ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกติดโควิดทารกแรกเกิดรับมืออย่างไร ความท้าทายครั้งใหญ่ของพ่อแม่มือใหม่

การดูแลทารกแรกเกิดเปรียบเสมือนการประคับประคองชีวิตที่เปราะบางที่สุดในครอบครัว เมื่อลูกน้อยในวัยเพียงไม่กี่วันหรือสัปดาห์แรกของชีวิตต้องเผชิญกับการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (COVID-19) ย่อมสร้างความตื่นตระหนกและความกังวลใจให้แก่ผู้เป็นพ่อแม่อย่างยิ่ง ทารกแรกเกิดจัดอยู่ในกลุ่มเปราะบางทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคความรุนแรง เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ ปอดและทางเดินหายใจมีขนาดเล็กและบอบบางมาก การทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงกลไกการเกิดโรค อาการแสดงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการช่วยชีวิตและพาเจ้าตัวน้อยก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคโควิด-19 ในทารกแรกเกิด

โรคโควิด-19 เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม การพูดคุย หรือการสัมผัสสาร secretions จากระบบทางเดินหายใจของผู้ติดเชื้อ สำหรับทารกแรกเกิด เส้นทางการติดื้อมักเกิดขึ้นจากบุคคลใกล้ชิดในครอบครัว ผู้ดูแล หรือมารดาที่มีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกายโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายของทารกผ่านทางจมูก ปาก หรือเยื่อบุตา เชื้อจะเข้าจับกับตัวรับบนเซลล์ผิวหนังของระบบทางเดินหายใจและแพร่กระจายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากทารกแรกเกิดยังไม่มีภูมิคุ้มกันจำเพาะ (Adaptive Immunity) ที่สร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ ไวรัสจึงสามารถลุกลามลงสู่ทางเดินหายใจส่วนล่างได้ง่ายกว่าในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ ส่งผลให้เกิดการอักเสบ บวม และมีเสมหะปริมาณมากในหลอดลมและเนื้อปอด ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวได้อย่างรวดเร็ว

อาการสำคัญและระยะของโรคโควิด-19 ในเด็กแรกเกิด

อาการแสดงของทารกแรกเกิดที่ติดเชื้อโควิด-19 จะมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่หรือเด็กโตอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากทารกไม่สามารถบอกความรู้สึกเจ็บป่วยได้ อาการที่แสดงออกจึงมักเป็นความผิดปกติทั่วไปที่สังเกตได้ยาก พ่อแม่จึงต้องมีความใส่ใจในรายละเอียดอย่างมาก โดยสามารถแบ่งระยะและอาการแสดงได้ดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น: ทารกอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยคล้ายไข้หวัดทั่วไป เช่น น้ำมูกไหล จาม หรือมีไข้ต่ำๆ แต่ในทารกแรกเกิดบางรายอาจไม่มีไข้เลย แต่จะแสดงอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด: เริ่มมีอาการปฏิเสธนม ดูดนมน้อยลงหรือไม่ยอมดูดนมเลย ร้องกวนงอแงผิดปกติ นอนหลับยาก ตื่นยาก หายใจเร็วกว่าปกติ หรือมีเสียงครืดคราดในลำคอเนื่องจากมีเสมหะ
  • ระยะลุกลามหรือภาวะแทรกซ้อน: หากเชื้อลงปอด ทารกจะมีอาการหายใจหอบเหนื่อยอย่างรุนแรง หน้าอกบุ๋ม ปีกจมูกบานขณะหายใจ ริมฝีปากหรือปลายนิ้วมีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะขาดออกซิเจนในเลือดอย่างรุนแรง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ทารกแรกเกิดอายุน้อยกว่า 28 วัน หากมีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส หรือแม้แต่ไม่มีไข้แต่มีอาการซึมและไม่ยอมดูดนม ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาพบแพทย์ฉุกเฉินทันที

การสังเกตอาการเตือนวิกฤตช่วยชีวิตทารกคือสิ่งสำคัญที่สุด หากพบอาการเหล่านี้แม้เพียงข้อเดียว 1669 หรือรีบนำส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยด่วนที่สุด:

  • หายใจลำบากผิดปกติ: อัตราการหายใจเร็วมากกว่า 60 ครั้งต่อนาที มีอาการหายใจจนซี่โครงบุ๋ม ท้องกระเพื่อมรุนแรง หรือหายใจมีเสียงดังหวีด
  • ภาวะพร่องออกซิเจน: ริมฝีปาก เล็บมือ เล็บเท้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำหรือม่วง
  • ซึมมากผิดปกติ: ปลุกตื่นยาก ไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า หรือหมดสติ
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง: กระหม่อมหน้ายุ๋บลงอย่างเห็นได้ชัด ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งสนิท และผ้าอ้อมไม่เปียกปัสสาวะนานติดต่อกันเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง
  • อาเจียนพุ่งหรืออาเจียนเป็นเลือด: ไม่สามารถรับนมหรือน้ำได้เลย อาเจียนทุกครั้งที่กลืน

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการประเมินอาการอย่างละเอียดและรวดเร็ว โดยขั้นตอนการวินิจฉัยโรคโควิด-19 ในทารกแรกเกิดประกอบด้วย

  • การตรวจคัดกรองเบื้องต้น: การทำชุดตรวจแอนติเจนด้วยการแยงจมูก (Rapid Antigen Test หรือ ATK) โดยบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยและแม่นยำสูงสุด
  • การตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ: การส่งตรวจวิธี Polymerase Chain Reaction หรือ RT-PCR จากสารคัดหลั่งในโพรงจมูก
  • การประเมินสัญญาณชีพและระดับออกซิเจน: การใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว (Pulse Oximeter) เพื่อตรวจสอบระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด
  • การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ: เช่น การเอ็กซเรย์ปอด (Chest X-ray) เพื่อประเมินภาวะปอดอักเสบ การเจาะเลือดตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count) และการตรวจหาการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการพยาบาลที่บ้าน

การรักษากลุ่มทารกแรกเกิดที่ติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่จะต้องรับไว้รักษาตัวในโรงพยาบาล (Admission) ภายใต้หอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) หรือหอผู้ป่วยเฉพาะโรค เพื่อให้แพทย์และพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่ในกรณีที่อาการไม่รุนแรงและแพทย์อนุญาตให้ดูแลที่บ้านได้ มีแนวทางปฏิบัติดังนี้

คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลทารกแรกเกิดที่บ้านต้องอาศัยความละเอียดอ่อนสูง ห้ามปรับเปลี่ยนยาหรือซื้อยาให้ลูกทานเองโดยเด็ดขาด ทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของกุมารแพทย์เจ้าของไข้เท่านั้น
  • การให้สารน้ำและโภชนาการ: ให้ทารกดูดนมแม่บ่อยขึ้นเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน หากทารกดูดนมน้อยลง อาจต้องแบ่งมื้อนมให้ถี่ขึ้นแต่ปริมาณน้อยลงในแต่ละมื้อ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • การจัดการไข้และการเช็ดตัวลดไข้: หากทารกมีไข้สูง สามารถใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นหมาดๆ เช็ดตัวเพื่อระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือแอลกอฮอล์เช็ดตัวเด็ดขาด
  • การบริหารจัดการน้ำมูกและทางเดินหายใจ: ใช้ลูกยางแดงหรือเครื่องดูดน้ำมูกชนิดแรงดันอ่อนโยนสำหรับเด็กอ่อน ดูดน้ำมูกออกก่อนมื้อนมและก่อนนอน เพื่อช่วยให้ลูกหายใจสะดวกขึ้น ร่วมกับการหยอดจมูกด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline Solution) ตามแพทย์สั่ง

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการรักษา

ความเข้าใจผิดในการดูแลเด็กป่วยอาจนำไปสู่ภาวะอันตรายถึงชีวิต พ่อแม่และผู้ดูแลต้องพึงระวังข้อห้ามสำคัญทางการแพทย์เหล่านี้อย่างเคร่งครัด

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในทารกเด็ดขาด: การใช้ยาแอสไพรินในเด็กที่ติดเชื้อไวรัสอาจเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye Syndrome) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต และไอบูโพรเฟนอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตในทารกแรกเกิด
  • การใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol): ต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวอย่างเคร่งครัด (10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเฉพาะเวลามีไข้ และต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์เท่านั้น ไม่ควรซื้อยาลดไข้เด็กทานเองในทารกแรกเกิด
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ให้ลูกทานเอง: โควิด-19 เกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียจึงไม่มีผลรักษาใดๆ ทั้งสิ้น และยังส่งผลเสียทำให้เกิดเชื้อดื้อยาในอนาคต
  • ห้ามใช้ยาลดน้ำมูกหรือยาแก้ไอสูตรของผู้ใหญ่: ยาเหล่านี้อาจทำให้เสมหะเหนียวข้นขึ้นและอุดตันทางเดินหายใจส่วนปลายได้

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในทารกแรกเกิดที่ดีที่สุดคือการสร้างเกราะป้องกันรอบตัวเด็ก เนื่องจากทารกยังไม่สามารถรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้โดยตรงตามเกณฑ์อายุน้อยแรกเกิด

  • การฉีดวัคซีนให้คนรอบข้าง: บุคคลในครอบครัว ผู้ดูแล และทุกคนที่จะต้องสัมผัสใกล้ชิดกับทารก ควรได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบโดสและกระตุ้นตามคำแนะนำ เพื่อลดโอกาสการนำเชื้อมาสู่ทารก
  • สุขอนามัยส่วนบุคคลของผู้ดูแล: ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำนานอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือก่อนอุ้มหรือสัมผัสตัวทารกทุกครั้ง
  • การสวมหน้ากากอนามัย: ผู้ดูแลทุกคนควรสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีตลอดเวลาเมื่ออยู่ใกล้ทารก และควรงดการหอมแก้มหรือสัมผัสใบหน้าทารกโดยตรง
  • การทำความสะอาดบ้านและสิ่งแวดล้อม: หมั่นทำความสะอาดของใช้เด็ก ของเล่น และพื้นผิวสัมผัสภายในบ้านด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่ปลอดภัย
  • การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: นมแม่มีสารภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ (Secretory IgA) และสารอาหารชีวภาพมากมาย ซึ่งช่วยปกป้องทารกจากการติดเชื้อและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างยอดเยี่ยม

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล (Actionable Checklist)

เพื่อให้พ่อแม่สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วเมื่อเผชิญเหตุการณ์ลูกติดโควิด ขอให้ยึดปฏิบัติตามแนวทางสำคัญในรูปแบบเช็คลิสต์นี้

  • ตั้งสติและประเมินสถานการณ์: ตรวจสอบอุณหภูมิร่างกาย สังเกตการหายใจ และการดูดนมของลูกน้อยอย่างใกล้ชิดทุก 2 ถึง 4 ชั่วโมง
  • แยกตัวผู้ติดเชื้อ: หากมีสมาชิกในบ้านติดเชื้อโควิด ให้แยกกักตัวทันทีและให้ผู้ดูแลที่ปลอดเชื้อและผลตรวจเป็นลบเท่านั้นเป็นผู้ดูแลทารก
  • เตรียมเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน: บันทึกเบอร์โทรศัพท์โรงพยาบาลประจำ กุมารแพทย์เจ้าของไข้ และสายด่วนทางการแพทย์ไว้ให้พร้อมใช้งาน
  • ติดต่อแพทย์ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ: อย่าลังเลที่จะพาไปพบแพทย์หากลูกมีไข้ ซึมลง หรือหายใจเร็วกว่าปกติ การไปถึงมือแพทย์อย่างรวดเร็วคือหัวใจสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของทารก
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down