ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกติดโควิดหายแล้วแต่ยังเหนื่อยหอบ เรื่องที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ

การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) ในเด็ก แม้ว่าส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรงเท่าในผู้ใหญ่ และอัตราการนอนโรงพยาบาลต่ำกว่า แต่ในปัจจุบันกุมารแพทย์พบปัญหาระยะยาวที่น่ากังวลมากขึ้น นั่นคือกลุ่มอาการลองโควิด (Long COVID) หรือภาวะหลังติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ลูกติดโควิดหายแล้วแต่ยังเหนื่อยหอบ ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่ายเวลาวิ่งเล่น หรือสมรรถภาพปอดลดลง ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก บทความนี้เขียนขึ้นโดยกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับกลไกการเกิดโรค อาการที่ต้องระวัง แนวทางการรักษาที่ถูกต้อง และวิธีฟื้นฟูสุขภาพปอดของเด็กๆ ให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ตามวัย

ทำความเข้าใจสาเหตุและกลไกการเกิดอาการเหนื่อยหอบหลังติดโควิด

อาการเหนื่อยหอบเรื้อรังหลังจากที่เด็กหายจากโรคโควิด-19 แล้ว ไม่ได้เกิดจากการที่เชื้อไวรัสยังคงมีชีวิตอยู่และเบ่งบานในร่างกาย แต่เกิดจากกระบวนการอักเสบและการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่ซับซ้อน กลไกทางการแพทย์หลักๆ ที่ทำให้เด็กมีอาการเหนื่อยหอบ ได้แก่

  • การอักเสบเรื้อรังในเนื้อเยื่อปอด (Chronic Pulmonary Inflammation): ในระหว่างที่ติดเชื้อ ไวรัสซาร์ส-โคฟ-ทู (SARS-CoV-2) จะเข้าสู่เซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจและถุงลม ทำให้เกิดกระบวนการอักเสบรุนแรง แม้เชื้อจะหมดไปแล้ว แต่เนื้อเยื่อปอดบางส่วนอาจยังคงมีภาวะอักเสบหลงเหลืออยู่ ทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
  • ภาวะพังผืดในปอดระยะเริ่มต้น (Early Pulmonary Fibrosis): ในเด็กที่มีอาการรุนแรง เนื้อเยื่อปอดอาจเกิดการซ่อมแซมตัวเองโดยการสร้างเนื้อเยื่อพังผืดขึ้นมาแทนที่เนื้อเยื่อปอดปกติ ส่งผลให้ความยืดหยุ่นของปอดลดลง เด็กจึงต้องใช้แรงในการหายใจมากกว่าปกติ ทำให้เหนื่อยง่าย
  • ความไวเกินของหลอดลม (Airway Hyperreactivity): หลอดลมของเด็กจะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติหลังการติดเชื้อไวรัส คล้ายกับโรคหอบหืด (Asthma) ทำให้หลอดลมตีบเกร็งได้ง่ายเมื่อเจออากาศเย็น ฝุ่นควัน หรือเวลาออกกำลังกาย
  • ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากการนอนพักรักษาตัวนาน (Deconditioning): เด็กที่ต้องนอนพักรักษาตัวบนเตียงนานๆ หรือร่างกายอ่อนเพลียช่วงป่วย จะทำให้มวลกล้ามเนื้อโดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ เช่น กล้ามเนื้อกระบังลม (Diaphragm) และกล้ามเนื้อระหว่างซี่โครงทำงานได้ไม่เต็มที่
>

อาการสำคัญและสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตพฤติกรรมและอาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด หากพบว่าลูกติดโควิดหายแล้วแต่ยังเหนื่อยหอบ ควรสังเกตลักษณะอาการร่วมอื่นๆ เพื่อประเมินความรุนแรง โดยอาการที่พบได้บ่อยในกลุ่มลองโควิด ได้แก่ เหนื่อยหอบเวลาออกแรงมากกว่าปกติ ไอแห้งเรื้อรัง แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด (Wheezing) อ่อนเพลียเรื้อรัง และนอนหลับไม่สนิท

สัญญาณอันตราย Red Flags (ต้องพามาพบแพทย์ฉุกเฉินทันที):
  • หายใจลำบาก หายใจเร็วกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
  • มีอาการซี่โครงบุ๋ม (Intercostal Retraction) หรือไหปลาร้าบุ๋มเวลาหายใจ
  • ริมฝีปาก ปลายมือ ปลายเท้า มีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) จากภาวะขาดออกซิเจน
  • เจ็บแน่นหน้าอกรุนแรงขณะหายใจหรือไอ
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดื่มน้ำหรือนม หายใจติดขัดจนพูดเป็นประโยคไม่ได้

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อพาเด็กมาพบกุมารแพทย์ด้วยอาการเหนื่อยหอบเรื้อรังหลังหายจากโควิด แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและแยกโรคอื่นๆ ออกไป โดยขั้นตอนทางการแพทย์ประกอบด้วย:

  • การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามระยะเวลาตั้งแต่ติดเชื้อโควิด ลักษณะอาการเหนื่อยที่เกิดขึ้น โรคประจำตัว เช่น โรคภูมิแพ้ หรือโรคหอบหืดในครอบครัว และการตรวจฟังเสียงปอดและหัวใจด้วยเครื่อง stethoscope เพื่อหาเสียงหายใจผิดปกติ
  • การเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray): เพื่อดูความผิดปกติของเนื้อเยื่อปอด ภาวะปอดอักเสบตกค้าง หรือพังผืดในปอด
  • การตรวจสมรรถภาพปอด (Pulmonary Function Test - PFT): ในเด็กโตที่สามารถร่วมมือได้ เพื่อวัดปริมาตรอากาศและความเร็วในการหายใจออก ช่วยวินิจฉัยภาวะหลอดลมไวเกินหรือโรคหอบหืด
  • การวัดระดับออกซิเจนในเลือด (Pulse Oximetry): เพื่อประเมินประสิทธิภาพการทำงานของปอดในการแลกเปลี่ยนก๊าซ

วิธีดูแลรักษาและการฟื้นฟูด้านระบบทางเดินหายใจที่บ้าน

การฟื้นฟูปอดในเด็กที่หายจากโควิดต้องอาศัยเวลา ความอดทน และการดูแลอย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของกุมารแพทย์และนักกายภาพบำบัดระบบหายใจ ดังนี้ครับ:

  • การฝึกหายใจอย่างถูกวิธี (Breathing Exercises): สำหรับเด็กโต สามารถสอนให้ฝึกหายใจเข้าลึกๆ ทางจมูกให้ท้องป่อง และหายใจออกทางปากยาวๆ ช้าๆ เพื่อช่วยขยายถุงลมปอดและเพิ่มความจุของปอด
  • การปรับกิจกรรมและการออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป: หลีกเลี่ยงการให้เด็กหักโหมเล่นกีฬาหนักทันที เริ่มจากการเดินเบาๆ ในบ้าน แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาและAความเข้มข้นขึ้นตามสภาพร่างกาย
  • การจัดสิ่งแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดมลพิษ: หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ควันธูป ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และสารระคายเคืองทางเดินหายใจอื่นๆ ที่อาจกระตุ้นให้หลอดลมตีบตัว
  • การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำเพียงพอ: เน้นอาหารที่มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระสูงเพื่อช่วยลดการอักเสบในร่างกาย และดื่มน้ำอุ่นให้เพียงพอเพื่อช่วยให้เสมหะเจือจาง
>
คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้ยาขยายหลอดลมหรือยาสเตียรอยด์พ่นจมูก/หลอดลม ในเด็กที่มีอาการลองโควิดระบบทางเดินหายใจ จะต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยและการดูแลรักษาของกุมารแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจเท่านั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรหาซื้อยาพ่นมาให้เด็กใช้เองเด็ดขาด เนื่องจากอาจไม่ตรงกับจุดกำเนิดของโรคและอาจเกิดผลข้างเคียงได้

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กป่วย

ในกระบวนการดูแลเด็กที่มีอาการป่วยทางระบบทางเดินหายใจและไข้หวัด มีข้อควรปฏิบัติทางการแพทย์ที่เคร่งครัดซึ่งผู้ปกครองต้องใส่ใจ:

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็ก: เด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดกลุ่มอาการเรย์ส์ซินโดรม (Reye's syndrome) ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อตับและสมอง
  • การใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ต้องคำนวณตามน้ำหนัก: ขนาดยาที่ถูกต้องคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการไข้หรือปวด และห้ามใช้ยาเกินขนาดเด็ดขาด
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) รับประทานเอง: โควิด-19 และอาการลองโควิดส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสและการอักเสบ การใช้ยาปฏิชีวนะไม่มีส่วนช่วยรักษาโรคติดเชื้อไวรัส และยังส่งผลเสียทำให้เกิดเชื้อดื้อยาในอนาคต
  • ห้ามให้เด็กทำกิจกรรมที่ใช้แรงมากเกินไปทันทีหลังหายป่วย: ควรให้เวลาร่างกายได้ซ่อมแซมและฟื้นฟูอย่างน้อย 2 ถึง 4 สัปดาห์ก่อนกลับไปเล่นกีฬากลางแจ้งอย่างหนัก

การป้องกันการติดเชื้อซ้ำและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันไม่ให้เด็กกลับมาติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำ หรือติดเชื้อไวรัสระบบทางเดินหายใจอื่นๆ (เช่น RSV หรือไข้หวัดใหญ่) เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการปกป้องปอดของเด็กไม่ให้เสียหายซ้ำซ้อน แนวทางปฏิบัติประกอบด้วย:

  • การรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 และวัคซีนพื้นฐานตามกำหนด: พาเด็กไปรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 และวัคซีนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอื่นๆ ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขและกุมารแพทย์ เพื่อลดความรุนแรงหากติดเชื้อซ้ำ
  • การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล: ฝึกให้เด็ก ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่แออัด และหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปสถานที่ปิดทึบที่มีอากาศถ่ายเทไม่ดี
  • การนอนหลับพักผ่อนและโภชนาการที่สมดุล: ส่งเสริมให้เด็กนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอตามวัย และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงตามธรรมชาติ

สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ในการดูแลลูกน้อย

อาการลูกติดโควิดหายแล้วแต่ยังเหนื่อยหอบ เป็นภาวะลองโควิดที่พบได้และต้องอาศัยความเข้าใจในการดูแล หากเด็กมีอาการเหนื่อย ไอเรื้อรัง หรืออ่อนเพลีย พ่อแม่ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น และพาลูกไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจประเมินสมรรถภาพปอดอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ปอดของลูกน้อยฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดีดังเดิม

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down