ลูกรักติดเชื้อไวรัสโคโรนา สกุลสายพันธุ์ก่อโรคโควิด หนึ่งในความกังวลใจสูงสุดของพ่อแม่ยุคใหม่
การเจ็บป่วยของเด็กเล็กโดยเฉพาะโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) มักสร้างความตื่นตระหนกให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ตอบสนองต่อเชื้อโรคด้วยอาการแสดงที่รุนแรงได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ บทความฉบับนี้เรียบเรียงขึ้นโดยกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครอบคลุม และเจาะลึกถึงคำถามที่พบบ่อยที่สุดว่าลูกติดโควิดไข้ขึ้นสูงกี่วัน พร้อมแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์สากล เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกน้อยที่คุณรัก
ธรรมชาติของโรคและกลไกการเกิดอาการไข้สูงในเด็ก
โรคโควิด-19 เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Severe Acute Respiratory Syndrome Coronavirus 2 (SARS-CoV-2) ซึ่งเข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินหายใจ เมื่อเชื้อเข้าสู่เซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจของเด็ก ระบบภูมิคุ้มกันจะหลั่งสารสื่ออักเสบที่เรียกว่า ไซโตไคน์ (Cytokines) ออกมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค กระบวนการนี้จะส่งผลโดยตรงต่อศูนย์ควบคุมอุณหภูมิร่างกายที่สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ทำให้เกิดอาการไข้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยทั่วไปแล้ว คำถามที่ว่าลูกติดโควิดไข้ขึ้นสูงกี่วันนั้น ทางการแพทย์พบว่า อาการไข้สูงมักจะเกิดขึ้นในช่วง 1 ถึง 3 วันแรกของการติดเชื้อ และสามารถดำเนินต่อไปได้ประมาณ 2 ถึง 5 วัน โดยในเด็กบางรายอาจมีไข้สูงติดต่อกันนานถึง 7 วัน หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ไข้ควรจะมีแนวโน้มลดลงตามลำดับเมื่อร่างกายเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อไวรัส
ลำดับอาการและระยะเวลาการดำเนินโรคในเด็ก
การเข้าใจระยะเวลาและลักษณะอาการของโรคจะช่วยให้พ่อแม่รับมือได้อย่างถูกจุด:
- ระยะเริ่มต้น (วันที่ 1 ถึง 3): เด็กจะมีไข้สูงเฉียบพลัน อาจมีอาการซึมลงเล็กน้อย เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามตัว เจ็บคอ หรือมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล
- ระยะแสดงอาการเด่นชัด (วันที่ 4 ถึง 7): ไข้เริ่มลดลง แต่บางรายอาจยังมีไข้ต่ำๆ อาการทางระบบทางเดินหายใจอาจเด่นชัดขึ้น เช่น ไอมีเสมหะ เสียงแหบ หรือจมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส
- ระยะฟื้นตัว (วันที่ 8 เป็นต้นไป): อาการโดยรวมดีขึ้น ร่างกายเริ่มมีแรง กลับมารับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่อาการไออาจหลงเหลืออยู่ได้อีกประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์
สัญญาณอันตรายที่ต้องพาลูกพบแพทย์ทันที
- ไข้สูงมากกว่า 39 หรือ 40องศาเซลเซียส และกินยาลดไข้แล้วไข้ไม่ยอมลด หรือไข้สูงติดต่อกันเกิน 3 วันโดยไม่มีทีท่าจะดีขึ้น
- มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็วแรง หายใจจนซี่โครงบุ๋ม หรือปีกจมูกบานขณะหายใจ
- ระดับออกซิเจนในเลือดปลายนิ้วลดต่ำกว่าร้อยละ 95 (หากมีเครื่องวัด)
- ริมฝีปากหรือปลายนิ้วมีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis)
- ซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือมีอาการชักจากไข้
- มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งสนิท ปัสสาวะไม่ออกนานเกิน 6 ชั่วโมง หรือไม่มีปัสสาวะเลย
- อาเจียนหรือท้องเสียรุนแรงจนรับประทานอะไรไม่ได้เลย
วิธีดูแลรักษาและการให้ยาที่ถูกต้องตามหลักกุมารเวชศาสตร์
การดูแลรักษาเด็กที่ติดโควิดที่บ้าน (Home Isolation) เน้นการรักษาตามอาการเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้อย่างปลอดภัย ดังนี้:
การใช้ยาลดไข้ต้องทำด้วยความระมัดระวังสูงสุด หากเด็กมีน้ำหนักมากหรือน้อยเกินไป ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนคำนวณขนาดยา นอกจากนี้ ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กรับประทานเองอย่างเด็ดขาด เนื่องจากโควิด-19 เกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่มีผลในการรักษาโรค และอาจก่อให้เกิดเชื้อดื้อยาที่เป็นอันตรายในอนาคต
วิธีเช็ดตัวลดไข้และการพยาบาลเด็กที่บ้านอย่างถูกวิธี
การเช็ดตัวลดไข้ (Tepid Sponge) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการช่วยลดอุณหภูมิร่างกายเมื่อเด็กมีไข้สูง โดยมีขั้นตอนที่ถูกต้องดังนี้:
- ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย (ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็ง) บิดให้หมาดพอประมาณ
- เช็ดบริเวณหน้า หน้าผาก ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ ซึ่งเป็นจุดที่มีเส้นเลือดใหญ่ผ่าน เพื่อช่วยระบายความร้อน
- เช็ดเข้าหาลำตัวและหัวใจ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
- ใช้เวลาเช็ดตัวประมาณ 15 ถึง 20 นาที จากนั้นซับตัวให้แห้งและสวมเสื้อผ้าที่โปร่งสบาย
สำหรับการดูแลเรื่องโภชนาการ ควรให้เด็กดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือน้ำเปล่าสะอาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ในเด็กเล็กควรให้ดื่มนมแม่หรือนมสูตรปกติบ่อยขึ้น สำหรับเด็กโตให้อาหารอ่อน ย่อยง่าย รสชาติไม่จัด เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก หรือซุปอุ่นๆ
การป้องกันการติดเชื้อและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว
การป้องกันการติดเชื้อซ้ำและการแพร่กระจายของเชื้อในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ควรสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสบ่อยๆ นอกจากนี้ การได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขและราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและการเกิดภาวะแทรกซ้อนระยะยาว เช่น ภาวะลองโควิด (Long COVID) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแลในการรับมือโควิดในเด็ก
- สังเกตอาการไข้ของลูกอย่างใกล้ชิด โดยไข้สูงมักเป็นอยู่ช่วง 1 ถึง 3 วันแรก
- ให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวอย่างเคร่งครัด ห้ามใช้ยาแอสไพรินและห้ามซื้อยาฆ่าเชื้อกินเอง
- เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้องและให้เด็กดื่มน้ำหรือเกลือแร่บ่อยๆ
- ระวังและสังเกตสัญญาณอันตราย (Red Flags) เช่น ซึม หอบเหนื่อย ชัก หรือไม่ยอมดื่มนม
- รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีหากพบอาการผิดปกติรุนแรง