อาการเหนื่อยหอบขณะออกแรง: เด็กอาจเคยวิ่งเล่นได้ตามปกติ แต่หลังหายจากโควิด 19 กลับเหนื่อยง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น วิ่งได้เพียงไม่กี่นาทีก็ต้องหยุดพัก หายใจหอบถี่ หรือบ่นว่าแน่นหน้าอก
  • อาการไอเรื้อรัง: ไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะเล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนหรือช่วงเช้ามืด ซึ่งเกิดจากการที่หลอดลมยังคงมีการระคายเคือง
  • หายใจมีเสียงวี๊ด (Wheezing): เสียงหายใจเข้าหรือออกมีความผิดปกติ มีเสียงหวิวหรือเสียงวี๊ด ซึ่งเกิดจากหลอดลมตีบแคบลง
  • อ่อนเพลียเรื้อรัง (Chronic Fatigue): เด็กอาจมีอาการเหนื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวแรง ซึ่งมักมาควบคู่กับอาการทางระบบทางเดินหายใจ ทำให้ไม่อยากทำกิจกรรมใดๆ
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากบุตรหลานของท่านมีอาการเหนื่อยหอบ ไอเรื้อรัง หรืออ่อนเพลียต่อเนื่องนานเกิน 4 สัปดาห์หลังจากหายจากโรคโควิด 19 ควรพาไปพบกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจเพื่อรับการตรวจประเมินสมรรถภาพปอดอย่างละเอียด ห้ามปล่อยทิ้งไว้เพราะอาจกลายเป็นโรคปอดอักเสบเรื้อรังหรือโรคหอบหืดในระยะยาวได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

ในบางกรณี อาการเหนื่อยหอบหลังติดโควิดอาจบ่งบอกถึงภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ในห้องฉุกเฉินทันที ผู้ปกครองต้องสังเกตสัญญาณอันตรายดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด

  • หายใจลำบากอย่างรุนแรง: มีอาการหายใจเร็วผิดปกติ หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ไหปลาร้าบุ๋ม หรือกล้ามเนื้อคอเกร็งทุกครั้งที่หายใจ
  • ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ (Cyanosis): แสดงถึงภาวะพร่องออกซิเจนในเลือดอย่างรุนแรง
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือหมดสติ: เป็นสัญญาณว่าสมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • เจ็บหน้าอกรุนแรง: เด็กโตอาจบ่นว่าเจ็บแน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรมาทับ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือลิ่มเลือดอุดตันในปอด
  • ไม่ยอมดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร: จนมีภาวะขาดน้ำร่วมด้วย ปัสสาวะน้อยลงหรือมีสีเข้มจัด

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อพาเด็กมาพบแพทย์ด้วยอาการเหนื่อยหอบหลังติดโควิด กุมารแพทย์จะมีขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ดังนี้

  • การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามระยะเวลาตั้งแต่ติดเชื้อโควิด ลักษณะของอาการเหนื่อยหอบ โรคประจำตัว และประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว พร้อมทั้งฟังเสียงปอดและหัวใจ
  • การตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด (Pulse Oximetry): เพื่อประเมินว่าร่างกายได้รับออกซิเจนเพียงพอหรือไม่
  • การเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray): เพื่อตรวจสอบสภาพเนื้อเยื่อปอด ค้นหาภาวะปอดอักเสบ พังผืด หรือความผิดปกติของโครงสร้างทรวงอก
  • การตรวจสมรรถภาพปอด (Pulmonary Function Test): ในเด็กโตที่สามารถร่วมมือได้ แพทย์อาจพิจารณาตรวจสมรรถภาพปอดเพื่อวัดปริมาตรอากาศและความยืดหยุ่นของหลอดลม

วิธีดูแลรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพปอดที่บ้าน

การฟื้นฟูสุขภาพปอดของเด็กที่เคยติดโควิดต้องอาศัยความอดใจและการดูแลอย่างถูกวิธีภายใต้คำแนะนำของแพทย์

  • การใช้ยาตามแพทย์สั่ง: หากเด็กมีอาการหลอดลมไวหรือหลอดลมตีบ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาขยายหลอดลม (Bronchodilators) หรือยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นเพื่อลดการอักเสบ ผู้ปกครองต้องให้เด็กใช้ยาตามขนาดและเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ห้ามหยุดยาเอง
  • การฝึกหายใจเพื่อฟื้นฟู Pursed-lip Breathing: สำหรับเด็กโต สามารถฝึกการหายใจเข้าทางจมูกลึกๆ แล้วค่อยๆ เป่าลมออกทางปากยาวๆ เหมือนเป่าเทียน เพื่อช่วยขยายถุงลมและลดอาการเหนื่อยหอบ
  • การปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้าน: หลีกเลี่ยงฝุ่นละออง ควันบุหรี่ ควันธูป ขนสัตว์ และสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ ที่จะไปกระตุ้นให้หลอดลมเกิดการหดเกร็ง
  • การออกกำลังกายเบาๆ อย่างเหมาะสม: เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว ควรส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายเบาๆ เช่น การเดินเล่น หรือโยคะสำหรับเด็ก เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบหายใจ แต่งดการออกกำลังกายอย่างหนักจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
  • โภชนาการและการพักผ่อน: ให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อช่วยลดการอักเสบ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ถึง 10 ชั่วโมงต่อวัน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาแก้ไอ ยาขยายหลอดลม หรือยาปฏิชีวนะมาให้เด็กรับประทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย หรือไม่ตรงกับโรคที่เป็นอยู่ การใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของกุมารแพทย์เท่านั้น

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อซ้ำและการดูแลภูมิคุ้มกันร่างกายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันไม่ให้เด็กกลับมามีอาการรุนแรงซ้ำอีก

  • การรับวัคซีนป้องกันโควิด 19: พาเด็กไปรับวัคซีนป้องกันโควิด 19 ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขและกุมารแพทย์ เพื่อลดความรุนแรงของโรคและการเกิดภาวะลองโควิดในอนาคต
  • การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล: สอนให้เด็ก ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์ และสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่แออัดหรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • การฉีดวัคซีนเสริมอื่นๆ: เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี เพื่อป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจร่วมกัน ซึ่งจะทำให้อาการเหนื่อยหอบแย่ลงไปอีก

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

สรุปขั้นตอนปฏิบัติสำหรับผู้ปกครอง:
1. สังเกตอาการเหนื่อยหอบ ไอเรื้อรัง และพฤติกรรมการทำกิจกรรมของลูกอย่างใกล้ชิดหลังหายจากโควิด 19
2. พาไปพบกุมารแพทย์ทันทีหากมีอาการเหนื่อยหอบต่อเนื่องเกิน 4 สัปดาห์
3. สังเกตสัญญาณอันตรายเรดแฟล็ก เช่น หายใจเร็วแรง ซี่โครงบุ๋ม ริมฝีปากเขียว หรือซึมลง ซึ่งต้องไปโรงพยาบาลทันที
4. ให้เด็กใช้ยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาขยายหลอดลมให้ทานเอง
5. จัดสภาพแวดล้อมให้ปราศจากฝุ่นควัน และส่งเสริมการพักผ่อนรวมถึงโภชนาการที่ดีเพื่อฟื้นฟูร่างกาย
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down