ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความสำคัญทางการแพทย์เมื่อลูกน้อยติดโควิด-19 แล้วมีอาการทางเดินอาหาร

ในปัจจุบัน เชื้อไวรัสโควิด-19 (SARS-CoV-2) ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถก่อให้เกิดอาการในระบบทางเดินอาหารได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและทารก ซึ่งมักมีอาการอาเจียนและท้องเสียร่วมด้วย อาการเหล่านี้หากผู้ปกครองดูแลไม่ถูกวิธี อาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำรุนแรง (Severe Dehydration) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะช็อกที่อันตรายถึงชีวิตได้ การทำความเข้าใจวิธีเลือกอาหารและเกลือแร่ที่เหมาะสมจึงเป็นทักษะสำคัญที่พ่อแม่ยุคใหม่ต้องมี

กลไกการเกิดโรคและเหตุผลที่เด็กมีอาการอาเจียนและถ่ายเหลว

เชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถจับกับตัวรับชนิด ACE2 ซึ่งพบได้ไม่เพียงแค่ในปอด แต่ยังพบได้จำนวนมากที่ผนังลำไส้ ทำให้ไวรัสเข้าไปรบกวนการดูดซึมน้ำและสารอาหาร ส่งผลให้เกิดการถ่ายเหลว นอกจากนี้ กระบวนการอักเสบของร่างกายยังส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนตามมา ยิ่งเด็กมีขนาดตัวเล็ก ปริมาณน้ำในร่างกายที่สูญเสียไปเพียงเล็กน้อยจึงส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิตได้เร็วกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า

สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันที (Red Flags)

หากลูกมีอาการเข้าข่ายดังต่อไปนี้ ห้ามรอสังเกตอาการที่บ้านเด็ดขาด ควรพาไปพบกุมารแพทย์ทันที:

  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง: ปัสสาวะไม่ออกเกิน 6-8 ชั่วโมง ปากแห้ง ตาโหล ไม่มีน้ำตาขณะร้องไห้ หรือซึมลงมากผิดปกติ
  • อาเจียนรุนแรง: อาเจียนพุ่ง (Projectile Vomiting) หรืออาเจียนทุกครั้งที่ดื่มน้ำหรือกินนม
  • ถ่ายเป็นเลือด หรือมีมูกเลือดปนในอุจจาระ
  • ไข้สูงลอยเกิน 39 องศาเซลเซียส หรือไข้สูงไม่ลดแม้เช็ดตัวและให้ยาลดไข้
  • มีอาการหอบเหนื่อย หายใจเร็ว ปีกจมูกบาน หรืออกบุ๋ม
  • ซึมสลับกระสับกระส่าย หรือมีอาการชักจากไข้สูง
คำแนะนำจากคุณหมอ: การสังเกตสีและปริมาณของปัสสาวะเป็นดัชนีชี้วัดที่ดีที่สุด หากปัสสาวะมีสีเข้มจัดหรือปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือสัญญาณว่าร่างกายกำลังได้รับน้ำไม่เพียงพอ

การเลือกและวิธีให้เกลือแร่ทดแทน (ORS) เพื่อป้องกันภาวะช็อก

หัวใจสำคัญของการรักษาคือการชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่เสียไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวเพราะอาจทำให้เกิดภาวะเกลือแร่ในเลือดต่ำ (Hyponatremia) ได้

  • เลือกใช้สารละลายเกลือแร่สำหรับเด็ก (ORS): ควรใช้สูตรที่ระบุว่าสำหรับเด็กหรือสูตรมาตรฐานทางการแพทย์ หลีกเลี่ยงน้ำเกลือแร่สำหรับนักกีฬาที่มีปริมาณน้ำตาลสูงเกินไปและอาจทำให้ท้องเสียรุนแรงขึ้น
  • เทคนิคการจิบ: ให้ลูกจิบทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง (Sip frequently) หากเด็กอาเจียน ให้หยุดพัก 15-20 นาทีแล้วเริ่มจิบใหม่ทีละช้อนชา ไม่ควรบังคับให้ดื่มปริมาณมากในคราวเดียว
  • การคำนวณปริมาณ: โดยเฉลี่ยควรให้เกลือแร่ 50-100 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมในช่วง 4 ชั่วโมงแรกที่เริ่มมีอาการท้องเสีย หรือตามที่กุมารแพทย์กำหนด

โภชนาการที่เหมาะสมสำหรับเด็กในระยะพักฟื้น

เมื่ออาการอาเจียนเริ่มคงที่ ให้เริ่มอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย (Bland Diet) เพื่อป้องกันลำไส้ทำงานหนักเกินไป:

  • หลีกเลี่ยงนมวัวในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหากลูกมีอาการท้องเสียรุนแรง เนื่องจากอาจมีภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสชั่วคราว
  • อาหารแนะนำ: ข้าวต้มปลา เนื้อไก่สับนึ่ง กล้วยน้ำว้า (ช่วยสมานลำไส้) หรือแอปเปิลต้มสุก
  • งดอาหารที่มีไขมันสูง อาหารทอด และน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เพราะจะทำให้อาการถ่ายเหลวแย่ลง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาหยุดถ่าย (Anti-diarrheal drugs) ในเด็กโดยไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์ เพราะจะทำให้เชื้อโรคค้างอยู่ในลำไส้และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือลำไส้อักเสบรุนแรง

การดูแลรักษาและการให้ยาอย่างถูกวิธี

สำหรับการให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ควรให้ตามน้ำหนักตัวที่ 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมง ห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) จนกว่าจะแน่ใจว่าไม่ใช่ไข้เลือดออกหรือภาวะติดเชื้อที่รุนแรง และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะให้ลูกทานเองเด็ดขาดเนื่องจากโควิดเป็นเชื้อไวรัส ไม่ได้ตอบสนองต่อยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

สรุปขั้นตอนปฏิบัติสำหรับผู้ปกครอง (Parent Checklist)

  1. ประเมินระดับน้ำในร่างกายลูกทุก 4 ชั่วโมง
  2. เตรียมเกลือแร่ ORS ติดบ้านไว้เสมอ
  3. บันทึกจำนวนครั้งที่ถ่ายและอาเจียนรวมถึงปริมาณปัสสาวะในแต่ละวัน
  4. เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องเมื่อลูกมีไข้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการชัก
  5. แยกลูกออกจากสมาชิกอื่นในบ้านและใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
  6. หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อติดตามผล
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down